
ศัลยกรรมปรับโครงหน้า 3 จุด และ ปรับโครงหน้า 4 จุด
บางคนรู้สึกว่าใบหน้าดูกว้าง แม้รูปร่างจะไม่ได้มีน้ำหนักมาก บางคนมองด้านหน้าแล้วเห็นโหนกแก้มเด่น หรือเมื่อถ่ายภาพด้านข้างกลับรู้สึกว่ากรามและปลายคางยังไม่รับกัน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากไขมันหรือผิวหนังเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับ “โครงสร้างกระดูกใบหน้า”
ศัลยกรรมปรับโครงหน้า จึงเป็นการผ่าตัดที่มุ่งปรับสัดส่วนของกระดูกในตำแหน่งต่างๆ เช่น โหนกแก้ม กราม ขากรรไกร และคาง เพื่อให้โครงสร้างโดยรวมมีความสมดุลมากขึ้น โดยแต่ละคนไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเหมือนกันทั้งหมด เพราะรูปหน้าเดิม ความกว้างของกระดูก ตำแหน่งที่ทำให้ใบหน้าดูกว้าง รวมถึงลักษณะปลายคางแตกต่างกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “อยากหน้าเล็กแค่ไหน” แต่คือการประเมินว่า ส่วนใดของโครงหน้าควรได้รับการปรับ และควรปรับมากน้อยเพียงใดจึงเหมาะกับใบหน้าของแต่ละคน
ศัลยกรรมปรับโครงหน้า 4 จุด คืออะไร?
ศัลยกรรมโครงหน้า 4 จุด คือการผ่าตัดเพื่อปรับรูปร่างและสัดส่วนของกระดูกใบหน้า โดยสามารถวางแผนแก้ไขเป็นรายตำแหน่งหรือทำร่วมกันหลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับลักษณะโครงหน้าเดิมและเป้าหมายของผู้เข้ารับการผ่าตัด
บริเวณที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงหน้าหลักๆ ได้แก่
- กระดูกโหนกแก้ม
- กระดูกกราม
- แนวขากรรไกร
- ปลายคาง
เมื่อมองภาพรวม การปรับโครงหน้าจึงไม่ได้หมายถึงการ “ตัดกระดูกให้เล็กลง” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการจัดสัดส่วนของแต่ละบริเวณให้ทำงานสัมพันธ์กัน เพื่อให้รูปหน้าหลังผ่าตัดยังคงมีความสมดุลเมื่อมองจากหลายมุม
ศัลยกรรมปรับโครงหน้า? เหมาะกับใคร
คนที่เข้ามาปรึกษาเรื่องศัลยกรรมโครงหน้ามักมีความกังวลแตกต่างกัน เช่น รู้สึกว่าโหนกแก้มสูง ใบหน้าดูกว้างช่วงกลาง กรามเป็นเหลี่ยม กรามด้านข้างหนา หรือแนวคางยังไม่ต่อเนื่องกับกรอบหน้า บางคนอาจมีปัญหาเพียงตำแหน่งเดียว ขณะที่บางคนมีหลายองค์ประกอบร่วมกัน
ตัวอย่างเช่น หากใบหน้าดูกว้างจากทั้งโหนกแก้มและขากรรไกร การแก้ไขเฉพาะกรามอาจไม่ตอบโจทย์ภาพรวมทั้งหมด ในทางกลับกัน หากความกว้างเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณมุมกราม ก็ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องทำศัลยกรรมหลายตำแหน่งพร้อมกัน จุดนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมการประเมินโครงหน้าก่อนผ่าตัดจึงมีความสำคัญ




ศัลยกรรมโครงหน้า 4 จุด มีอะไรบ้าง?
