โปรแกรมทำนม เสริมหน้าอก (Breast Augmentation) ข้อมูลรายละเอียด เทคนิค/ราคา 2569

สรุปเกี่ยวกับศัลยกรรมเสริมหน้าอก: เสริมหน้าอก (Breast Augmentation) คือการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดหน้าอกและปรับรูปทรงของหน้าอก โดยเสริมซิลิโคนทางการแพทย์วางในตำแหน่งหน้าอกที่เหมาะสมกับสรีระของแต่ละคน เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าอกเล็ก หน้าอกไม่เท่ากัน หรือหน้าอกยุบตัวหลังคลอดบุตร ผ่าตัดแบบดมยาสลบใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง หลังผ่าตัดจะมีอาการตึง บวม หรือรู้สึกแน่นบริเวณหน้าอกในช่วงแรก หน้าอกเริ่มเข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติใน 1-3 เดือน บทความนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการเสริมหน้าอก ทำนม อย่างถูกวิธี รายละเอียดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีประสบการณ์สูง
Key Takeaways:
- เสริมหน้าอก คือการผ่าตัดใส่ซิลิโคนทางการแพทย์เพื่อเพิ่มขนาดและปรับรูปทรงหน้าอก
- เหมาะกับใคร ผู้ที่หน้าอกเล็ก ไม่สมส่วน หรือหย่อนคล้อยหลังคลอด/ลดน้ำหนัก และมีสุขภาพแข็งแรงพอจะผ่าตัด รวมถึงผู้ที่ต้องการเสริมเต้านมใหม่หลังการรักษามะเร็งเต้านม
- แผลผ่าตัด เลือกได้ 3 ตำแหน่งหลัก คือ ใต้ราวนม รักแร้ หรือรอบปานนม แต่ละแบบมีข้อดี-ข้อจำกัดต่างกัน
- ตำแหน่งวางซิลิโคนเสริมอก มี 3 เทคนิค คือ เหนือกล้ามเนื้อ, ใต้กล้ามเนื้อ และ กึ่งใต้กล้ามเนื้อ (Dual Plane)
- ผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยมาก การเสริมซิลิโคนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ บางรายอาจต้องทำร่วมกับการยกกระชับหน้าอก เพื่อจัดตำแหน่งเต้านมและหัวนมให้เหมาะสม
- ยี่ห้อซิลิโคน ที่ใช้คือ Motiva จากยุโรปและ Mentor จากสหรัฐอเมริกา (ผ่านการรับรอง FDA) เลือกตามโครงสร้างและงบประมาณ
- ก่อนเสริมหน้าอกควร งดแอลกอฮอล์และวิตามิน/อาหารเสริมทุกชนิดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ พร้อมตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด
- หลังเสริมหน้าอกควร ใส่สปอร์ตบราต่อเนื่อง งดยกของหนักและออกกำลังกาย 1 เดือน แผลห้ามโดนน้ำ 7 วัน
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือบวมตึงช่วงแรก ภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคน และในบางเคสอาจมีอาการชาที่หัวนมชั่วคราว
- ราคาเสริมหน้าอก ที่โรงพยาบาบาลเอเซีย เริ่มต้น 59,000 บาท (จากราคาปกติ 118,000 บาท)
- ดูแลโดย ศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง นพ.ธนคม ใหลสกุล (ว.19982) และ นพ.ทนงศักดิ์ ปัญญาวิรุฬห์โรจน์ (ว.22884)
เสริมหน้าอก คืออะไร
เสริมหน้าอก หรือ Breast Augmentation เป็นการผ่าตัดที่ศัลยแพทย์จะใส่ ซิลิโคนเข้าไปบริเวณหน้าอก เพื่อเพิ่มขนาดหน้าอก และปรับรูปทรงหน้าอกให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยซิลิโคนที่ใช้ในปัจจุบันผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ ซิลิโคนเสริมหน้าอกมีให้เลือกหลายรูปทรง หลายขนาด ตามความเหมาะสมของโครงสร้างร่างกายแต่ละคน
เสริมหน้าอกแตกต่างจากการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ เพราะเป็นการผ่าตัดที่ต้องทำในห้องผ่าตัดที่ได้รับอนุญาต โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเท่านั้น และต้องมีการประเมินร่างกายก่อนผ่าตัดโดยละเอียด รวมถึงการประเมินหัวใจโดยอายุรแพทย์โรคหัวใจในรายที่มีความเสี่ยง ก่อนวันผ่าตัด แพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด และในบางเคสที่มีโรคประจำตัวอาจต้องมีทีมแพทย์เข้ามาช่วยประเมิน เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายพร้อมสำหรับการดมยาสลบและการผ่าตัดจริงๆ
