ศัลยกรรมปรับโครงหน้า
ศัลยกรรมหน้าอก
ศัลยกรรมดูดไขมัน
ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง
ศัลยกรรมเสริมจมูก
ศัลยกรรมดึงหน้า

กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ

บริษัท โรงพยาบาลคอสเมติก จำกัด จะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด

ปรึกษาศัลยกรรม

โปรแกรมทำนม เสริมหน้าอก (Breast Augmentation) ข้อมูลรายละเอียด เทคนิค/ราคา 2569

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก โปรโมชั่น 59000 บาท

สรุปเกี่ยวกับศัลยกรรมเสริมหน้าอก: เสริมหน้าอก (Breast Augmentation) คือการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดหน้าอกและปรับรูปทรงของหน้าอก โดยเสริมซิลิโคนทางการแพทย์วางในตำแหน่งหน้าอกที่เหมาะสมกับสรีระของแต่ละคน เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าอกเล็ก หน้าอกไม่เท่ากัน หรือหน้าอกยุบตัวหลังคลอดบุตร ผ่าตัดแบบดมยาสลบใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง หลังผ่าตัดจะมีอาการตึง บวม หรือรู้สึกแน่นบริเวณหน้าอกในช่วงแรก หน้าอกเริ่มเข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติใน 1-3 เดือน บทความนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการเสริมหน้าอก ทำนม อย่างถูกวิธี รายละเอียดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีประสบการณ์สูง

Key Takeaways:

  • เสริมหน้าอก คือการผ่าตัดใส่ซิลิโคนทางการแพทย์เพื่อเพิ่มขนาดและปรับรูปทรงหน้าอก
  • เหมาะกับใคร ผู้ที่หน้าอกเล็ก ไม่สมส่วน หรือหย่อนคล้อยหลังคลอด/ลดน้ำหนัก และมีสุขภาพแข็งแรงพอจะผ่าตัด รวมถึงผู้ที่ต้องการเสริมเต้านมใหม่หลังการรักษามะเร็งเต้านม
  • แผลผ่าตัด เลือกได้ 3 ตำแหน่งหลัก คือ ใต้ราวนม รักแร้ หรือรอบปานนม แต่ละแบบมีข้อดี-ข้อจำกัดต่างกัน
  • ตำแหน่งวางซิลิโคนเสริมอก มี 3 เทคนิค คือ เหนือกล้ามเนื้อ, ใต้กล้ามเนื้อ และ กึ่งใต้กล้ามเนื้อ (Dual Plane)
  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยมาก การเสริมซิลิโคนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ บางรายอาจต้องทำร่วมกับการยกกระชับหน้าอก เพื่อจัดตำแหน่งเต้านมและหัวนมให้เหมาะสม
  • ยี่ห้อซิลิโคน ที่ใช้คือ Motiva จากยุโรปและ Mentor จากสหรัฐอเมริกา (ผ่านการรับรอง FDA) เลือกตามโครงสร้างและงบประมาณ
  • ก่อนเสริมหน้าอกควร งดแอลกอฮอล์และวิตามิน/อาหารเสริมทุกชนิดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ พร้อมตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด
  • หลังเสริมหน้าอกควร ใส่สปอร์ตบราต่อเนื่อง งดยกของหนักและออกกำลังกาย 1 เดือน แผลห้ามโดนน้ำ 7 วัน
  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือบวมตึงช่วงแรก ภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคน และในบางเคสอาจมีอาการชาที่หัวนมชั่วคราว
  • ราคาเสริมหน้าอก ที่โรงพยาบาบาลเอเซีย เริ่มต้น 59,000 บาท (จากราคาปกติ 118,000 บาท)
  • ดูแลโดย ศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง นพ.ธนคม ใหลสกุล (ว.19982) และ นพ.ทนงศักดิ์ ปัญญาวิรุฬห์โรจน์ (ว.22884)

เสริมหน้าอก คืออะไร

เสริมหน้าอก หรือ Breast Augmentation เป็นการผ่าตัดที่ศัลยแพทย์จะใส่ ซิลิโคนเข้าไปบริเวณหน้าอก เพื่อเพิ่มขนาดหน้าอก และปรับรูปทรงหน้าอกให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยซิลิโคนที่ใช้ในปัจจุบันผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ ซิลิโคนเสริมหน้าอกมีให้เลือกหลายรูปทรง หลายขนาด ตามความเหมาะสมของโครงสร้างร่างกายแต่ละคน

เสริมหน้าอกแตกต่างจากการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ เพราะเป็นการผ่าตัดที่ต้องทำในห้องผ่าตัดที่ได้รับอนุญาต โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเท่านั้น และต้องมีการประเมินร่างกายก่อนผ่าตัดโดยละเอียด รวมถึงการประเมินหัวใจโดยอายุรแพทย์โรคหัวใจในรายที่มีความเสี่ยง ก่อนวันผ่าตัด แพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด และในบางเคสที่มีโรคประจำตัวอาจต้องมีทีมแพทย์เข้ามาช่วยประเมิน เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายพร้อมสำหรับการดมยาสลบและการผ่าตัดจริงๆ

วางแผนก่อนเสริมหน้าอก โดยหมอธนคม

ศัลยแพทย์ให้คำปรึกษาก่อนเสริมหน้าอก

เสริมหน้าอกซิลิโคน เหมาะกับใคร

คนที่มักมาปรึกษาเรื่องนี้แบ่งได้คร่าวๆ เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือคนที่หน้าอกเล็กมาแต่เดิม อยากได้สัดส่วนที่มั่นใจขึ้น กลุ่มที่2 คือคุณแม่หลังคลอดหรือให้นมบุตร ที่หน้าอกยุบและหย่อนไปจากเดิม และกลุ่มที่3 คือคนที่เคยเสริมหน้าอกมาก่อนแต่ไม่พอใจผล อยากแก้ไขใหม่

