ศัลยกรรมปรับโครงหน้า
ศัลยกรรมหน้าอก
ศัลยกรรมดูดไขมัน
ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง
ศัลยกรรมเสริมจมูก
ศัลยกรรมดึงหน้า

กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ

บริษัท โรงพยาบาลคอสเมติก จำกัด จะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด

  • อัปเดตล่าสุดเมื่อ: กันยายน 9, 2026 | บทความนี้ตรวจสอบโดย นพ.ธนคม ใหลสกุล ศัลยแพทย์ตกแต่ง

ปรึกษาศัลยกรรม

ปรึกษาศัลยกรรม

โปรแกรม ดูดไขมันเหนียง แก้ปัญหาคางสองชั้น หน้าเรียว

ดูดไขมันเหนียง

สรุปสั้น / Quick Answer: ดูดไขมันเหนียง (Chin Liposuction) คือหัตถการศัลยกรรมที่ใช้เครื่องดูดขนาดเล็กกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณใต้คางและรอบคอส่วนบน เพื่อให้เส้นขากรรไกรมีความคมชัดและใบหน้าด้านข้างดูเรียวสวยงามขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณใต้คาง (เหนียง) โดยมีน้ำหนักตัวใกล้เคียงปกติ ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 45–90 นาที ภายใต้ยาชาเฉพาะที่หรือยาสลบ และมีระยะพักฟื้นประมาณ 1–2 สัปดาห์

  • ดูดไขมันเหนียง คืออะไร?
  • การดูดไขมันเหนียง ช่วยอะไรบ้าง ?
  • ข้อดี – ข้อเสีย ของการดูดไขมันเหนียง
  • ขั้นตอนการดูดไขมันเหนียง
  • รีวิวดูดไขมันเหนียง เก็บกรอบหน้าให้เข้าทรง
  • การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันเหนียง
  • ข้อควรระวังหลังดูดไขมันเหนียง
  • การดูแลหลังดูดไขมันเหนียง
  • ราคา ดูดไขมันเหนียง
  • ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลเอเซีย
  • FAQ คำถามที่พบบ่อย

ดูดไขมันเหนียงคืออะไร?

ดูดไขมันเหนียง คือกระบวนการผ่าตัดที่ศัลยแพทย์จะเจาะรูขนาดเล็ก (Micro-incision) บริเวณใต้คางหรือหลังหู เพื่อสอดท่อ Cannula ขนาดเล็กเข้าไปสลายและดูดไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณ Submental (ใต้คาง) และ Submandibular (ใต้ขากรรไกรล่าง) ออก

ปัญหา “เหนียง” หรือ Double Chin เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงตามอายุที่ทำให้ผิวหนังและชั้นไขมันใต้คางหย่อนคล้อยลง หัตถการนี้แตกต่างจากการดูดไขมันทั่วไปตรงที่ใช้เครื่องมือขนาดเล็กกว่า เหมาะกับพื้นที่แคบ และสามารถทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องดมยาสลบทุกกรณี

ประเภทของการดูดไขมันบริเวณใต้คาง

  • การดูดไขมันแบบ Traditional Liposuction เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้แรงดูดเชิงกลผ่าน Cannula ดูดไขมันออกโดยตรง เหมาะกับผู้ที่มีไขมันปริมาณปานกลางถึงมาก
  • การดูดไขมันด้วย Tumescent Technique คือการฉีดสารละลาย Tumescent (น้ำเกลือ + ยาชา Lidocaine + Epinephrine) เข้าบริเวณที่จะดูดก่อน เพื่อลดอาการเจ็บปวด ลดเลือดออก และทำให้ดูดไขมันได้ง่ายขึ้น ถือเป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน
  • การดูดไขมันด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ (VASER Liposuction) ดูดไขมัน VASER เป็นการใช้คลื่นเสียงสลายไขมันก่อนดูด ช่วยให้ดูดได้ละเอียดกว่าและบาดเจ็บเนื้อเยื่อข้างเคียงน้อยกว่า แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
  • Submentoplasty คือการผสมผสานการดูดไขมันกับการตัดแต่งกล้ามเนื้อคอ (Platysma) เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าในผู้ที่มีทั้งไขมันและกล้ามเนื้อหย่อนคล้อย

การดูดไขมันเหนียงช่วยอะไรบ้าง?