วางแผนก่อนเสริมหน้าอก โดยหมอธนคม

เสริมหน้าอกซิลิโคน เหมาะกับใคร
คนที่มักมาปรึกษาเรื่องนี้แบ่งได้คร่าวๆ เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือคนที่หน้าอกเล็กมาแต่เดิม อยากได้สัดส่วนที่มั่นใจขึ้น กลุ่มที่2 คือคุณแม่หลังคลอดหรือให้นมบุตร ที่หน้าอกยุบและหย่อนไปจากเดิม และกลุ่มที่3 คือคนที่เคยเสริมหน้าอกมาก่อนแต่ไม่พอใจผล อยากแก้ไขใหม่
ในทางกลับกัน มีบางกรณีที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวานที่ยังควบคุมไม่ได้ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่ และผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ กลุ่มเหล่านี้ต้องผ่านการประเมินอย่างละเอียดก่อน บางเคสอาจต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 คืนเพื่อความปลอดภัย
ส่วนใหญ่คนที่มาเสริมหน้าอกที่โรงพยาบาลมักมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป โดยปัญหาที่เราพบบ่อย มีดังนี้
- หน้าอกเล็กหรือมีเนื้อหน้าอกน้อย
- หน้าอกไม่สมส่วนกับลำตัว
- หน้าอกสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน
- หน้าอกแฟบ อกเหี่ยว หลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- หน้าอกเสียรูปหลังน้ำหนักลดมาก
- หน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อยร่วมกับเนื้อหน้าอกลดลง
- หน้าอกห่าง หรือ อยากปรับทรงหน้าอกใหม่


เสริมหน้าอก แก้ปัญหาอะไรบ้าง
การเสริมหน้าอกซิลิโคนจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
- หน้าอกเล็ก หรือ มีเนื้อหน้าอกน้อย อยากอัพไซส์ เพิ่มขนาดหน้าอก ทำให้หน้าอกสมส่วนกับรูปร่างมากขึ้น
- เนินหน้าอกไม่เต็ม อยากปรับช่วงเนินอกให้ดูเต็มขึ้น โดยเลือกซิลิโคนให้เหมาะกับฐานหน้าอกเดิม
- หน้าอกแฟบหลังคลอด หรือให้นมบุตร หากหย่อนคล้อยมากอาจต้องยกกระชับร่วมด้วย
- หน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน อยากปรับสัดส่วนให้สวยงามมากขึ้น
- หน้าอกไม่สมส่วนกับลำตัว ช่วยปรับขนาดและทรงหน้าอก ให้เข้ากับช่วงไหล่ เอว และสัดส่วนเข้ากับสรีระ
- เนื้อหน้าอกลดลงตามวัย เมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อจะน้อยลง ทำให้อกหย่อนคล้อย บางรายจำเป็นต้องยกกระชับร่วมด้วย
- ผู้ที่เคยรักษามะเร็งเต้านม ต้องการเสริมนมใหม่ สามารถทำได้
- หน้าอกหย่อนคล้อย หน้าอกย้วย จากการลดน้ำหนัก
ทั้งนี้ แต่ละปัญหาอาจใช้วิธีแก้ต่างกัน ไม่ใช่ทุกเคสจะเหมาะกับการเสริมซิลิโคนเพียงอย่างเดียว จึงควรประเมินกับศัลยแพทย์ก่อนตัดสินใจ
เสริมหน้าอก
เสริมหน้าอกทำได้กี่วิธี
การเสริมหน้าอกไม่ได้มีเพียงการใส่ซิลิโคนเท่านั้น ปัจจุบันมีหลายวิธีให้เลือก โดยแต่ละแบบให้ผลลัพธ์และมีข้อจำกัดต่างกัน การเลือกวิธีจึงควรดูความเหมาะสม ทั้งขนาดหน้าอกเดิม รูปร่าง ปริมาณเนื้อหน้าอก และผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละคน เสริมหน้าอกมี 4 วิธี ดังนี้
1. เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน
เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลาย เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอกอย่างชัดเจน สามารถเลือกขนาด รูปทรง และคุณสมบัติของถุงเต้านมเทียมให้เหมาะกับฐานหน้าอกและสรีระได้ ข้อดีคือควบคุมปริมาตรและรูปทรงได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ถุงซิลิโคนไม่ได้ถือเป็นอุปกรณ์ที่รับประกันว่าจะใช้งานได้ตลอดชีวิต จึงควรตรวจติดตามตามคำแนะนำของแพทย์
2. เสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง
วิธีนี้จะดูดไขมันจากบริเวณอื่นของร่างกาย เช่น หน้าท้องหรือต้นขา ผ่านกระบวนการเตรียมไขมันก่อนนำมาฉีดเติมบริเวณหน้าอก เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาตรในระดับไม่มากและต้องการใช้เนื้อเยื่อของตัวเอง ข้อจำกัดคือไขมันบางส่วนอาจสลายหรือไม่ติดทั้งหมด และผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องมีไขมันเพียงพอสำหรับนำมาใช้