ในแนวทางการปรับโครงหน้าของโรงพยาบาลเอเซีย มีการวางแผนศัลยกรรมตามองค์ประกอบของใบหน้า โดยแบ่งเป็นการปรับบริเวณหลักๆ ดังนี้
1. ศัลยกรรมลดโหนกแก้ม
กระดูกโหนกแก้มเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่กำหนดความกว้างและมิติของใบหน้าช่วงกลาง หากกระดูกบริเวณนี้เด่นออกด้านข้างมาก อาจทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูกว้างหรือมีมิติของโหนกแก้มชัด
การศัลยกรรมลดโหนกแก้มจึงมีเป้าหมายเพื่อปรับตำแหน่งและขนาดของกระดูกบริเวณโหนกแก้มให้เหมาะกับสัดส่วนใบหน้า อย่างไรก็ตาม การวางแผนไม่ได้พิจารณาเพียงว่ากระดูกยื่นออกมามากน้อยเพียงใดเท่านั้น แต่แพทย์จะคำนึงถึงตำแหน่งของโหนกแก้มและความต่อเนื่องกับบริเวณแก้มด้านหน้าด้วย
2. ตัดมุมกราม ลดความเหลี่ยมของกรอบหน้า
สำหรับผู้ที่มีมุมกรามเด่น การมองใบหน้าจากด้านหน้าหรือมุมเฉียงอาจเห็นแนวกรามค่อนข้างชัด ทำให้ช่วงล่างของใบหน้าดูกว้าง
การผ่าตัด Jaw Angle Reduction หรือการลดมุมกราม เป็นการปรับกระดูกในบริเวณมุมขากรรไกร เพื่อลดความเด่นของเหลี่ยมกรามและปรับแนวกรอบหน้า ตำแหน่งและปริมาณกระดูกที่ต้องแก้ไขจะแตกต่างกันในแต่ละราย จึงต้องอาศัยการประเมินโครงสร้างก่อนกำหนดแนวผ่าตัด
3. กรอกระดูกกราม ลดความหนาของขากรรไกร
คำว่า “ตัดกราม” และ “กรอกราม” ไม่ได้หมายถึงขั้นตอนเดียวกัน การตัดมุมกรามเน้นที่การลดความเด่นของบริเวณมุมขากรรไกร ส่วน Jaw Bone Shaving เป็นการกรอกระดูกเพื่อลดความหนาหรือความกว้างบางส่วนของกระดูกกราม ในบางราย แพทย์อาจพิจารณาการปรับทั้งมุมกรามและความหนาของกระดูกร่วมกัน เพื่อให้แนวขากรรไกรมีความต่อเนื่องตามแผนการรักษา
4. ศัลยกรรม V-line ปรับแนวกรอบหน้าถึงปลายคาง
แม้ช่วงโหนกแก้มและกรามจะมีสัดส่วนเหมาะสมแล้ว แต่หากปลายคางยังไม่สัมพันธ์กับแนวกรอบหน้า ภาพรวมของใบหน้าก็อาจยังไม่เกิดแนวที่ต่อเนื่อง
V-line Surgery เป็นการผ่าตัดเพื่อปรับลักษณะและความยาวของบริเวณปลายคาง รวมถึงสร้างความต่อเนื่องจากแนวขากรรไกรลงมาถึงคาง เป้าหมายไม่ได้จำเป็นต้องทำให้คางแหลมที่สุด แต่ควรวางแผนตามสัดส่วนใบหน้าเดิมและลักษณะที่ต้องการ ภายใต้การประเมินของแพทย์

ศัลยกรรมโครงหน้า 4 จุด ต่างจากการทำเฉพาะจุดอย่างไร?
โรงพยาบาลเอเซียใช้แนวคิดการปรับโครงหน้าหลายองค์ประกอบภายใต้ชื่อ So Young ซึ่งประกอบด้วย
การวางแผนหลายตำแหน่งคือการมองโครงสร้างใบหน้าเป็นภาพรวม ตั้งแต่ช่วงกลางใบหน้า แนวขากรรไกร ไปจนถึงปลายคาง แทนที่จะมุ่งเปลี่ยนเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องผ่าตัดครบทั้ง 4 ตำแหน่ง การเลือกขั้นตอนควรขึ้นอยู่กับโครงสร้างที่ต้องแก้ไขจริงในแต่ละบุคคล
T-Customized เทคนิคปรับโครงหน้าเฉพาะบุคคล
เทคนิคการผ่าตัดที่เรียกว่า T-Customized Facial Bone Correction หรือการวางแผนแก้ไขโครงหน้าเฉพาะบุคคล โดยศัลยแพทย์ตกแต่ นพ.ทนงศักดิ์ ปัญญาวิรุฬห์โรจน์ (ว.22884) หลักของแนวคิดนี้คือการแยกวิเคราะห์โครงสร้างแต่ละตำแหน่ง และเลือกวิธีผ่าตัดตามลักษณะใบหน้าของผู้เข้ารับการผ่าตัด โดยประกอบด้วยแนวทางสำคัญ เช่น