การดูดไขมันเหนียง คือหัตถการศัลยกรรมความงามที่ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง เพื่อให้กรอบหน้าดูชัด ใบหน้าดูเรียว และมีสัดส่วนที่สมดุลมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันใต้คางจนเกิดลักษณะคางสองชั้น ทำให้ใบหน้าดูไม่กระชับ

1. ช่วยใกรอบหน้าคมชัดขึ้น

เมื่อลดไขมันส่วนเกินใต้คาง ใบหน้าจะดูมีมิติ กรอบหน้าชัด และรูปหน้าดูเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

2. ลดปัญหาคางสองชั้น

การดูดไขมันเหนียงช่วยลดลักษณะ Double Chin ทำให้ช่วงคางและลำคอดูเรียบเนียนขึ้น

3. เสริมความมั่นใจในรูปหน้า

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องเหนียงหรือกรอบหน้าไม่ชัด หัตถการนี้อาจช่วยให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อมองหน้าตรงหรือถ่ายภาพด้านข้าง

4. ผลลัพธ์อยู่ได้นานเมื่อดูแลตัวเองเหมาะสม

หากควบคุมน้ำหนักให้คงที่ ไขมันบริเวณที่ดูดออกไปมักไม่กลับมาสะสมง่ายเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล

ก่อนตัดสินใจดูดไขมันเหนียง ควรเข้ารับการประเมินกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ปริมาณไขมัน ความยืดหยุ่นของผิว และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

ใครเหมาะกับการดูดไขมันเหนียง

ผู้ที่เหมาะกับการดูดไขมันเหนียงมักมีลักษณะดังต่อไปนี้ร่วมกัน

เกณฑ์ที่เหมาะสม:

  • มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางที่ไม่ตอบสนองต่อการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
  • น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือใกล้เคียง (BMI ไม่เกิน 30 โดยทั่วไป)
  • ผิวหนังบริเวณคางและคอยังมีความยืดหยุ่นดีพอสมควร
  • สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการผ่าตัด

ข้อห้าม (Contraindications) ที่ต้องระวัง:

  • ผิวหนังบริเวณคางหย่อนคล้อยมากเกินไป — การดูดไขมันเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ผิวย่นมากขึ้น อาจต้องพิจารณา ศัลยกรรมดึงคอ (Neck Lift) ร่วมด้วย
  • ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินมาก (Obesity) เนื่องจากไขมันอาจกลับมาสะสมได้อีกหากน้ำหนักขึ้น
  • ผู้ที่มีโรคเลือดแข็งตัวผิดปกติ หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง

การประเมินจากศัลยแพทย์โดยตรงเป็นสิ่งจำเป็นก่อนตัดสินใจทุกครั้ง เนื่องจากความเหมาะสมของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน

ดูดไขมันเหนียงเทียบกับทางเลือกอื่น

การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน สภาพผิว และเป้าหมายของแต่ละบุคคล การปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อประเมินแบบตัวต่อตัวจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด

วิธีการ เหมาะกับ ข้อดี ข้อจำกัด
ดูดไขมันเหนียง ไขมันปานกลาง–มาก, ผิวยืดหยุ่นดี ผลถาวร, เห็นผลชัด มีแผล, ต้องพักฟื้น
ฉีดสลายไขมัน ไขมันน้อย–ปานกลาง  ไม่มีแผล ต้องฉีดหลายครั้ง, แพง
HIFU / Ultherapy ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย, ไขมันน้อย ไม่มีแผล, ฟื้นตัวเร็ว ผลน้อยกว่า, ไม่ถาวร
ดึงคอ (Neck Lift) ผิวหย่อนมาก + ไขมัน แก้ปัญหาได้ครอบคลุม ครอบคลุมผ่าตัดใหญ่กว่า, พักฟื้นนานกว่า
การควบคุมอาหาร  ไขมันน้อย, น้ำหนักเกิน  ไม่ต้องผ่าตัด ไม่สามารถเลือกจุดได้

ขั้นตอนการดูดไขมันเหนียง

ขั้นที่ 1: การให้ยาระงับความรู้สึก

ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและความต้องการของผู้ป่วย แพทย์จะเลือกระหว่างยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthesia) ร่วมกับยาระงับความวิตกกังวล (Sedation) หรือการดมยาสลบ (General Anesthesia) โดยทั้งสองแบบมีผลระงับความรู้สึกเจ็บปวดได้ดี

ขั้นที่ 2: การฉีด Tumescent Solution

แพทย์จะฉีดสารละลาย Tumescent เข้าสู่ชั้นไขมันใต้คาง สารละลายนี้ประกอบด้วยยาชา Lidocaine และ Epinephrine ช่วยลดเลือดออกระหว่างผ่าตัดและทำให้ดูดไขมันได้ง่ายขึ้น

ขั้นที่ 3: เจาะ Micro-incision

แพทย์จะเจาะรูขนาดเล็กประมาณ 2–4 มิลลิเมตร บริเวณใต้คาง 1–2 จุด และ/หรือบริเวณหลังหูทั้งสองข้าง ตำแหน่งจะถูกซ่อนอยู่ในรอยพับธรรมชาติของผิวหนังเพื่อให้แผลมองไม่เห็น

ขั้นที่ 4: การดูดไขมัน

สอด Cannula ขนาดเล็กเข้าทางรู และขยับไปมาเพื่อสลายและดูดไขมันออก ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะควบคุมแรงดูดและปริมาณไขมันที่ดูดออกอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ผลลัพธ์ สม่ำเสมอและหน้าไม่ดูหลุมขรุขระ

ขั้นที่ 5: เย็บปิดแผลและพันผ้ารัด

เมื่อดูดไขมันได้ตามที่วางแผนไว้ แพทย์จะเย็บปิดรอยเจาะและพันผ้ารัดบริเวณคางและคอ เพื่อลดอาการบวมและช่วยให้ผิวหนังยึดเข้ากับรูปทรงใหม่

ระยะเวลาของหัตถการโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 45–90 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและเทคนิคที่ใช้

รีวิวดูดไขมันเหนียง เก็บกรอบหน้าให้เข้าทรง

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันเหนียง

ก่อนวันผ่าตัด ศัลยแพทย์จะนัดประเมินเพื่อวางแผนรักษา ถ่ายภาพก่อนผ่าตัด และอธิบายรายละเอียดทั้งหมด ผู้เข้ารับหัตถการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งโดยทั่วไปรวมถึง:

  • หยุดยาละลายลิ่มเลือด เช่น Aspirin และ NSAIDs อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด เนื่องจากนิโคตินส่งผลต่อการฟื้นตัวของแผล
  • งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงก่อน หากมีการวางแผนดมยาสลบ
  • แจ้งประวัติยา อาหารเสริม และโรคประจำตัวทั้งหมดให้แพทย์ทราบ

ความเสี่ยงและผลข้างเคียง

เช่นเดียวกับหัตถการผ่าตัดทุกประเภท การดูดไขมันเหนียงมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่ผู้ป่วยต้องรับทราบก่อนตัดสินใจ

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยและมักหายได้เอง:

  • อาการบวม บริเวณคางและคอ มักสูงสุดในช่วง 48–72 ชั่วโมงแรก และค่อยๆ ลดลงใน 2–4 สัปดาห์
  • รอยช้ำ (Bruising) บริเวณที่ดูด มักหายภายใน 2–3 สัปดาห์
  • อาการชาหรือรู้สึกตึงบริเวณคางและคอ ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อฟื้นตัว
  • อาการเจ็บปวดระดับเบาถึงปานกลาง ซึ่งควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง

ความเสี่ยงที่ต้องระวัง:

  • ผิวหนังไม่เรียบสม่ำเสมอ (Contour Irregularities) หากดูดไขมันไม่สม่ำเสมอ
  • ผิวหนังหย่อนคล้อยหลังดูดไขมัน โดยเฉพาะในผู้ที่ผิวมีความยืดหยุ่นน้อย
  • การติดเชื้อบริเวณแผล ซึ่งพบได้น้อย แต่ต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
  • อาการเลือดคั่ง (Hematoma) หรือน้ำเหลืองคั่ง (Seroma) ใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจต้องระบายออก
  • ความเสียหายต่อเส้นประสาทรับความรู้สึก ซึ่งในกรณีส่วนใหญ่จะฟื้นตัวเองได้ภายในไม่กี่เดือน
  • ผลลัพธ์ไม่สมมาตร (Asymmetry) ซึ่งอาจต้องแก้ไขในภายหลัง

ผลลัพธ์จากหัตถการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของร่างกาย ความยืดหยุ่นของผิว และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงเฉพาะของท่าน

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมันเหนียง

การดูแลหลังผ่าตัดมีผลโดยตรงต่อความรวดเร็วในการฟื้นตัวและความสวยงามของผลลัพธ์

  • วันที่ 1–3 : อาการบวมและช้ำสูงสุดในช่วงนี้ ควรพักผ่อนอยู่บ้าน หลีกเลี่ยงการก้มหรือเงยคออย่างรวดเร็ว นอนหนุนหมอนสูงเพื่อลดอาการบวม และรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง ส่วนใหญ่สามารถรับประทานอาหารปกติได้แต่ควรเลือกอาหารอ่อนในช่วงแรก
  • สัปดาห์ที่ 1–2 : ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงาน Office ได้ภายใน 5–7 วัน ต้องสวมผ้ารัดคาง (Compression Garment) ตลอด 24 ชั่วโมงตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งโดยทั่วไปประมาณ 1–2 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและการยกของหนัก

  • สัปดาห์ที่ 3–4: อาการบวมและช้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด สามารถกลับมาออกกำลังกายเบาๆ ได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน รูปทรงเริ่มปรากฏชัดขึ้น แม้ยังมีอาการบวมเล็กน้อยอยู่

  • เดือนที่ 2–3: อาการบวมหายไปเกือบหมด เส้นขากรรไกรเริ่มคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติและออกกำลังกายได้เต็มที่

  • เดือนที่ 6–12: ผลลัพธ์สุดท้ายปรากฏชัดเต็มที่ เนื่องจากผิวหนังและเนื้อเยื่อใช้เวลาปรับตัวเข้ากับโครงสร้างใหม่

สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงหลังผ่าตัด:

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดบริเวณแผลอย่างน้อย 6 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ห้ามสัมผัสหรือนวดบริเวณผ่าตัดโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ดูดไขมันเหนียง ราคาเท่าไหร่

ที่ โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมดูดไขมันหน้าท้อง ราคา เริ่มต้นที่ 19,000 บาท สอบถามโปรโมชั่นและรับส่วนลดได้ที่ Line Official @asiacosmetic

โปรแกรมดูดไขมัน

ราคา เริ่มต้น

ดูดไขมันเหนียง 45,000 บาท
ดูดไขมันต้นแขน 29,000 บาท
ดูดไขมันต้นขา 49,000 บาท

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

ผลลัพธ์ที่คาดหวังและระยะเวลา

ผลลัพธ์จากการดูดไขมันเหนียงที่ประสบความสำเร็จจะทำให้เส้นขากรรไกรล่างและบริเวณคอส่วนบนมีความคมชัดขึ้น โปรไฟล์ด้านข้างดูเรียวและกระชับ ลดลักษณะเหนียงสองชั้นที่มองเห็นได้ชัด ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าดูสมส่วนและอ่อนเยาว์ขึ้นโดยรวม

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ได้แก่ ความยืดหยุ่นของผิวหนัง (ยิ่งผิวยืดหยุ่นดี ยิ่งหดกลับได้ดี) ปริมาณไขมันที่ดูดออก ประสบการณ์ของศัลยแพทย์ และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด

ผลลัพธ์จากการดูดไขมันถือว่ายาวนาน เนื่องจากเซลล์ไขมัน (Adipocytes) ที่ถูกดูดออกไปจะไม่งอกขึ้นมาใหม่ อย่างไรก็ตาม หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่สามารถขยายตัวได้ ดังนั้นการรักษาน้ำหนักตัวหลังผ่าตัดจึงมีความสำคัญต่อความยั่งยืนของผล