ในทางกลับกัน มีบางกรณีที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวานที่ยังควบคุมไม่ได้ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่ และผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ กลุ่มเหล่านี้ต้องผ่านการประเมินอย่างละเอียดก่อน บางเคสอาจต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 คืนเพื่อความปลอดภัย

ส่วนใหญ่คนที่มาเสริมหน้าอกที่โรงพยาบาลมักมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป โดยปัญหาที่เราพบบ่อย มีดังนี้

  • หน้าอกเล็กหรือมีเนื้อหน้าอกน้อย
  • หน้าอกไม่สมส่วนกับลำตัว
  • หน้าอกสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน
  • หน้าอกแฟบ อกเหี่ยว หลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • หน้าอกเสียรูปหลังน้ำหนักลดมาก
  • หน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อยร่วมกับเนื้อหน้าอกลดลง
  • หน้าอกห่าง หรือ อยากปรับทรงหน้าอกใหม่
เสริมหน้าอก-โรงพยาบาลเอเซีย-ทำนม-59000
โปรแกรมเสริมหน้าอก-ทำนม-โรงพยาบาลเอเซีย-59000บาท

เสริมหน้าอก แก้ปัญหาอะไรบ้าง

การเสริมหน้าอกซิลิโคนจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

  • หน้าอกเล็ก หรือ มีเนื้อหน้าอกน้อย อยากอัพไซส์ เพิ่มขนาดหน้าอก ทำให้หน้าอกสมส่วนกับรูปร่างมากขึ้น
  • เนินหน้าอกไม่เต็ม อยากปรับช่วงเนินอกให้ดูเต็มขึ้น โดยเลือกซิลิโคนให้เหมาะกับฐานหน้าอกเดิม
  • หน้าอกแฟบหลังคลอด หรือให้นมบุตร หากหย่อนคล้อยมากอาจต้องยกกระชับร่วมด้วย
  • หน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน อยากปรับสัดส่วนให้สวยงามมากขึ้น
  • หน้าอกไม่สมส่วนกับลำตัว ช่วยปรับขนาดและทรงหน้าอก ให้เข้ากับช่วงไหล่ เอว และสัดส่วนเข้ากับสรีระ
  • เนื้อหน้าอกลดลงตามวัย เมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อจะน้อยลง ทำให้อกหย่อนคล้อย บางรายจำเป็นต้องยกกระชับร่วมด้วย
  • ผู้ที่เคยรักษามะเร็งเต้านม ต้องการเสริมนมใหม่ สามารถทำได้
  • หน้าอกหย่อนคล้อย หน้าอกย้วย จากการลดน้ำหนัก

ทั้งนี้ แต่ละปัญหาอาจใช้วิธีแก้ต่างกัน ไม่ใช่ทุกเคสจะเหมาะกับการเสริมซิลิโคนเพียงอย่างเดียว จึงควรประเมินกับศัลยแพทย์ก่อนตัดสินใจ

เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอกทำได้กี่วิธี

การเสริมหน้าอกไม่ได้มีเพียงการใส่ซิลิโคนเท่านั้น ปัจจุบันมีหลายวิธีให้เลือก โดยแต่ละแบบให้ผลลัพธ์และมีข้อจำกัดต่างกัน การเลือกวิธีจึงควรดูความเหมาะสม ทั้งขนาดหน้าอกเดิม รูปร่าง ปริมาณเนื้อหน้าอก และผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละคน เสริมหน้าอกมี 4 วิธี ดังนี้

1. เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน

เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลาย เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอกอย่างชัดเจน สามารถเลือกขนาด รูปทรง และคุณสมบัติของถุงเต้านมเทียมให้เหมาะกับฐานหน้าอกและสรีระได้ ข้อดีคือควบคุมปริมาตรและรูปทรงได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ถุงซิลิโคนไม่ได้ถือเป็นอุปกรณ์ที่รับประกันว่าจะใช้งานได้ตลอดชีวิต จึงควรตรวจติดตามตามคำแนะนำของแพทย์

2. เสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง

วิธีนี้จะดูดไขมันจากบริเวณอื่นของร่างกาย เช่น หน้าท้องหรือต้นขา ผ่านกระบวนการเตรียมไขมันก่อนนำมาฉีดเติมบริเวณหน้าอก เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาตรในระดับไม่มากและต้องการใช้เนื้อเยื่อของตัวเอง ข้อจำกัดคือไขมันบางส่วนอาจสลายหรือไม่ติดทั้งหมด และผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องมีไขมันเพียงพอสำหรับนำมาใช้

3. เสริมหน้าอกด้วยถุงน้ำเกลือ

ถุงน้ำเกลือมีเปลือกด้านนอกเป็นซิลิโคน ภายในบรรจุน้ำเกลือ โดยบางเทคนิคสามารถใส่ถุงเข้าไปก่อนแล้วจึงเติมน้ำเกลือให้ได้ปริมาตรตามที่วางแผนไว้ จุดสังเกตของวิธีนี้คือ หากถุงรั่ว น้ำเกลือจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และขนาดหน้าอกมักยุบลงจนสังเกตความผิดปกติได้ค่อนข้างชัด อย่างไรก็ตาม ถุงน้ำเกลืออาจเห็นหรือสัมผัสรอยพับของถุงได้มากกว่า โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อหน้าอกบาง

4. เสริมหน้าอกแบบผสมผสาน (ซิลิโคน+ไขมันตัวเอง)