- T-Zigzag (High Cheek Bone Reduction Surgery) สำหรับการลดโหนกแก้ม
- T-Square Jaw Reduction สำหรับการปรับกระดูกบริเวณกราม
- Jaw Angle Reduction สำหรับลดมุมกราม
- Jaw Bone Shaving สำหรับลดความหนาของกระดูกกราม
- V-line Surgery สำหรับปรับแนวขากรรไกรและปลายคาง
จุดสำคัญคือการเลือกใช้แต่ละวิธีให้สัมพันธ์กับปัญหาโครงสร้างของแต่ละคน มากกว่าการใช้รูปแบบการผ่าตัดเดียวกับทุกใบหน้า

T-Zigzag คืออะไร? เทคนิคลดโหนกแก้มของโรงพยาบาลเอเซีย
แนวทางศัลยกรรมโครงหน้าของโรงพยาบาลเอเซียคือ T-Zigzag Technique สำหรับการผ่าตัดลดโหนกแก้ม เทคนิคนี้อยู่ที่รูปแบบการตัดกระดูกให้มีแนวรอยต่อแบบ Zigzag เพื่อให้ชิ้นกระดูกเกิดพื้นที่เชื่อมต่อกันตามลักษณะของแนวตัด เทคนิคนี้ออกแบบมาโดยไม่ใช้ Plate & Screw สำหรับเชื่อมต่อกระดูก จึงไม่มีวัสดุประเภทแผ่นและสกรูจากในการเอกซเรย์ นอกจากการปรับกระดูกแล้ว ยังมีขั้นตอนเย็บยกและจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าร่วมด้วย เพื่อดูแลเนื้อเยื่อหลังจากมีการเคลื่อนตำแหน่งกระดูกโหนกแก้ม
- ออกแบบแนวตัดกระดูกแบบซิกแซก ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสและจุดเชื่อมต่อของกระดูกหลังปรับตำแหน่ง
- ลดการพึ่งพา Plate และ Screw ในบางกรณี โดยอาศัยการออกแบบแนวกระดูกเพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคงของรอยต่อ
- ลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวัสดุยึดตรึง เช่น Plate หรือ Screw คลายตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคและการประเมินของศัลยแพทย์
- สามารถปรับกระดูกบริเวณโหนกแก้มและแนวต่อเนื่องใกล้เบ้าตา เพื่อควบคุมความกว้างและความนูนของช่วงกลางใบหน้าได้ละเอียดขึ้น
- ช่วยปรับตำแหน่ง Maximum Malar Projection (MMP) หรือจุดนูนสูงสุดของโหนกแก้ม ให้สัมพันธ์กับแก้มด้านหน้าและสัดส่วนใบหน้า
- มีการจัดการและเย็บยกเนื้อเยื่อร่วมกับการปรับกระดูก เพื่อลดโอกาสเกิดความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อหลังผ่าตัด
- ลดการมีวัสดุโลหะคงอยู่ในบริเวณที่ไม่จำเป็นต้องใช้ จึงลดโอกาสเห็นวัสดุยึดตรึงจากการตรวจภาพรังสีในตำแหน่งดังกล่าว
- ช่วยให้วางแผนลดความเด่นของโหนกแก้มได้อย่างเป็นระบบ โดยต้องอาศัยการประเมินโครงสร้างกระดูกและสัดส่วนใบหน้าของแต่ละคน
MMP เกี่ยวข้องอย่างไรกับการลดโหนกแก้ม?
สิ่งที่ถูกนำมาพิจารณาในการวางแผนลดโหนกแก้มคือ Maximum Malar Projection หรือ MMP ซึ่งหมายถึงตำแหน่งที่เป็นจุดนูนเด่นของโหนกแก้ม
การลดโหนกแก้มจึงไม่ได้มีเพียงโจทย์ว่า “จะลดกระดูกออกเท่าไร” แต่ยังเกี่ยวข้องกับการจัดตำแหน่งความนูนของบริเวณแก้มด้วย เทคนิค T-Zigzag มีการวางแผนเคลื่อนตำแหน่ง MMP เพื่อให้ความนูนบริเวณแก้มด้านหน้าสัมพันธ์กับโครงหน้าโดยรวม ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะเป้าหมายของการปรับโครงหน้าที่ดีไม่ควรมองแค่ความแคบของใบหน้า แต่ต้องพิจารณามิติและสัดส่วนเมื่อมองจากด้านหน้าร่วมกับมุมอื่นๆ

ลดโหนกแก้มแล้วต้องคิดเรื่องความหย่อนคล้อยด้วยหรือไม่?