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ตอบ : ระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากมีการให้ยาชาหรือยาสลบ หลังผ่าตัดในช่วง 2–3 วันแรกอาจมีอาการปวดตึง เจ็บแผล หรือรู้สึกชาบริเวณคางและคอ ซึ่งสามารถควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง อาการมักดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังสัปดาห์แรก
ตอบ : ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงาน Office หรืองานที่ไม่ต้องออกแรงมากได้ภายใน 5–7 วัน หากงานต้องออกแรงมากหรืออยู่กลางแจ้ง อาจต้องพักนานขึ้น 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคล
ตอบ : เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมา ทำให้ผลลัพธ์มีความถาวรในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหลังผ่าตัด เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่สามารถขยายตัวได้ การรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่จึงเป็นปัจจัยสำคัญของความยั่งยืนของผล
ตอบ : ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นของผิวหนังเป็นหลัก ในผู้ที่ผิวยังยืดหยุ่นดี (โดยทั่วไปอายุน้อยกว่า 45–50 ปี) ผิวมักหดกลับได้ดีหลังดูดไขมัน แต่ในผู้ที่ผิวเสียความยืดหยุ่นมาก ศัลยแพทย์อาจแนะนำให้ทำ Neck Lift ควบคู่กัน
ตอบ : การดูดไขมันเหนียงเป็นการผ่าตัดที่ให้ผลชัดเจนกว่าและเห็นผลภายในครั้งเดียว เหมาะกับผู้ที่มีไขมันปริมาณปานกลางถึงมาก ในขณะที่ Kybella เป็นการฉีดยาเพื่อสลายไขมัน ไม่มีแผล แต่ต้องฉีดหลายครั้ง (โดยทั่วไป 2–4 ครั้ง) และเหมาะกับไขมันปริมาณน้อยถึงปานกลางเท่านั้น
ตอบ : รอยเจาะมีขนาดเล็กมาก (ประมาณ 2–4 มิลลิเมตร) และแพทย์จะเลือกตำแหน่งที่ซ่อนอยู่ในรอยพับธรรมชาติของผิวหนัง เช่น ใต้คางหรือหลังหู รอยแผลมักจางหายไปได้ดีและมองไม่เห็นชัดเจนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม กระบวนการหายของแผลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ตอบ : ราคาดูดไขมันเหนียง ที่โรงพยาบาลเอเซีย เริ่มต้น 45,000 บาท

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณแตกต่างกันตามสถานพยาบาล ประสบการณ์ของศัลยแพทย์ เทคนิคที่ใช้ และปริมาณไขมัน แนะนำให้นัดปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและใบเสนอราคาที่ตรงกับกรณีของท่าน

สรุป

ดูดไขมันเหนียง (Chin Liposuction) คือหนึ่งในหัตถการทางศัลยกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาเหนียงสองชั้นได้อย่างตรงจุด ด้วยการกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณ Submental ออกอย่างถาวร ส่งผลให้เส้นขากรรไกรคมชัดและโปรไฟล์ดูเรียวสวยงามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

หัตถการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันเหนียงที่ไม่สามารถลดได้ด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร มีน้ำหนักตัวใกล้เคียงปกติ และผิวหนังยังมีความยืดหยุ่นดี อย่างไรก็ตาม ทุกหัตถการมีความเสี่ยงที่ต้องรับทราบ และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

การปรึกษาศัลยแพทย์ที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเสมอ เพื่อให้ได้รับการประเมินที่ถูกต้องและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของท่านโดยเฉพาะ

ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลเอเซีย

โรงพยาบาลเอเซียได้การรับรองมาตรฐาน-JCI
อายุรแพทย์หัวใจ-ประเมินก่อนการผ่าตัดทุกเคส
ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์-ดูแลตลอดการผ่าตัด

จุดเด่นของการดูดไขมันเหนียงกับโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเซีย

  • ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง มีประสบการณ์ด้านการดูดไขมันเหนียง สามารถออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับสรีระของผู้รับบริการ เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับความคาดหวัง
  • มาตรฐานสถานพยาบาลระดับสากล โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากล JCI มีระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดทั้งในห้องผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด
  • เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
  • การดูแลอย่างใกล้ชิด มีระบบดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด การผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ไปจนถึงการติดตามผลและการฟื้นฟูหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
  • ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้แนวทางความปลอดภัยทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ทั้งในระหว่างการรักษาและช่วงพักฟื้น
ดูดไขมัน

ช่องทางติดต่อสอบถาม

  • โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง

เลขที่ 1 ซ.รัตนาธิเบศร์ 30 บางกระสอ เมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000

พูดคุยกับเรา

ปรึกษาและสอบถามโปรโมชั่นประจำเดือนนี้