เป็นการเสริมหน้าอกด้วย ซิลิโคนร่วมกับการเติมไขมันตัวเอง โดยซิลิโคนช่วยเพิ่มขนาดและกำหนดรูปทรงหลัก ส่วนไขมันจะใช้เติมในตำแหน่งที่ต้องการ เช่น บริเวณขอบซิลิโคนหรือจุดที่มีเนื้อหน้าอกบาง เพื่อให้รอยต่อดูเนียนและช่วยปรับรูปทรงให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอกพร้อมแก้รายละเอียดของรูปทรงในคราวเดียว อย่างไรก็ตาม ไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจติดไม่ทั้งหมดและมีบางส่วนสลายตามธรรมชาติ ทำให้ปริมาตรหรือรูปทรงเปลี่ยนแปลงได้หลังผ่าตัด อีกทั้งมีขั้นตอนทั้งดูดไขมัน เสริมซิลิโคน และเติมไขมัน จึงมักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว

วิธีวางซิลิโคนเสริมหน้าอก มี 3 แบบ

ตำแหน่งวางซิลิโคน เลือกวางซิลิโคนแบบไหนดี

ตำแหน่งวางซิลิโคนมีผลต่อทั้งรูปทรง ความเป็นธรรมชาติ การพักฟื้น และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน การเลือกเทคนิคจึงควรดูจากความหนาของเนื้อหน้าอก สภาพผิวหนัง โครงสร้างทรวงอก และเป้าหมายของแต่ละคน ไม่ควรเลือกจากความชอบเพียงอย่างเดียว

เหนือกล้ามเนื้อ ใต้กล้ามเนื้อ หรือ Dual Plane

วางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อ (Subglandular)

การเสริมแบบเหนือกล้ามเนื้อทำง่ายกว่า เจ็บน้อยกว่าในช่วงแรก และพักฟื้นเร็วกว่า แต่มีข้อเสียคือคลำเจอขอบซิลิโคนได้ชัดกว่า มีโอกาสเกิดผิวเป็นริ้วคลื่น และในระยะยาวหน้าอกมีแนวโน้มหย่อนคล้อยเร็วกว่าเพราะไม่มีกล้ามเนื้อช่วยพยุง เหมาะกับคนที่มีเนื้อเยื่อหน้าอกเดิมหนาพอสมควร

วางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular)

แบบใต้กล้ามเนื้อ ให้ผลลัพธ์ที่นุ่มและเป็นธรรมชาติกว่า คลำไม่ค่อยเจอขอบซิลิโคน โอกาสเกิดพังผืดน้อยกว่าเพราะมีเลือดมาเลี้ยงดีกว่า แต่แลกมาด้วยความเจ็บที่มากกว่าและพักฟื้นนานกว่า เหมาะกับคนที่มีเนื้อเยื่อหน้าอกเดิมค่อนข้างบาง หรือมีไขมันบริเวณหน้าอกน้อย

ช่วงแรกอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บมากกว่า เพราะมีการรบกวนกล้ามเนื้อหน้าอก และต้องใช้เวลาพักฟื้นก่อนที่รูปทรงจะค่อย ๆ คลายตัวเข้าที่

วางซิลิโคนแบบ Dual Plane

เทคนิค Dual Plane เป็นทางเลือกผสมระหว่างสองแบบ วางซิลิโคนส่วนบนไว้ใต้กล้ามเนื้อ ส่วนล่างอยู่เหนือกล้ามเนื้อ ได้ทรงที่โค้งมนเป็นธรรมชาติและวางซิลิโคนขนาดใหญ่ได้มากกว่า ข้อเสียคือกินเวลาเข้าที่นานกว่า บางเคสอาจใช้เวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปกว่าทรงจะนิ่งจริง

ข้อดีคือช่วยให้ช่วงเนินอกดูเนียน ลดการเห็นขอบซิลิโคนในผู้ที่เนื้อบาง และสามารถช่วยปรับรูปทรงหน้าอกบางลักษณะได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้หน้าอกหย่อนคล้อยหรือหน้าอกห่างได้ทุกกรณี เพราะปัญหาเหล่านี้ยังขึ้นอยู่กับตำแหน่งหัวนม ฐานหน้าอก ผิวหนัง และโครงสร้างทรวงอกเดิม

เลือกวางซิลิโคนแบบไหนดี

ไม่มีตำแหน่งวางซิลิโคนแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกคน ผู้ที่มีเนื้อหน้าอกมากอาจเหมาะกับการวางเหนือกล้ามเนื้อ ขณะที่ผู้ที่เนื้อบางอาจได้ประโยชน์จากการวางใต้กล้ามเนื้อหรือ Dual Plane มากกว่า สุดท้ายควรให้ศัลยแพทย์ประเมินความหนาของเนื้อหน้าอก ฐานเต้านม ความหย่อนคล้อย และขนาดซิลิโคนร่วมกันก่อนวางแผนผ่าตัด

วางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ เหนือกล้ามเนื้อ

โดยหมอธนคม

หมอธนมคม-ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง-ดูแลการผ่าตัดเสริมหน้าอก-ทำนม
ตำแหน่งแผลผ่าตัดเสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก แผลผ่าตัด อยู่ตรงไหนบ้าง

การเสริมหน้าอกสามารถเปิดแผล มี 3 ตำแหน่งให้เลือก แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันชัดเจน การเลือกจุดเปิดแผลจึงควรดูทั้งขนาดซิลิโคน โครงสร้างหน้าอก ลักษณะผิวหนัง และเทคนิคที่ศัลยแพทย์วางแผนไว้ เพื่อให้เข้าถึงตำแหน่งผ่าตัดได้เหมาะสมและช่วยซ่อนรอยแผลตามแนวธรรมชาติของร่างกาย

แผลใต้ราวนม (Inframammary Incision)

เป็นตำแหน่งที่นิยมที่สุด เพราะผ่าตัดง่าย จัดทรงได้แม่นยำกว่า และรองรับซิลิโคนได้หลายขนาด รอยแผลจะซ่อนอยู่ตามแนวพับใต้ราวนม หากต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคต มักสามารถใช้แนวแผลเดิมได้

แผลรอบปานนม (Periareolar Incision)

ซ่อนแผลได้ดีที่สุดเพราะอยู่ตรงรอยต่อของสีผิว ตามขอบปานนม แต่มีเงื่อนไขว่าปานนมต้องมีขนาดกว้างพอ และซิลิโคนต้องไม่ใหญ่เกินไป บางรายอาจมีอาการชาที่หัวนมหลังผ่าตัดได้ การเปิดแผลผ่านบริเวณใกล้เนื้อเต้านมและท่อน้ำนมอาจมีข้อจำกัดเรื่องการติดเชื้อ ความรู้สึกบริเวณหัวนม และการให้นมบุตร จึงต้องประเมินเป็นรายกรณี

แผลใต้รักแร้ (Transaxillary Incision)

ซ่อนแผลได้เนียนกว่าเพราะอยู่นอกแนวหน้าอก แต่มักเจ็บกว่าตำแหน่งอื่นเพราะอยู่ใกล้กล้ามเนื้อแขน ข้อดีคือไม่มีรอยแผลอยู่บนหน้าอกโดยตรง เพราะซ่อนแผลไว้บริเวณรอยพับของรักแร้ เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการให้มีแผลบริเวณเต้านม

ซิลิโคนเสริมหน้าอก-ทำนม-ทรงกลม-ทรงหยดน้ำ

ซิลิโคนเสริมหน้าอก ทรงกลม ทรงหยดน้ำ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับรูปร่าง

รูปทรงของซิลิโคนมีผลต่อเนินอก ความเต็มของช่วงบน และลักษณะทรงหน้าอกหลังผ่าตัด การเลือกจึงไม่ควรดูจากความชอบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาร่วมกับฐานหน้าอก เนื้อเดิม ความหนาของผิว และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยทั่วไปสามารถแบ่งรูปทรงหลักๆ ได้ดังนี้

ทรงกลม กับ ทรงหยดน้ำ ต่างกันตรงไหน

ซิลิโคนทรงกลม (Round)

ทรงกลม (Round) ให้เนินอกด้านบนที่นูนและเต่งตึงกว่า เหมาะกับคนที่มีเนื้อหน้าอกเดิมอยู่บ้างและต้องการหน้าอกดูเต็ม อกอวบอิ่มชัดเจน ช่วยเพิ่มวอลลุ่มบริเวณเนินอก โดยระดับความพุ่งยังขึ้นอยู่กับทรงและขนาดของซิลิโคนที่เลือกด้วย

ซิลิโคนทรงหยดน้ำ (Teardrop)

ทรงหยดน้ำ (Anatomical) จะลาดเอียงจากบนลงล่างคล้ายหน้าอกธรรมชาติ ให้เนินบนที่นูนน้อยกว่า เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้ดูใหญ่หรือแปลกตาเกินไป เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกเดิมน้อยหรือต้องการช่วงบนที่ไม่เต็มมากเกินไป

ซิลิโคนทรงกึ่งหยดน้ำ (Semi-Teardrop)

เป็นรูปทรงที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทรงกลมและทรงหยดน้ำ โดยเน้นความเต็มบริเวณด้านล่างมากกว่าส่วนบน จึงให้ทั้งความอิ่มของหน้าอกและความลาดของเนินอกในระดับที่สมดุล เหมาะกับผู้ที่ต้องการทรงที่ไม่กลมเด่นจนเกินไป

ซิลิโคนเสริมหน้าอกเลือกผิวสัมผัสแบบไหนดี

ผิวของถุงซิลิโคนมีผลต่อการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อ การเคลื่อนไหวของถุง และความรู้สึกหลังเสริมหน้าอก แต่ไม่ได้มีแบบไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกควรดูร่วมกับรูปทรงซิลิโคน ตำแหน่งวาง และโครงสร้างหน้าอกของแต่ละคน

ซิลิโคนผิวเรียบ (Smooth Implant)

พื้นผิวด้านนอกเรียบและลื่น ทำให้ซิลิโคนสามารถเคลื่อนไหวภายในช่องวางได้มากกว่า และมักให้สัมผัสค่อนข้างนุ่มเป็นธรรมชาติ ข้อควรพิจารณาคืออาจเกิดรอยย่นหรือคลำขอบถุงได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อหน้าอกบาง

ซิลิโคนผิวทราย (Textured Implant)

พื้นผิวมีความขรุขระ ช่วยให้เนื้อเยื่อเกาะกับผิวของถุงมากขึ้น จึงลดการเคลื่อนหรือหมุนของซิลิโคนบางรูปทรงได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัยอย่างละเอียด เพราะซิลิโคนผิวทรายมีความสัมพันธ์กับภาวะ BIA-ALCL ซึ่งพบได้น้อยแต่เป็นความเสี่ยงที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรทราบและพูดคุยกับแพทย์ก่อนเลือกใช้

ซิลิโคนผิวละเอียด หรือ Nano

เป็นคำที่ผู้ผลิตบางรายใช้เรียกพื้นผิวที่ละเอียดกว่าผิวทรายแบบดั้งเดิม สัมผัสใกล้เคียงผิวเรียบ แต่ยังมีลักษณะพื้นผิวในระดับหนึ่ง คุณสมบัติจริงแตกต่างกันไปตามรุ่นและยี่ห้อ จึงไม่ควรเหมารวมว่า Nano-textured ทุกชนิดมีความเสี่ยงหรือคุณสมบัติเหมือนกัน

แชร์ประสบการณ์ เสริมหน้าอก (เคสจริง)

เสริมหน้าอก เลือกขนาดซิลิโคนกี่ CC ดี

การเลือกขนาดซิลิโคน ขนาดไหนเหมาะกับรูปร่างและความต้องการ

  • เสริมหน้าอก ซิลิโคน 200 cc : เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาตรเล็กน้อย เน้นความพอดีและคงสัดส่วนที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • เสริมหน้าอก ซิลิโคน 250 cc : เป็นขนาดกลางค่อนเล็ก ช่วยเพิ่มความเต็มของหน้าอกโดยไม่ทำให้ทรงดูใหญ่เกินไปในหลายสรีระ
  • เสริมหน้าอก ซิลิโคน 300 cc : เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น ทั้งช่วงเนินอกและปริมาตรโดยรวม
  • เสริมหน้าอก ซิลิโคน 400 cc : ให้ปริมาตรมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีฐานหน้าอกและเนื้อเยื่อเพียงพอรองรับซิลิโคนขนาดใหญ่
  • เสริมหน้าอก ซิลิโคน 500 cc ขึ้นไป : จัดเป็นขนาดค่อนข้างใหญ่ ต้องประเมินฐานหน้าอก ความยืดหยุ่นของผิว และความเหมาะสมของโครงสร้างอย่างละเอียดก่อนเลือกใช้

แล้วควรเลือกซิลิโคนกี่ CC?

เสริมหน้าอก ไม่ควรเลือกจากตัวเลข CC เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูร่วมกันทั้ง ความกว้างฐานหน้าอก ปริมาณเนื้อเดิม ความหนาของผิว ขนาดและรูปทรงซิลิโคน รวมไปถึงสัดส่วนของร่างกาย เพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงจากการเลือกซิลิโคนใหญ่เกินโครงสร้าง

ซิลิโคนเสริมหน้าอก ยี่ห้อไหนดี

ซิลิโคน-เสริมหน้าอก-motiva

MOTIVA

ซิลิโคน-เสริมหน้าอก-mentor

MENTOR

โรงพยาบาลเอเซียให้บริการซิลิโคนสองแบรนด์หลัก

  • Motiva เป็นเทคโนโลยีจากยุโรป จุดเด่นคือผิวเคลือบนาโนที่ช่วยลดการอักเสบและลดโอกาสเกิด Capsular Contracture รุ่น High Spec ยังมีระบบ SmoothSilk และ TrueMonobloc ที่ทำให้เนื้อซิลิโคนกลมกลืนกับร่างกายมากขึ้น เนื้อสัมผัสนุ่ม เหมาะกับคนผิวบางที่อยากได้ความรู้สึกใกล้เคียงธรรมชาติ
  • Mentor เป็นแบรนด์ที่ ผ่านการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา มีชื่อเรื่องความทนทาน รุ่น MemoryGel Xtra เพิ่มปริมาณเจลด้านในจาก 93% เป็น 98% ทำให้เนินอกดูเต็มและอวบอิ่มขึ้น ช่วยแก้ปัญหาผิวเป็นริ้ว (Rippling) ได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการความพุ่งและความแน่นชัดเจน

ทั้งสองแบรนด์มีทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่นพรีเมียม ราคาต่างกันตามสเปก การเลือกขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกาย งบประมาณ และเป้าหมายด้านรูปลักษณ์ของแต่ละคน

รีวิวเสริมหน้าอก

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

รีวิวเสริมหน้าอก-โรงพยาบาลเอเซีย
รีวิวทำนม-เสริมหน้าอก-โรงพยาบาลเอเซีย
รีวิวทำนม-เสริมหน้าอก-โรงพยาบาลเอเซีย
รีวิวทำนม-เสริมหน้าอก-โรงพยาบาลเอเซีย
รีวิวทำนม-เสริมหน้าอก-โรงพยาบาลเอเซีย
รีวิวทำนม-เสริมหน้าอก-โรงพยาบาลเอเซีย
รีวิวทำนม-เสริมหน้าอก-โรงพยาบาลเอเซีย
รีวิวทำนม-เสริมหน้าอก-โรงพยาบาลเอเซีย

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

เตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก

ไทม์ไลน์เตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก โรงพยาบาลเอเซียมีข้อแนะนำดังนี้

  • 2-4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้อยู่ วิตามิน และอาหารเสริมทั้งหมดให้แพทย์ทราบ พร้อมตรวจสุขภาพตามรายการที่กำหนด
  • 1-2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำของแพทย์ และหยุดยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดเฉพาะกรณีที่แพทย์สั่ง
  • 1 วันก่อนผ่าตัด พักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมเสื้อผ้าที่สวมง่าย และจัดเตรียมผู้ติดตามสำหรับพากลับหลังผ่าตัด
  • คืนก่อนหรือเช้าวันผ่าตัด งดน้ำและอาหารตามเวลาที่วิสัญญีแพทย์หรือโรงพยาบาลกำหนด เพื่อความปลอดภัยระหว่างดมยาสลบ
  • วันผ่าตัด อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย งดทาครีม น้ำหอม และเครื่องประดับ พร้อมนำเอกสารและยาประจำตัวที่จำเป็นติดมาด้วย
  • ก่อนเข้าห้องผ่าตัด แจ้งแพทย์ทันทีหากมีไข้ ไอ เจ็บคอ หรือมีอาการผิดปกติ รวมถึงทบทวนแผนผ่าตัดกับศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์อีกครั้ง

ดูแลตัวเองหลังเสริมหน้าอก

ไทม์ไลน์การดูแลตัวเองหลังเสริมหน้าอก โรงพยาบาลเอเซียมีข้อแนะนำดังนี้

  • 1-3 วันแรก พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหงาย ยกศีรษะเล็กน้อย ดูแลแผลให้แห้ง และหลีกเลี่ยงการยกแขนสูงหรือใช้แรงช่วงอกมากเกินไป
  • 4-7 วัน อาการบวมและตึงเริ่มลดลง สามารถทำกิจวัตรเบาๆ ได้มากขึ้น แต่ยังควรงดการกด กระแทก หรือนอนคว่ำบนหน้าอก
  • 1-2 สัปดาห์ สวมซัปพอร์ตบราตามคำแนะนำของแพทย์ ดูแลแผลต่อเนื่อง และงดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่แผลยังฟื้นตัว
  • 3-4 สัปดาห์ สามารถกลับไปทำกิจกรรมทั่วไปได้มากขึ้น แต่ควรงดยกของหนัก ออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อหน้าอกและแขนมาก
  • 1-3 เดือน หน้าอกจะค่อยๆ คลายความตึง ซิลิโคนเริ่มเข้าตำแหน่ง และรูปทรงดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ควรนวดหน้าอกเฉพาะกรณีที่ศัลยแพทย์แนะนำ
  • 3-6 เดือน รูปทรงหน้าอกจะเข้าที่ชัดเจนขึ้น แผลเริ่มจางลง และสามารถประเมินผลลัพธ์ระยะยาวได้มากขึ้น
  • ดูแลในระยะยาว ตรวจติดตามตามนัด หมั่นสังเกตความผิดปกติของหน้าอก และแจ้งทุกครั้งว่ามีถุงเต้านมเทียมก่อนตรวจแมมโมแกรมหรือการตรวจภาพเต้านม

หารเสริมหน้าอกแบบใต้กล้ามเนื้อใช้เวลาฟื้นตัวเริ่มต้นนานกว่า เสริมหน้าอกเหนือกล้ามเนื้อ ประมาณ 20-30% เพราะเกี่ยวข้องกับการยืดกล้ามเนื้อหน้าอกโดยตรง

ผลลัพธ์จากการเสริมหน้าอกขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ทั้งโครงสร้างร่างกาย ชนิดซิลิโคน เทคนิคการผ่าตัด และการดูแลตัวเองหลังทำ

เสริมหน้าอก มีความเสี่ยงอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย และความเสี่ยงที่ต้องรู้ เหมือนการผ่าตัดใหญ่ทั่วไป เสริมหน้าอกมีความเสี่ยงที่ควรรู้ล่วงหน้า ไม่ใช่เพื่อให้กลัว แต่เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบ

  • บวมช้ำและปวดตึงในช่วงแรก เป็นเรื่องปกติที่ลดลงตามเวลา
  • ภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคน (Capsular Contracture) ทำให้หน้าอกแข็งหรือผิดรูปได้
  • ผิวเป็นริ้วคลื่น (Rippling) มักพบในเคสที่วางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบาง
  • ซิลิโคนเคลื่อนต่ำหรือผิดรูปในระยะยาว
  • อาการชาที่หัวนม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั่วคราวแต่บางรายอาจเป็นถาวร
  • การติดเชื้อที่แผลผ่าตัดหรือรอบซิลิโคน แม้พบได้ไม่บ่อยแต่ต้องเฝ้าระวัง
  • หน้าอกสองข้างไม่สมมาตรกันเล็กน้อย แม้จะใช้เทคนิคที่ดีที่สุดก็ตาม

ระยะฟื้นตัวจนกลับไปใช้ชีวิตปกติเต็มที่มักอยู่ที่ 4-6 สัปดาห์ ส่วนเคสที่เสริมหน้าอกซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อมักฟื้นตัวช้ากว่าเคสเหนือกล้ามเนื้อ เพราะเกี่ยวข้องกับการยืดกล้ามเนื้อหน้าอกโดยตรง

หากมี บวมแดงมาก ปวดผิดปกติ มีไข้ หนอง หรือหน้าอกเปลี่ยนรูปชัดเจน ควรพบแพทย์ทันที

เสริมหน้าอก ราคาเท่าไหร่

ที่โรงพยาบาลเอเซีย ทำนม เสริมหน้าอก ราคาเริ่มต้น 59,000 – 129,000 บาท (ฟรีดมยาสลบ ดูแลโดยวิสัญญีแพทย์) ทั้งนี้ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อซิลิโคน รุ่น ขนาด เทคนิคการผ่าตัดของศัลยแพทย์

  • เสริมหน้าอก ซิลิโคน Mentor — ราคา 59,000 บาท (จากปกติ 118,000.-)
  • เสริมหน้าอก ซิลิโคน Mentor MemoryGel Extra — ราคา 95,000 บาท (จากปกติ 190,000.-)
  • เสริมหน้าอก ซิลิโคน Motiva Silk Surface — ราคา 85,000 บาท (จากปกติ 170,000.-)
  • เสริมหน้าอก ซิลิโคน Motiva Ergonomix — ราคา 129,000 บาท (จากปกติ 258,000.-)
  • เสริมหน้าอก ซิลิโคน Mentor — ราคา 112,500 บาท (นอนโรงพยาบาล 1 คืน)
  • เสริมหน้าอก + ยกกระชับอก ราคาเริ่มต้น 125,000 บาท

ราคาศัลยกรรมหน้าอกอื่นๆ

  • เสริมอก (500ซีซี+) — ราคา +20,000 บาท
  • เสริมอก Mentor (600ซีซี+) — ราคา 135,000 บาท (นอนโรงพยาบาล 1 คืน)
  • ถอดซิลิโคนหน้าอก ราคาเริ่มต้น 50,000 บาท
  • ถอดซิลิโคน+ยกกระชับหน้าอก ราคาเริ่มต้น 150,000 บาท
  • เปลี่ยนซิลิโคน Mentor ราคาเริ่มต้น 120,000 บาท
  • เปลี่ยนซิลิโคน Motiva ราคาเริ่มต้น 150,000 บาท
  • แก้ไข + เปลี่ยนซิลิโคน + ยกกระชับ ราคาเริ่มต้น 130,000 บาท
  • แก้ไข + ลดขนาด + ยกกระชับ ราคาเริ่มต้น 180,000 บาท

สอบถามโปรโมชั่นรายการของแถม ได้ที่ Line Official @asiacosmetic หรือ คลิกที่นี่เพื่อปรึกษาคุณหมอของเรา

โปรแกรมเสริมหน้าอก

ราคาเริ่มต้น

เสริมหน้าอก Mentor รุ่นมาตรฐาน 59,000 บาท (จากปกติ 118,000)
เสริมหน้าอก Mentor MemoryGel Xtra 95,000 บาท (จากปกติ 190,000)
เสริมหน้าอก Motiva SilkSurface 85,000 บาท (จากปกติ 170,000)
เสริมหน้าอก Motiva (Ergonomix) 129,000 บาท (จากปกติ 258,000)
เสริมหน้าอก Motiva Joy สอบถามเจ้าหน้าที่
เสริมอก + ยกกระชับ 125,000 บาท
ถอดซิลิโคนหน้าอก 50,000 บาท
แก้ไข + เปลี่ยนซิลิโคน + ยกกระชับ 130,000 บาท
แก้ไข + ลดขนาด + ยกกระชับ 180,000 บาท

เสริมหน้าอกที่ไหนดี? เช็กก่อนตัดสินใจ

การเลือกโรงพยาบาล เสริมหน้าอกที่ไหนดี ไม่ควรดูเพียงราคา โปรโมชัน หรือรีวิวก่อน–หลัง เพราะการเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบ สิ่งที่ควรพิจารณาจริงคือมาตรฐานของสถานพยาบาล ทีมแพทย์ ระบบความปลอดภัย และการดูแลต่อเนื่องหลังผ่าตัด

  • ศัลยแพทย์ตกแต่ง ตรวจสอบประวัติแพทย์
    ตรวจสอบวุฒิบัตรและประสบการณ์ของศัลยแพทย์ รวมถึงความสามารถในการประเมินฐานหน้าอก เนื้อหน้าอก ความหย่อนคล้อย และเลือกขนาดซิลิโคนให้เหมาะกับสรีระ ตรวจสอบได้ที่ https://checkmd.tmc.or.th
  • โรงพยาบาลได้รับอนุญาตถูกต้อง
    ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต มีห้องผ่าตัด อุปกรณ์ และระบบควบคุมการติดเชื้อที่เหมาะกับการผ่าตัดใหญ่
  • มีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด
    การเสริมหน้าอกที่ใช้ยาสลบควรมีวิสัญญีแพทย์ประเมินก่อนผ่าตัด เฝ้าระวังสัญญาณชีพระหว่างผ่าตัด และดูแลช่วงฟื้นจากยาสลบ
  • มีการตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด
    ควรมี Pre-operative Assessment เช่น ซักประวัติโรคประจำตัว ยาและอาหารเสริม ตรวจเลือด และการตรวจเพิ่มเติมตามอายุหรือความเสี่ยงของแต่ละคน
  • ห้องผ่าตัดและระบบควบคุมการติดเชื้อ
    ตรวจสอบว่าการผ่าตัดทำในห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน มีระบบควบคุมความสะอาด เครื่องมือติดตามสัญญาณชีพ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตพร้อมใช้งาน
  • มีแผนรองรับภาวะฉุกเฉิน
    โรงพยาบาลควรมีทีมและ Emergency Protocol รองรับกรณีเลือดออกผิดปกติ แพ้ยา ปัญหาจากการดมยาสลบ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นที่อาจเกิดขึ้นระหว่างและหลังผ่าตัด
  • มีระบบติดตามหลังผ่าตัด
    การดูแลไม่ควรจบเมื่อออกจากห้องผ่าตัด ควรมีนัดตรวจแผล ติดตามตำแหน่งซิลิโคน ประเมินพังผืด และมีช่องทางติดต่อเมื่อเกิดอาการผิดปกติ

ทีมศัลยแพทย์ตกแต่ง

มาตรฐานของโรงพยาบาลเอเซีย

ศัลยแพทย์ตกแต่ง
ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ ดูแล 1:1
jci
อายุรแพทย์หัวใจ-ประเมินก่อนการผ่าตัดทุกเคส

โรงพยาบาลเอเซียให้ความสำคัญกับระบบการผ่าตัดและการดูแลผู้รับบริการตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนถึงช่วงพักฟื้น โดยมีองค์ประกอบสำคัญ

มาตรฐานของโรงพยาบาลเอเซีย

  • มาตรฐานโรงพยาบาล โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI ในปี พ.ศ. 2568 พร้อมระบบห้องผ่าตัดและแนวทางควบคุมการติดเชื้อสำหรับการผ่าตัดศัลยกรรม
  • การวางแผนเสริมหน้าอกรายบุคคล ศัลยแพทย์ประเมินฐานหน้าอก ปริมาณเนื้อเดิม ความหย่อนคล้อย และสัดส่วนของร่างกายก่อนเลือกขนาด รูปทรง และตำแหน่งวางซิลิโคน
  • วิสัญญีแพทย์ดูแลระหว่างผ่าตัด มีการติดตามสัญญาณชีพตลอดการดมยาสลบ พร้อมทีมพยาบาลดูแลต่อเนื่องในห้องพักฟื้น
  • ประเมินความพร้อมก่อนผ่าตัด ตรวจสุขภาพและทบทวนประวัติโรคประจำตัว ยา รวมถึงปัจจัยเสี่ยงก่อนเข้าสู่การผ่าตัด
  • ดูแลต่อเนื่องหลังเสริมหน้าอก มีการนัดติดตามแผล รูปทรงหน้าอก และอาการหลังผ่าตัด เพื่อประเมินการฟื้นตัวตามระยะ

สิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจคือควรสอบถามให้ชัดเจนว่า ใครเป็นผู้ผ่าตัด ใครเป็นผู้ดูแลการดมยาสลบ ใช้ซิลิโคนรุ่นใด มีเอกสารผลิตภัณฑ์หรือไม่ และหากเกิดภาวะแทรกซ้อนโรงพยาบาลมีแนวทางดูแลอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประเมินความพร้อมของสถานพยาบาลได้มากกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียว

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ที่โรงพยาบาลเอเซีย ทำนม เสริมหน้าอก ราคาเริ่มต้น 59,000 – 129,000 บาท (ฟรีดมยาสลบ ดูแลโดยวิสัญญีแพทย์) ทั้งนี้ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อซิลิโคน รุ่น ขนาด เทคนิคการผ่าตัดของศัลยแพทย์

ผู้ที่เสริมหน้าอกจำนวนมากยังสามารถให้นมบุตรได้ แต่ความสามารถในการให้นมขึ้นอยู่กับเนื้อเต้านมเดิม ตำแหน่งแผล และเทคนิคการผ่าตัด หากวางแผนมีบุตรควรแจ้งศัลยแพทย์ก่อนผ่าตัด

ในช่วงแรกหน้าอกสองข้างอาจบวมและคลายตัวไม่พร้อมกันได้ แต่หากข้างหนึ่งแข็งขึ้นเรื่อย ๆ เจ็บ หรือรูปทรงเริ่มผิดปกติ ควรพบศัลยแพทย์เพื่อตรวจหาภาวะพังผืดหดรัดหรือสาเหตุอื่น ไม่ควรนวดเองหากแพทย์ไม่ได้แนะนำ

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าซิลิโคนเสริมหน้าอกเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านมทั่วไป อย่างไรก็ตาม ถุงเต้านมเทียมบางพื้นผิวมีความสัมพันธ์กับโรคที่พบได้น้อย เช่น BIA-ALCL จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและตรวจติดตามตามคำแนะนำของแพทย์

ช่วยปรับให้ใกล้เคียงกันได้ในหลายกรณี โดยศัลยแพทย์อาจวางแผนเลือกขนาดหรือรูปทรงซิลิโคนต่างกัน แต่ไม่สามารถรับประกันความสมมาตรได้ 100% เพราะโครงสร้างทรวงอกและเนื้อเต้านมเดิมของแต่ละข้างอาจต่างกัน

มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แม้ถุงซิลิโคนรุ่นปัจจุบันจะออกแบบให้มีความทนทานมากขึ้น การฉีกขาดอาจไม่แสดงอาการชัดเจน จึงควรตรวจติดตามถุงเต้านมเทียมตามระยะที่แพทย์แนะนำ

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนซิลิโคนทุก 10 ปีแบบตายตัว หากไม่มีปัญหาอาจใช้งานได้นานกว่านั้น แต่ถุงเต้านมเทียมไม่ใช่อุปกรณ์ที่รับประกันว่าจะอยู่ได้ตลอดชีวิต จึงควรตรวจติดตามและพิจารณาเปลี่ยนเมื่อมีข้อบ่งชี้

ตรวจได้ แต่ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้งว่ามีถุงเต้านมเทียม เพื่อปรับท่าถ่ายภาพให้เหมาะสม บางรายอาจต้องตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI เพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้

หลังเสริมหน้าอก ส่วนใหญ่พักฟื้น 1-2 สัปดาห์ ก็สามารถกลับไปทำงานปกติได้

ช่วง 2–3 วันแรกมักมีอาการเจ็บ ตึง และระบมมากที่สุด จากนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ หากปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หน้าอกบวมแดง มีไข้ หรือหายใจไม่สะดวก ควรพบแพทย์ทันที

ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องนวดหน้าอก เพราะขึ้นอยู่กับชนิดซิลิโคน ตำแหน่งวาง และเทคนิคการผ่าตัด หากศัลยแพทย์แนะนำให้นวด ควรทำตามวิธีและช่วงเวลาที่กำหนด ไม่ควรนวดเองเพื่อหวังลดพังผืด เพราะบางกรณีอาจรบกวนตำแหน่งซิลิโคนหรือการสมานของแผลได้ สามารถสอบถามกับแพทย์ผู้ผ่าตัดได้โดยตรง

สรุป

การเสริมหน้าอกไม่ใช่แค่การเลือกว่าจะใส่ซิลิโคนกี่ CC หรือเลือกทรงแบบไหน แต่เป็นการผ่าตัดที่ต้องพิจารณาทั้งโครงสร้างหน้าอก สุขภาพ เทคนิคการวางซิลิโคน ตำแหน่งแผล และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว การตัดสินใจจึงควรเริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้อง และให้ศัลยแพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล เพื่อเลือกขนาด รูปทรง และเทคนิคที่เหมาะกับสรีระจริง ไม่ใช่เลือกจากภาพรีวิวเพียงอย่างเดียว

สิ่งสำคัญไม่แพ้ผลลัพธ์คือ ความปลอดภัยตลอดกระบวนการผ่าตัด ตั้งแต่การตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการติดตามผลหลังเสริมหน้าอก ที่โรงพยาบาลเอเซียให้ความสำคัญกับการดูแลในทุกขั้นตอน และวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะกับโครงสร้างและความต้องการของแต่ละคน หากกำลังพิจารณาเสริมหน้าอก สามารถเข้ารับการประเมินและพูดคุยกับศัลยแพทย์ก่อนตัดสินใจได้

อ้างอิง

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผลลัพธ์จากการทำหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดหรือหัตถการใดๆ

บริษัท โรงพยาบาลเอเซียคอสเมติก จำกัด เลขที่จดทะเบียนบริษัท: 0125557002137 | เลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการ: 10202000359 | เลขที่อนุมัติ ฆสพ.นบ 280/2569

ศัลยกรรมหน้าอก

ช่องทางติดต่อสอบถาม

  • โรงพยาบาลเอเซีย Asia Cosmetic Hospital

5 ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

พูดคุยกับเรา

ปรึกษาและสอบถามโปรโมชั่นประจำเดือนนี้