เมื่อมีการเปลี่ยนตำแหน่งของกระดูกโหนกแก้ม เนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่โดยรอบก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณา เทคนิค T-Zigzag จะมีการเย็บยกกระชับเนื้อเยื่อร่วมกับการปรับกระดูก เพื่อช่วยจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อหลังผ่าตัด ดังนั้น การประเมินศัลยกรรมโหนกแก้มจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะกระดูกอย่างเดียว แต่ควรมองความสัมพันธ์ระหว่างกระดูกกับเนื้อเยื่ออ่อนของใบหน้าร่วมกันด้วย
ตัดกราม กรอกราม และ V-line จำเป็นต้องทำพร้อมกันหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคนครับ หากปัญหาหลักอยู่ที่มุมกราม แพทย์อาจพิจารณาแก้ไขบริเวณดังกล่าว แต่ถ้าความกว้างของใบหน้ามาจากทั้งมุมกรามและความหนาของตัวกระดูก การวางแผนอาจแตกต่างออกไป เช่นเดียวกับ V-line ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับแนวกรอบหน้าส่วนล่างและปลายคาง
จึงต้องพิจารณาว่าคางเดิมสัมพันธ์กับขากรรไกรอย่างไร การศัลยกรรมหลายตำแหน่งจึงควรมีเหตุผลจากโครงสร้างใบหน้าของคนไข้ ไม่ใช่เลือกจำนวนจุดผ่าตัดจากความต้องการให้ใบหน้าเล็กเพียงอย่างเดียว

ก่อนศัลยกรรมโครงหน้า ควรประเมินอะไรบ้าง?
เพราะศัลยกรรมโครงหน้าเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงกระดูกโดยตรง การวางแผนจึงควรเริ่มจากการประเมินโครงสร้างจริงของใบหน้า ประเด็นที่ควรพูดคุยกับแพทย์ ได้แก่
- ตำแหน่งที่ทำให้ใบหน้าดูกว้าง
- สัดส่วนของโหนกแก้มและกราม
- ลักษณะปลายคาง
- สัดส่วนของแต่ละตำแหน่งเมื่อมองใบหน้าโดยรวม
ความต้องการของผู้เข้ารับการผ่าตัดก็เป็นส่วนสำคัญ แต่ควรนำมาประกอบกับข้อจำกัดทางกายวิภาคและแผนการผ่าตัดที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม เพราะรูปหน้าที่เหมาะกับคนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นรูปหน้าที่เหมาะกับอีกคน
ศัลยกรรมโครงหน้า ควรเริ่มจาก “ความสมดุล” มากกว่าแค่คำว่า “หน้าเล็ก”
ศัลยกรรมโครงหน้าครอบคลุมมากกว่าการตัดกรามหรือทำ V-line เพียงอย่างเดียว เพราะรูปหน้าที่เราเห็นเกิดจากหลายองค์ประกอบร่วมกัน ตั้งแต่โหนกแก้ม มุมกราม ความหนาของขากรรไกร ไปจนถึงปลายคาง
การวางแผนจึงควรเริ่มจากการหาว่าส่วนใดคือสาเหตุของความกังวล และจำเป็นต้องแก้ไขกี่ตำแหน่งจึงเหมาะกับโครงหน้าเดิม
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาศัลยกรรมปรับโครงหน้า การเข้ารับการประเมินกับแพทย์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างเป็นรายบุคคล จะช่วยให้เข้าใจทั้งแนวทางที่สามารถทำได้และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจผ่าตัด
ผลลัพธ์ของการศัลยกรรมและระยะการฟื้นตัวสามารถแตกต่างกันได้ในแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด

โปรแกรมปรับโครงหน้า
ศัลยกรรมปรับโครงหน้า
ศัลยกรรมปรับโครงหน้า ยุบโหนกแก้ม ตัดกราม วีไลน์ เสริมคาง หรือ โปรแกรม SO YOUNG เทคนิค T-Customized ที่โรงพยาบาลเอเซีย
เปิดมิติใหม่แห่งความสวย ด้วยเทคนิค ศัลยกรรมปรับโครงหน้า Soyoung ที่ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเซีย (Asia Cosmetic Hospital)
ปรับรูปหน้าให้สวยละมุนได้สัดส่วนอย่างธรรมชาติ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโครงหน้า ประสบการณ์สูง ช่วยยกกระชับและปรับโครงกระดูกอย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าไม่สมส่วน โหนกแก้มสูง กรามใหญ่ หน้าบาน หรือคางไม่สมดุล ดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อน–หลังผ่าตัด มั่นใจในมาตรฐานโรงพยาบาลระดับสากล JCI
เผยโฉมหน้าใหม่ที่สวยได้โดยไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ เพราะ “ความสวยอย่างมั่นใจ” เริ่มต้นได้ที่ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเซีย






