ศัลยกรรมดึงหน้าส่วนล่าง (Lower Facelift) ขั้นตอน เทคนิค และการพักฟื้น

Key Takeaways:
- ดึงหน้าส่วนล่างเน้นแก้ไขกรอบหน้า เหนียง และร่องปากลากโดยเฉพาะ
- เหมาะกับผู้อายุ 40 ปีขึ้นไปที่หน้าหย่อนเฉพาะส่วนล่าง
- ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ประเมินโดยวิสัญญีแพทย์และอายุรแพทย์หัวใจก่อนผ่าตัดทุกเคส
- โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI (ปี 2025)
ศัลยกรรมดึงหน้าส่วนล่างคืออะไร?
ศัลยกรรมดึงหน้าส่วนล่าง (Lower Facelift Surgery) คือการผ่าตัดยกกระชับเนื้อเยื่อและผิวหนังบริเวณหนึ่งในสามส่วนล่างของใบหน้า ซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากความเสื่อมของคอลลาเจน ตามวัย และน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนที่สุดเมื่ออายุมากขึ้น
หัตถการนี้แตกต่างจากการดึงหน้าทั้งหน้า (Full Facelift) ตรงที่มุ่งเน้นเฉพาะบริเวณใต้โหนกแก้มลงไปถึงขอบกราม โดยไม่แตะส่วนกลาง (midface) หรือส่วนบน (forehead) ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทั้งหน้า
ในทางการแพทย์ การดึงหน้าส่วนล่างที่ได้มาตรฐานมักใช้เทคนิคการยกชั้นเนื้อเยื่อที่เรียกว่า SMAS ซึ่งเป็นการยกทั้งผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อพร้อมกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นธรรมชาติและคงทนนานกว่าการดึงเฉพาะผิวหนังชั้นนอก
อัพเดต หลังดึงหน้า 3 เดือน
ดึงหน้าส่วนล่าง ครอบคลุมบริเวณใดบ้าง?
หลายคนมักสงสัยว่า “ดึงหน้าส่วนล่าง” หมายความว่าอะไรกันแน่ คำตอบคือครอบคลุมบริเวณใบหน้าตั้งแต่ โหนกแก้มลงมา โดยแบ่งออกเป็น 3 โซนหลักดังนี้
Zone 1 — กรอบหน้าและเหนียงกราม (Jawline & Jowls)
บริเวณแรกและสำคัญที่สุดคือ ขอบกราม (Jawline) และ เหนียงกราม (Jowls) ซึ่งเกิดจากเนื้อเยื่อไขมันและกล้ามเนื้อที่หย่อนตัวลงมาสะสมบริเวณสองข้างของคาง ส่งผลให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน หน้าดูกว้างขึ้น และขาดความกระชับ
ศัลยกรรมดึงหน้าส่วนล่างจะยกเนื้อเยื่อเหล่านี้กลับขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้กรอบหน้ากลับมาชัดเจนและดูกระชับขึ้น
Zone 2 — มุมปากและร่องปากลาก (Marionette Lines)
Marionette Lines คือร่องที่ลากจากมุมปากลงมายังคาง ซึ่งมักทำให้ดูเหนื่อยล้าหรือดูไม่สดใส แม้ในยามที่ใบหน้าผ่อนคลาย ในบางรายอาจรุนแรงจนมุมปากห้อยลง ทำให้ดูเหมือนกำลังทำหน้าเบ้หรือไม่พอใจ
การดึงหน้าส่วนล่างช่วยแก้ไขบริเวณนี้ได้โดยการยกชั้นเนื้อเยื่อ SMAS ขึ้น ซึ่งจะดึงมุมปากและร่องปากลากขึ้นไปพร้อมกัน
Zone 3 — รอยต่อคางและลำคอ (Cervicomental Angle)
บริเวณรอยต่อระหว่างคางและลำคอ หรือที่เรียกว่า Cervicomental Angle เป็นโซนที่มักถูกมองข้าม แต่มีผลอย่างมากต่อการรับรู้ความอายุและความกระชับของใบหน้าโดยรวม
เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อ Platysma บริเวณคอจะหย่อนตัวลง ทำให้รอยต่อระหว่างคางกับคอไม่ชัดเจน เกิดเป็น “double chin” หรือเหนียงใต้คาง ศัลยกรรมดึงหน้าส่วนล่างสามารถแก้ไขบริเวณนี้ได้ร่วมกับหัตถการดึงคอในบางกรณี
หมายเหตุ: หากต้องการแก้ไขทั้งใบหน้าพร้อมกัน สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศัลยกรรมดึงหน้า และ ศัลยกรรมดึงหน้าส่วนกลาง
การทำศัลยกรรมดึงหน้าส่วนล่าง เหมาะกับใคร?
ผู้ที่เหมาะกับการดึงหน้าส่วนล่างมักมีลักษณะดังต่อไปนี้
เกณฑ์ที่เหมาะสม:
- อายุ 35–65 ปี ที่เริ่มสังเกตเห็นความหย่อนคล้อยของผิวหน้าบริเวณส่วนล่าง
- มีเหนียงกราม (Jowls) ที่ชัดเจน กรอบหน้าไม่คมชัด
- มี Marionette Lines หรือร่องปากลากที่รบกวนความมั่นใจ
- ยังมีความยืดหยุ่นของผิวหนังในระดับปานกลางถึงดี
- สุขภาพโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรับการผ่าตัดภายใต้ยาสลบได้
- มีความคาดหวังที่สมเหตุสมผลต่อผลลัพธ์การผ่าตัด
- ไม่สูบบุหรี่ หรือสามารถหยุดสูบบุหรี่ได้ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์
ข้อควรระวัง — แพทย์จะประเมินเป็นรายกรณี:
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
- ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่รับประทานยาบางประเภท เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด ยาละลายลิ่มเลือด
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมาก เนื่องจากอาจกระทบต่อผลลัพธ์และการพักฟื้น
การตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าเหมาะสมหรือไม่ขึ้นอยู่กับการประเมินโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางโดยตรง
รีวิว ดึงหน้าส่วนล่าง
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อัพเดตภาพโดยทีมงานการตลาด




ขั้นตอนการทำศัลยกรรมดึงหน้าส่วนล่าง
การดึงหน้าส่วนล่างที่โรงพยาบาลเอเซียดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐานดังนี้
- การปรึกษาและวางแผนก่อนผ่าตัด ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางประเมินโครงสร้างใบหน้า ความยืดหยุ่นผิวหนัง และกำหนดขอบเขตการผ่าตัดร่วมกับผู้ป่วย พร้อมรับฟังความต้องการและตั้งความคาดหวังที่เป็นจริง
- การประเมินก่อนผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ทุกเคสจะได้รับการประเมินโดย วิสัญญีแพทย์ เพื่อวางแผนการระงับความรู้สึกที่เหมาะสม และ อายุรแพทย์หัวใจ เพื่อประเมินความพร้อมของระบบหัวใจและหลอดเลือดก่อนการผ่าตัด ทำให้ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การวางยาสลบ โดยทั่วไปใช้ยาสลบทั่วไป (General Anesthesia) ควบคุมโดยวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัด
- การผ่าตัดยกกระชับ แพทย์กรีดแผลบริเวณด้านหน้าและหลังใบหู ซึ่งแผลจะอยู่ในตำแหน่งที่ซ่อนอยู่ตามธรรมชาติของรอยพับผิวหนัง จากนั้นยกชั้นเนื้อเยื่อ SMAS กลับคืนสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม ตัดผิวหนังส่วนเกิน และเย็บปิดแผลอย่างประณีต ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2–4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขอบเขตและความซับซ้อน
- พักฟื้นและติดตามผล หลังผ่าตัดพักในโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 คืน ทีมพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด และนัดตรวจติดตามผลตามช่วงเวลาที่กำหนด
ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่ต้องรู้
ศัลยกรรมดึงหน้าส่วนล่าง เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกประเภท มีความเสี่ยงที่ต้องรับทราบก่อนตัดสินใจ
ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปและมักหายเองได้:
- บวมและช้ำบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก
- รู้สึกตึงหรือชาบริเวณแผลและผิวหนังโดยรอบ ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน
- แผลเป็นบริเวณหน้าและหลังใบหู ซึ่งจะจางลงตามเวลา
ความเสี่ยงที่ต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์:
- เลือดออกสะสม — เลือดสะสมใต้ผิวหนัง อาจต้องระบายออก
- การติดเชื้อ — มักป้องกันได้ด้วยยาปฏิชีวนะและการดูแลแผลที่ถูกต้อง
- การบาดเจ็บของเส้นประสาทชั่วคราวหรือถาวร — อาจทำให้รู้สึกชาหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงบริเวณใบหน้า แม้จะพบได้น้อยแต่ต้องรับทราบ
- ความไม่สมดุล — ใบหน้าสองข้างอาจดูไม่เท่ากันในช่วงพักฟื้น ซึ่งส่วนใหญ่จะดีขึ้นเมื่อบวมยุบลง
- แผลเป็นนูน — ในผู้ที่มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์ควรแจ้งแพทย์ก่อน
- ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นที่พอใจ — อาจต้องรับการแก้ไขเพิ่มเติมในบางกรณี
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด เช่น ปวดมาก บวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีไข้ ควรติดต่อโรงพยาบาลทันที
ดึงหน้าส่วนล่าง ราคาเท่าไหร่
ที่ โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมดึงหน้าส่วนล่าง ราคา เริ่มต้นที่ 79,000 บาท สอบถามโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ Line Official @asiacosmetic
โปรแกรมดึงหน้า |
ราคา เริ่มต้น |
|---|---|
| ดึงหน้าส่วนบน (ดึงคิ้ว,ดึงหางตา) | 59,000 บาท |
| ดึงหน้าส่วนกลาง | 79,000 บาท |
| ดึงหน้าส่วนล่าง | 79,000 บาท |
| ดึงหน้าเฉพาะจุด Mini Facelift | 59,000 บาท |
การเตรียมตัวก่อนดึงหน้าส่วนล่าง
การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดความเสี่ยงและส่งผลดีต่อการพักฟื้น แพทย์จะแนะนำโดยละเอียดเป็นรายบุคคล โดยทั่วไปมีแนวทางดังนี้
2–4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด:
- หยุดสูบบุหรี่ (บุหรี่ลดการไหลเวียนเลือดและทำให้แผลหายช้า)
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยา อาหารเสริม สมุนไพร และวิตามินทุกชนิดที่รับประทาน
- หยุดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน) ตามคำแนะนำแพทย์
- ดูแลผิวหนังให้มีความชุ่มชื้นและหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดนาน
1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด:
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโปรตีนและวิตามิน C เพื่อสนับสนุนการหายของแผล
- จัดเตรียมสถานที่พักฟื้นที่บ้านให้พร้อม ได้แก่ หมอนหนุนศีรษะเพิ่มจำนวน ผ้าเย็น อาหารอ่อน
- จัดหาผู้ดูแลสำหรับช่วง 3–5 วันแรกหลังผ่าตัด
วันก่อนและวันผ่าตัด:
- งดอาหารและน้ำ 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด (หรือตามคำสั่งแพทย์)
- ไม่ทาครีม เมคอัพ หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในวันผ่าตัด
- แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่สะดวก ไม่ต้องสวมเสื้อผ่านหัว
- มีผู้ติดตามมาด้วยและพร้อมพาเดินทางกลับหลังผ่าตัด
การดูแลตัวเองหลังดึงหน้าส่วนล่าง
Timeline การพักฟื้นโดยทั่วไป:
- วันที่ 1–3: บวมและช้ำมากที่สุด ใส่ผ้าพันกดรอบใบหน้า พักบนเตียงโดยยกศีรษะสูง งดกิจกรรมทุกอย่าง รับประทานอาหารเหลวหรืออ่อน
- สัปดาห์ที่ 1: บวมเริ่มลดลง มาตรวจแผลและถอดไหม (หรือดูดน้ำเหลืองหากมี) งดออกกำลังกาย ยังควรพักผ่อนมาก
- สัปดาห์ที่ 2: บวมช้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด สามารถกลับไปทำงาน (งานนั่งโต๊ะ) ได้ในหลายราย แต่ยังควรหลีกเลี่ยงงานหนักและการออกแดด
- เดือนที่ 1–3: ความตึงและความชาค่อย ๆ ลดลง รูปทรงใบหน้าเริ่มชัดขึ้น
- เดือนที่ 3–6: เห็นผลลัพธ์ใกล้เคียงขั้นสุดท้าย เนื้อเยื่อเริ่มนิ่มและเป็นธรรมชาติ
- เดือนที่ 6–12: ผลลัพธ์เต็มที่ แผลเป็นจางมากจนแทบมองไม่เห็น
สิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด:
- ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวันหลังแผลหาย เพื่อป้องกันแผลเป็นคล้ำ
- นอนหงายศีรษะสูงอย่างน้อย 4 สัปดาห์
- งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์
- งดสูบบุหรี่ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 สัปดาห์หลังผ่าตัด
- ห้ามนวดหรือกดบริเวณแผลจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
ผลลัพธ์ที่คาดหวังและระยะเวลา
ผลลัพธ์ของศัลยกรรมดึงหน้าส่วนล่างที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่รายงานได้แก่
- กรอบหน้ากลับมาชัดเจนขึ้น ลดความกว้างที่เกิดจากเหนียงกราม
- มุมปากดูสดใสขึ้น ร่องปากลาก (Marionette Lines) ตื้นลงอย่างเห็นได้ชัด
- รอยต่อระหว่างคางและลำคอคมขึ้น ใบหน้าโดยรวมดูกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้น
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปผลลัพธ์คงอยู่ได้ 5–10 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ อายุและคุณภาพผิวหนังก่อนผ่าตัด พันธุกรรม การดูแลผิวหลังผ่าตัด การหลีกเลี่ยงแสงแดด น้ำหนักที่คงที่ และการงดสูบบุหรี่
สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือ ใบหน้ายังคงมีการเปลี่ยนแปลงตามอายุต่อไป แต่จะช้ากว่าผู้ที่ไม่ได้รับการผ่าตัด ผลลัพธ์ของแต่ละรายอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลหลังผ่าตัด
เคล็ดลับ: ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เต็มใบหน้า สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก SMAS หรือ ศัลยกรรมดึงคอ ที่สามารถทำร่วมกันได้ในคราวเดียว
ราคาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ขอบเขตการผ่าตัด เทคนิคที่ใช้ ระยะเวลาพักในโรงพยาบาล ปรึกษาเพื่อรับข้อมูลราคาที่ถูกต้องตามกรณีของแต่ละบุคคล
FAQ คำถามที่พบบ่อย
สรุป
- ศัลยกรรมดึงหน้าส่วนล่าง แก้ปัญหาเหนียงกราม กรอบหน้าไม่ชัด ร่องปากลาก และรอยต่อคาง-ลำคอ โดยไม่จำเป็นต้องดึงทั้งหน้า
- ครอบคลุม 3 โซนหลัก ได้แก่ Jawline & Jowls / Marionette Lines / Cervicomental Angle
- เหมาะกับผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไปที่หน้าหย่อนเฉพาะส่วนล่างและสุขภาพโดยรวมดี
- ทุกเคสได้รับการประเมินโดยวิสัญญีแพทย์และอายุรแพทย์หัวใจ ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
- โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI ปี 2025
พร้อมรับคำปรึกษาจากศัลยแพทย์เฉพาะทาง — ติดต่อโรงพยาบาลเอเซียเพื่อนัดหมายได้วันนี้ โทร. 02-199-9999

ช่องทางติดต่อสอบถาม
เลขที่ 1 ซ.รัตนาธิเบศร์ 30 บางกระสอ เมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000







