โปรแกรม ผ่าตัดดึงหน้า (Face Lift) ดึงหน้า ยกกระชับใบหน้า เทคนิค/ราคา

Key Takeaways:
- ใบหน้า แบ่งเป็น 3 ส่วน ใบหน้าส่วนบน, ใบหน้าส่วนกลาง, ใบหน้าส่วนล่าง
- ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) คือการผ่าตัดยกกระชับผิวหน้าและเนื้อเยื่อชั้นลึกที่หย่อนคล้อยตามวัย ให้ผลลัพธ์คงทนกว่าการดึงหน้าแบบไม่ผ่าตัด
- ดึงหน้า มี 3 เทคนิคหลัก ได้แก่ Mini Facelift (พักฟื้นเร็ว เหมาะกับการหย่อนน้อย), SMAS Facelift (มาตรฐานสากล ผลอยู่ 5–8 ปี) และ Deep Plane Facelift (ชั้นลึกที่สุด ผลอยู่ 7–10 ปี) — แพทย์จะเลือกเทคนิคที่เหมาะกับสภาพใบหน้าของแต่ละคน
- เหมาะกับผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก หรือกรอบหน้าส่วนล่างไม่ชัด สุขภาพร่างกายแข็งแรง
- ก่อนผ่าตัด ควรหยุดยาละลายลิ่มเลือดและงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ และผ่านการประเมินจากอายุรแพทย์หัวใจและวิสัญญีแพทย์ทุกเคส
- หลังผ่าตัด พักฟื้นเบื้องต้น 7–14 วัน หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและแสงแดดจัด เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 3–6 เดือน
- ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การดูแลผิว กันแดดสม่ำเสมอ และน้ำหนักตัวที่คงที่ ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
- โรงพยาบาลเอเซียได้รับมาตรฐาน JCI (ปี 2025) — มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยผู้ป่วย
- ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง นพ.ธนคม ใหลสกุล (ว.19982) ราคาเริ่มต้น 59,000 บาท
ดึงหน้า คืออะไร?
ศัลยกรรมดึงหน้า หรือ Face Lift Surgery คือหัตถการผ่าตัดตกแต่งเพื่อยกกระชับผิวหน้า เนื้อเยื่อชั้นกลาง และชั้นกล้ามเนื้อชั้นลึก ที่เรียกว่า SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเปลี่ยนแปลงตามอายุ ทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
ความแตกต่างจากการดึงหน้าแบบไม่ผ่าตัด เช่น Ultherapy หรือ HIFU อยู่ที่ ระยะเวลาผลลัพธ์ และระดับความลึกของการแก้ไข ศัลยกรรมดึงหน้าแก้ไขได้ถึงชั้นเนื้อเยื่อลึก ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ทนนาน สำหรับผู้ที่มีการหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก
ส่วนของใบหน้าที่ศัลยกรรมดึงหน้าแก้ไขได้
- ใบหน้าส่วนกลาง (Mid-face) — แก้มตกและร่องแก้มลึก
- ใบหน้าส่วนล่าง (Lower face) — กรอบหน้าไม่ชัด เหนียงตก
- คอ (Neck) — หนังคอหย่อน และมัดกล้ามเนื้อคอหย่อน (บางเทคนิค)
ดึงหน้า กับหมอธนคม
ดึงหน้า เหมาะกับใคร?
หลายคนสงสัยว่าตัวเอง “ถึงเวลาต้องดึงหน้าหรือยัง?” จริงๆ แล้วการดึงหน้าไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยที่ชัดเจนจนส่งผลต่อรูปหน้าและความมั่นใจ
ดึงหน้า Full Face Lift เหมาะกับใคร
- อายุ 40 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยหลายบริเวณพร้อมกัน
- มีริ้วรอยและผิวหย่อนบริเวณหน้าผาก คิ้ว โหนกแก้ม ร่องแก้ม และคอพร้อมกัน
- กรอบหน้าส่วนล่างไม่ชัดเจน มีเหนียงเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ต้องการผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทั้งหน้า ไม่ต้องการผ่าตัดหลายครั้งแยกส่วน
ข้อห้าม (Contraindication) ที่ต้องพิจารณา
- โรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
- โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้
- ผู้ที่สูบบุหรี่และไม่สามารถหยุดสูบได้ก่อนและหลังผ่าตัด (บุหรี่ลดการไหลเวียนเลือดและเพิ่มความเสี่ยงแผลหายช้า)
- ผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่มีความคาดหวังเกินจริงและไม่ยอมรับข้อจำกัดของหัตถการ
ทั้งนี้ การประเมินความเหมาะสมต้องผ่านการตรวจโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางโดยตรง ไม่สามารถตัดสินได้เองจากการอ่านข้อมูลเพียงอย่างเดียว
เทคนิคดึงหน้ามีกี่แบบ เลือกอย่างไร?
เทคนิคการดึงหน้าไม่ได้มีวิธีเดียว แพทย์จะพิจารณาเลือกเทคนิคตามสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และความต้องการของผู้รับบริการ โดยแบ่งเป็น 3 เทคนิคหลัก ได้แก่ Mini Facelift, Deep Plane Facelift และ SMAS Facelift
| Mini Facelift (แผลเล็ก) | ดึงหน้า SMAS | Deep Plane | |
|---|---|---|---|
| ระดับการแก้ไข | เล็กน้อย-ปานกลาง (เฉพาะจุด) | ปานกลาง-มาก | มาก (ชั้นลึก) |
| อายุที่แนะนำ | 35–50 ปี | 40–60 ปี | 45–65 ปี |
| เวลาผ่าตัด | 1.5–2.5 ชั่วโมง | 3–4 ชั่วโมง | 4–5 ชั่วโมง |
| ระยะพักฟื้น | 7–10 วัน | 10–14 วัน | 14–21 วัน |
| ผลลัพธ์ | 3–5 ปี | 5–8 ปี | 7–10 ปี |
| แผลผ่าตัด | เล็ก รอบหู | รอบหู–โคนผม | รอบหู–ใต้คาง |

ดึงหน้า SMAS ดึงหน้าชั้นลึก
การดึงหน้า SMAS เป็นเทคนิคการดึงหน้าชั้นลึก พังผืดและกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิวหนังชั้นลึก ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้หลายตำแหน่ง ทั้งใบหน้าส่วนกลาง ส่วนล่าง และแนวกรอบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูใบหน้าให้ดูกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
SMAS Facelift แก้ไขได้
- หน้าส่วนกลาง: แก้มตก ร่องแก้ม แก้มย้อย แก้มย้วย
- หน้าส่วนล่าง: กรอบหน้าไม่ชัด มีร่องน้ำหมาก
- เหนียงเล็กน้อย ใต้คาง
ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ประมาณ 5–8 ปี ขึ้นกับปัจจัยต่างๆ เพราะยกกระชับถึงชั้น SMAS ไม่ใช่เพียงผิวชั้นบน จึงช่วยให้ใบหน้ากระชับต่อเนื่องได้นานหลายปี แก้ความหย่อนคล้อยได้ครอบคลุม
เวลาผ่าตัด: ประมาณ 3–4 ชั่วโมง ระยะพักฟื้นเบื้องต้น: 10–14 วัน

ดึงหน้าแผลเล็ก เฉพาะจุด Mini Facelift
Mini Facelift คือการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า ดึงหน้าเฉพาะจุด เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น ร่องแก้มเริ่มลึก แก้มล่างตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวหน้าเริ่มไม่กระชับ โดยใช้แผลผ่าตัดขนาดเล็กและมีระยะพักฟื้นสั้นกว่าการดึงหน้าแบบเต็มรูปแบบ
จุดเด่นของ Mini Facelift
- แผลเล็ก พักฟื้นไว ลดการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
- แก้ไขชั้นผิวและเนื้อเยื่อบางๆ ไม่ลึกถึงชั้น SMAS เต็มรูปแบบ
- แก้ปัญหาเฉพาะจุดได้ตรงตำแหน่ง ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณร่องแก้ม แก้มล่าง แนวกรอบหน้า หางตาตก หรือคอหย่อนเล็กน้อย ให้ใบหน้าดูอ่อนวัยและสมดุลขึ้น
เวลาผ่าตัด: ประมาณ 1.5–2.5 ชั่วโมง พักฟื้นเบื้องต้นประมาณ 7–10 วัน

ดึงหน้า Deep Plane
Deep Plane Facelift คือการดึงหน้าในระดับชั้นลึกที่สุด โดยแพทย์จะผ่าตัดลงไปถึงชั้นใต้ SMAS เพื่อยกชั้นผิว กล้ามเนื้อ SMAS และไขมันใต้ผิวไปพร้อมกัน ทำให้การยกกระชับเป็นธรรมชาติและคงทนมากที่สุด ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย โดยเฉพาะบริเวณแก้มล่าง ร่องแก้ม แนวกราม และลำคอ ให้ใบหน้าดูกระชับ อ่อนวัย และเป็นธรรมชาติมากขึ้น
จุดเด่น
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เพราะยกโครงสร้างใบหน้าจากชั้นลึก ลดปัญหาผิวตึงรั้งหรือใบหน้าดูแข็ง
- คงผลลัพธ์ได้นาน เนื่องจากแก้ไขถึงชั้นเนื้อเยื่อที่เป็นสาเหตุของความหย่อนคล้อย โดยทั่วไปผลลัพธ์อาจอยู่ได้ 10–15 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล
- แก้ปัญหาได้ตรงจุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีแก้มหย่อน ร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด หรือคอเริ่มหย่อนคล้อย
เวลาผ่าตัด: ประมาณ 4–5 ชั่วโมง และระยะพักฟื้นยาวนานกว่า

ดึงหน้าเอนโดไทน์ Endotine
Endotine คือเทคโนโลยียกกระชับด้วยหมุดขนาดเล็กที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ใช้สำหรับยึดและพยุงเนื้อเยื่อใต้ผิวให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ใบหน้าไม่สมดุล และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นของ Endotine
- ยกคิ้วและหางตา ช่วยแก้ปัญหาคิ้วตก หางตาตก ทำให้ดวงตาดูสดใส ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- ลดริ้วรอยหน้าผากและหว่างคิ้ว เมื่อผิวบริเวณหน้าผากถูกยกกระชับ ริ้วรอยร่องลึกจึงดูจางลง
- ปรับสัดส่วนคิ้วกับดวงตา ช่วยเพิ่มพื้นที่เปลือกตาบน ทำให้ใบหน้าดูเปิด โปร่ง และได้สัดส่วนมากขึ้น
- ช่วยแก้ปัญหาชั้นตาหลบในบางกรณี เหมาะกับผู้ที่มีหนังตาตกจากคิ้วตก ช่วยให้ชั้นตาดูชัดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องแก้ที่ชั้นตาโดยตรง
ขั้นตอนผ่าตัดดึงหน้า
ขั้นตอนการทำศัลยกรรมดึงหน้าที่โรงพยาบาลเอเซีย โดยทั่วไปประกอบด้วย 6 ขั้นตอน หลัก ดำเนินการโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง ภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัด
ขั้นตอนก่อนเริ่มผ่าตัด
- ปรึกษาแพทย์และวางแผนการผ่าตัด — ศัลยแพทย์ตกแต่งประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และเลือกเทคนิคที่เหมาะสม พร้อมถ่ายภาพเปรียบเทียบก่อน-หลัง
- ประเมินความพร้อมก่อนผ่าตัด — อายุรแพทย์หัวใจ ประเมินสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือด พร้อมกับ วิสัญญีแพทย์ ประเมินความเสี่ยงด้านการดมยาสลบทุกเคส ขั้นตอนนี้สำคัญมากสำหรับความปลอดภัยในการผ่าตัด
- การวางยาสลบ — ใช้ยาสลบทั่วไป (General Anesthesia) ดูแลโดยวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัด
- การผ่าตัดยกกระชับ — แพทย์ทำการกรีดแผลบริเวณที่กำหนด ยกกระชับชั้นเนื้อเยื่อตามเทคนิคที่เลือก (Mini / SMAS / Deep Plane) และเย็บปิดแผลอย่างพิถีพิถัน
- พักฟื้นในโรงพยาบาล — หลังผ่าตัดพักฟื้นในโรงพยาบาล 1–2 คืน เพื่อติดตามอาการ ดูแลแผล และควบคุมอาการปวด
- ติดตามผลหลังผ่าตัด — นัดตรวจตามที่แพทย์กำหนด ตัดไหมประมาณ 7–10 วัน หลังผ่าตัด และติดตามผลต่อเนื่อง
ดึงหน้าอันตรายไหม ผลข้างเคียง
การผ่าตัดดึงหน้าเป็นการผ่าตัดขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงซึ่งต้องรับทราบก่อนตัดสินใจ ความเสี่ยงแบ่งออกเป็น 2 ระดับ
ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปและมักหายเองได้
- บวม ช้ำ บริเวณใบหน้าและคอ — มักดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์
- ชาบริเวณผิวหนัง — เนื่องจากเส้นประสาทรับความรู้สึกผิวเผิน มักฟื้นตัวภายใน 3–6 เดือน
- แผลตึง รู้สึกตึงใบหน้า — ลดลงเมื่อเนื้อเยื่อยืดหยุ่น
- เจ็บแผลเล็กน้อยหลังผ่าตัด — ควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวด
ความเสี่ยงที่ต้องระวังและต้องแจ้งแพทย์ทันที
- เลือดคั่ง (Hematoma) — เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ้าง ต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์
- การติดเชื้อ — พบได้น้อยมากหากดูแลแผลถูกต้อง
- แผลหายช้าหรือเป็นรอยแผลเป็น — พบบ่อยในผู้ที่สูบบุหรี่
- ความเสียหายต่อเส้นประสาทใบหน้า — พบได้น้อยมากในมือของศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์
ทุกหัตถการทางการผ่าตัดมีความเสี่ยง การเลือกโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงได้
ดึงหน้า ราคาเท่าไหร่
ที่ โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมดึงหน้า ราคา เริ่มต้นที่ 79,000 บาท สอบถามโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ Line Official @asiacosmetic
โปรแกรม |
ราคาเริ่มต้น |
|---|---|
| ดึงหน้า | 79,000 บาท |
| ดึงหน้าส่วนกลาง | 79,000 บาท |
| ดึงหน้าส่วนล่าง | 79,000 บาท |
| ดึงหน้า Full Face Lift | 120,000 บาท |
| ดึงหน้า SMAS | 79,000 บาท |
| ดึงหน้าผาก | 120,000 บาท |
| ศัลยกรรมดึงคอ | 79,000 บาท |
| ดึงหน้า Deep Plane | แพทย์ประเมิน |
รีวิวดึงหน้า
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อัพเดตภาพโดยทีมงานการตลาด






ดึงหน้า 3 ส่วน คืออะไร?
ศัลยกรรมดึงหน้า 3 ส่วน หรือ Full Facelift คือการผ่าตัดเพื่อยกกระชับเนื้อเยื่อและผิวหนังบริเวณใบหน้าและคออย่างครอบคลุม โดยครอบคลุมทั้ง 3 ส่วนหลักของใบหน้า ในการผ่าตัดครั้งเดียว แตกต่างจากการดึงหน้าเฉพาะบางส่วน (Partial Facelift) ที่จัดการเพียงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
Full Facelift ทำงานในระดับชั้นลึกของเนื้อเยื่อที่เรียกว่า SMAS Layer (Superficial Musculoaponeurotic System) หรือชั้นพังผืดกล้ามเนื้อผิวเผิน ซึ่งเป็นชั้นที่รองรับโครงสร้างใบหน้าอยู่ลึกกว่าผิวหนัง การแก้ไขในชั้นนี้ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานกว่าการดึงหน้าแบบชั้นผิวเพียงอย่างเดียว
ในทางการแพทย์ Full Facelift จัดเป็น Rhytidectomy ซึ่งหมายถึงการผ่าตัดขจัดริ้วรอยของใบหน้า และเป็นหนึ่งในหัตถการที่ต้องการความชำนาญของศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางสูง เนื่องจากมีความซับซ้อนสูง
ดึงหน้า 3 ส่วน แตกต่างจากดึงหน้าทั่วไปอย่างไร?
หัวข้อ |
ดึงหน้า 3 ส่วน (Full Facelift) |
ดึงหน้าบางส่วน |
|---|---|---|
| บริเวณที่ครอบคลุม | ส่วนบน + กลาง + ล่าง | เฉพาะ 1–2 ส่วน |
| ระยะเวลาผ่าตัด | 4–6 ชั่วโมง | 1.5–3 ชั่วโมง |
| ผลลัพธ์ | ครอบคลุม สมดุลทั้งหน้า | เน้นเฉพาะจุด |
| เหมาะกับ | ผู้มีปัญหาหลายบริเวณ | ผู้ที่มีปัญหาจำเพาะ |
| ระยะพักฟื้น | 2–3 สัปดาห์ | 1–2 สัปดาห์ |
| ความคงทนของผลลัพธ์ | ยาวนานกว่า | สั้นกว่าเล็กน้อย |
ข้อได้เปรียบสำคัญของการดึงหน้า 3 ส่วนคือ ความสมดุลของใบหน้าโดยรวม การแก้ไขเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งอาจทำให้สัดส่วนใบหน้าดูไม่กลมกลืน เช่น ดึงหน้าส่วนล่างแต่ปล่อยส่วนบนไว้ อาจทำให้ดูไม่สมดุล Full Facelift จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเมื่อต้องการปรับปรุงใบหน้าในวงกว้าง
ทำไมต้องดึงหน้า 3 ส่วน
หลายคนสงสัยว่าตัวเอง “ถึงเวลาต้องดึงหน้าหรือยัง?” จริง ๆ แล้วการดึงหน้าไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยที่ชัดเจนจนส่งผลต่อรูปหน้าและความมั่นใจ

หลายคนเลือกทำ ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) ไม่ได้ต้องการเพียงให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่เกิดลึกถึงชั้นโครงสร้างใต้ผิวและกล้ามเนื้อ ซึ่งครีมบำรุง ทรีตเมนต์ หรือการบริหารใบหน้าไม่สามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุด โดยสาเหตุที่มักทำให้ควรพิจารณาการดึงหน้า ได้แก่
ส่วนที่ 1 — ดึงหน้าส่วนบน (Upper Face)
ส่วนบนครอบคลุม หน้าผาก คิ้ว และบริเวณรอบดวงตา แพทย์จะกรีดแผลตามแนวไรผมหรือภายในเส้นผม เพื่อลดการมองเห็นแผล จากนั้นยกกระชับเนื้อเยื่อหน้าผากและปรับตำแหน่งคิ้วที่หย่อนลง
หัตถการในส่วนนี้ช่วยแก้ไข:
- หน้าผากที่มีริ้วรอยลึก
- คิ้วที่ตกและทำให้ดูเหนื่อยหรือหนักตา
- ริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาส่วนบน
ส่วนที่ 2 — ดึงหน้าส่วนกลาง (Mid Face)
ส่วนกลางครอบคลุม โหนกแก้ม ร่องแก้ม และบริเวณใต้ตา นี่คือส่วนที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมากที่สุดเมื่อเราอายุมากขึ้น เนื่องจากไขมันบริเวณแก้มเคลื่อนตัวลงมาทำให้ร่องแก้มลึกและโหนกแก้มแบนราบ
แพทย์จะยกเนื้อเยื่อในส่วนกลางของใบหน้ากลับสู่ตำแหน่งเดิม โดยบางกรณีอาจทำร่วมกับเทคนิค SMAS Plication หรือ SMASectomy เพื่อผลลัพธ์ที่คงทนยิ่งขึ้น
ส่วนที่ 3 — ดึงหน้าส่วนล่าง (Lower Face & Neck)
ส่วนล่างครอบคลุม กราม คาง เหนียง และคอ แพทย์จะกรีดแผลบริเวณด้านหน้าและหลังใบหูเพื่อยกกระชับผิวหนังและเนื้อเยื่อที่หย่อนลงบริเวณนี้ และในกรณีที่มีเหนียงมากอาจทำควบคู่กับการดึงหน้าบริเวณคอ
หัตถการในส่วนนี้ช่วยแก้ไข:
- เหนียงและผิวคอที่หย่อนคล้อย
- ขอบกรามที่ไม่ชัดเจน
- ริ้วรอยและแถบกล้ามเนื้อที่คอ
การเตรียมตัวก่อนดึงหน้า
2–4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด:
- หยุดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น Aspirin, Ibuprofen, วิตามิน E ตามที่แพทย์กำหนด
- หยุดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ (บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงแผลหายช้าและภาวะแทรกซ้อนอย่างมีนัยสำคัญ)
- แจ้งประวัติยาและโรคประจำตัวทั้งหมดให้แพทย์ทราบ
1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด:
- เตรียมบ้านสำหรับการพักฟื้น: หมอนหนุนสูง, น้ำแข็งประคบ, อาหารอ่อน
- จัดเตรียมผู้ดูแลอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
- ทำผมให้สะอาด ไม่ต้องใส่คอนแทคเลนส์ในวันผ่าตัด
วันผ่าตัด:
- งดอาหารและน้ำ 6–8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด ตามที่วิสัญญีแพทย์กำหนด
- แต่งกายสบาย เสื้อแขนกว้าง ถอดได้ง่าย ไม่ต้องสวมเสื้อที่ต้องสวมทางศีรษะ
- ไม่ทาเครื่องสำอาง ครีม หรือโลชั่นบริเวณใบหน้า
การดูแลหลังดึงหน้า
วันที่ 1–3 (หลังผ่าตัด)
- พักในโรงพยาบาล สังเกตอาการภายใต้การดูแลของทีมแพทย์
- บวม ช้ำ มากที่สุดในช่วงนี้ — เป็นเรื่องปกติ ประคบเย็นตามที่แพทย์แนะนำ
- นอนยกหัวสูงเพื่อลดอาการบวม
- รับประทานยาตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด
สัปดาห์ที่ 1–2
- นัดตรวจและถอดไหมตามที่แพทย์กำหนด
- หลีกเลี่ยงการก้มศีรษะต่ำหรือออกแรงมาก
- ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำ ห้ามแช่น้ำ
- งดสูบบุหรี่ต่อเนื่อง
สัปดาห์ที่ 2–4
- อาการบวมช้ำลดลงอย่างชัดเจน กลับไปทำงานได้ (งานที่ไม่ใช้แรง)
- หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง ใช้ครีมกันแดดตามคำแนะนำแพทย์
- ยังงดกิจกรรมออกกำลังกายหนัก
เดือนที่ 1–3
- เห็นรูปทรงใบหน้าชัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- อาการชาบางจุดอาจยังมีอยู่และจะค่อยๆ ดีขึ้น
- เริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้ตามที่แพทย์อนุญาต
เดือนที่ 3–6
- ผลลัพธ์ใกล้เคียงสมบูรณ์ แผลจางลง
- นัดติดตามผลกับแพทย์เพื่อประเมินผลลัพธ์
เดือนที่ 6–12
- เห็นผลลัพธ์เต็มที่ เนื้อเยื่อนิ่มและเข้าที่สมบูรณ์
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ผลลัพธ์ของ Full Facelift ที่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ประกอบด้วย:
- ใบหน้าดูกระชับขึ้น สัดส่วนสมดุลในทุกส่วน
- ร่องแก้มและริ้วรอยลึกลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- เส้นกรามและคอชัดเจนขึ้น
- โหนกแก้มกลับมาอยู่ตำแหน่งที่ดูมีชีวิตชีวา
- ใบหน้าโดยรวมดูสดชื่น ดูอ่อนกว่าวัยประมาณ 5–10 ปี ขึ้นกับเทคนิค
ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ ขึ้นกับหลายปัจจัย ได้แก่ อายุและสภาพผิวก่อนผ่าตัด การดูแลรักษาหลังผ่าตัด การป้องกันแสงแดด พฤติกรรมสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่ และพันธุกรรม

FAQ คำถามที่พบบ่อย
สรุป
- ศัลยกรรมดึงหน้า มี 3 เทคนิคหลัก Mini Facelift, SMAS Facelift และ Deep Plane Facelift เลือกตามระดับการหย่อนคล้อยและความต้องการของคนไข้ แพทย์จะประเมินตามความเหมาะสม
- ระยะพักฟื้น ประมาณ 7–21 วัน ขึ้นกับเทคนิค เห็นผลชัดใน 3–6 เดือน
- ความปลอดภัย ขึ้นกับการประเมินก่อนผ่าตัดอย่างครบถ้วน รวมถึงอายุรแพทย์หัวใจและวิสัญญีแพทย์ ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง
- ผลลัพธ์ อยู่ได้ 3–10 ปี ขึ้นกับเทคนิคและการดูแลตัวเอง
- โรงพยาบาลเอเซียผ่านมาตรฐาน JCI 2025 พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางดูแลทุกขั้นตอน
หากคุณกำลังพิจารณาศัลยกรรมดึงหน้า ขอแนะนำให้ปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางก่อนตัดสินใจ เพื่อรับข้อมูลที่ตรงกับสภาพใบหน้าและความต้องการของคุณโดยเฉพาะ ปรึกษาคุณหมอ Line: @asiacosmetic | โทร. 02-199-9999
มาตรฐานของโรงพยาบาลเอเซีย




โรงพยาบาลเอเซียเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมและความงามที่ดูแลผู้รับบริการด้วยมาตรฐานการแพทย์ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการติดตามผลหลังการรักษา
จุดเด่นของโรงพยาบาลเอเซีย
- มาตรฐาน JCI (ปี 2025) — การรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลระดับสากล ครอบคลุมความปลอดภัยของผู้ป่วย คุณภาพการดูแล และระบบการจัดการ
- อายุรแพทย์หัวใจประเมินทุกเคสก่อนผ่าตัด — เพื่อความพร้อมทางหัวใจและหลอดเลือดก่อนรับยาสลบ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
- วิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด — ไม่ใช้เพียงพยาบาลวิสัญญีเพียงอย่างเดียว มีแพทย์วิสัญญีดูแลทุกขั้นตอน
- ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง มีวุฒิบัตรและประสบการณ์ด้านศัลยกรรมดึงหน้า
- ห้องผ่าตัดได้รับอนุญาต ตามมาตรฐานกฎหมายไทย พร้อมอุปกรณ์ดูแลเหตุฉุกเฉิน
- ทีมแพทย์ดูแลหลังผ่าตัด ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ทีมศัลยแพทย์ตกแต่ง

ช่องทางติดต่อสอบถาม
เลขที่ 1 ซ.รัตนาธิเบศร์ 30 บางกระสอ เมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000