3. เสริมหน้าอกด้วยถุงน้ำเกลือ
ถุงน้ำเกลือมีเปลือกด้านนอกเป็นซิลิโคน ภายในบรรจุน้ำเกลือ โดยบางเทคนิคสามารถใส่ถุงเข้าไปก่อนแล้วจึงเติมน้ำเกลือให้ได้ปริมาตรตามที่วางแผนไว้ จุดสังเกตของวิธีนี้คือ หากถุงรั่ว น้ำเกลือจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และขนาดหน้าอกมักยุบลงจนสังเกตความผิดปกติได้ค่อนข้างชัด อย่างไรก็ตาม ถุงน้ำเกลืออาจเห็นหรือสัมผัสรอยพับของถุงได้มากกว่า โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อหน้าอกบาง
4. เสริมหน้าอกแบบผสมผสาน (ซิลิโคน+ไขมันตัวเอง)
เป็นการเสริมหน้าอกด้วย ซิลิโคนร่วมกับการเติมไขมันตัวเอง โดยซิลิโคนช่วยเพิ่มขนาดและกำหนดรูปทรงหลัก ส่วนไขมันจะใช้เติมในตำแหน่งที่ต้องการ เช่น บริเวณขอบซิลิโคนหรือจุดที่มีเนื้อหน้าอกบาง เพื่อให้รอยต่อดูเนียนและช่วยปรับรูปทรงให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอกพร้อมแก้รายละเอียดของรูปทรงในคราวเดียว อย่างไรก็ตาม ไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจติดไม่ทั้งหมดและมีบางส่วนสลายตามธรรมชาติ ทำให้ปริมาตรหรือรูปทรงเปลี่ยนแปลงได้หลังผ่าตัด อีกทั้งมีขั้นตอนทั้งดูดไขมัน เสริมซิลิโคน และเติมไขมัน จึงมักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ตำแหน่งวางซิลิโคน เลือกวางซิลิโคนแบบไหนดี
ตำแหน่งวางซิลิโคนมีผลต่อทั้งรูปทรง ความเป็นธรรมชาติ การพักฟื้น และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน การเลือกเทคนิคจึงควรดูจากความหนาของเนื้อหน้าอก สภาพผิวหนัง โครงสร้างทรวงอก และเป้าหมายของแต่ละคน ไม่ควรเลือกจากความชอบเพียงอย่างเดียว
เหนือกล้ามเนื้อ ใต้กล้ามเนื้อ หรือ Dual Plane
วางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อ (Subglandular)
การเสริมแบบเหนือกล้ามเนื้อทำง่ายกว่า เจ็บน้อยกว่าในช่วงแรก และพักฟื้นเร็วกว่า แต่มีข้อเสียคือคลำเจอขอบซิลิโคนได้ชัดกว่า มีโอกาสเกิดผิวเป็นริ้วคลื่น และในระยะยาวหน้าอกมีแนวโน้มหย่อนคล้อยเร็วกว่าเพราะไม่มีกล้ามเนื้อช่วยพยุง เหมาะกับคนที่มีเนื้อเยื่อหน้าอกเดิมหนาพอสมควร
วางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular)
แบบใต้กล้ามเนื้อ ให้ผลลัพธ์ที่นุ่มและเป็นธรรมชาติกว่า คลำไม่ค่อยเจอขอบซิลิโคน โอกาสเกิดพังผืดน้อยกว่าเพราะมีเลือดมาเลี้ยงดีกว่า แต่แลกมาด้วยความเจ็บที่มากกว่าและพักฟื้นนานกว่า เหมาะกับคนที่มีเนื้อเยื่อหน้าอกเดิมค่อนข้างบาง หรือมีไขมันบริเวณหน้าอกน้อย
ช่วงแรกอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บมากกว่า เพราะมีการรบกวนกล้ามเนื้อหน้าอก และต้องใช้เวลาพักฟื้นก่อนที่รูปทรงจะค่อย ๆ คลายตัวเข้าที่
วางซิลิโคนแบบ Dual Plane
เทคนิค Dual Plane เป็นทางเลือกผสมระหว่างสองแบบ วางซิลิโคนส่วนบนไว้ใต้กล้ามเนื้อ ส่วนล่างอยู่เหนือกล้ามเนื้อ ได้ทรงที่โค้งมนเป็นธรรมชาติและวางซิลิโคนขนาดใหญ่ได้มากกว่า ข้อเสียคือกินเวลาเข้าที่นานกว่า บางเคสอาจใช้เวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปกว่าทรงจะนิ่งจริง
ข้อดีคือช่วยให้ช่วงเนินอกดูเนียน ลดการเห็นขอบซิลิโคนในผู้ที่เนื้อบาง และสามารถช่วยปรับรูปทรงหน้าอกบางลักษณะได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้หน้าอกหย่อนคล้อยหรือหน้าอกห่างได้ทุกกรณี เพราะปัญหาเหล่านี้ยังขึ้นอยู่กับตำแหน่งหัวนม ฐานหน้าอก ผิวหนัง และโครงสร้างทรวงอกเดิม
เลือกวางซิลิโคนแบบไหนดี
ไม่มีตำแหน่งวางซิลิโคนแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกคน ผู้ที่มีเนื้อหน้าอกมากอาจเหมาะกับการวางเหนือกล้ามเนื้อ ขณะที่ผู้ที่เนื้อบางอาจได้ประโยชน์จากการวางใต้กล้ามเนื้อหรือ Dual Plane มากกว่า สุดท้ายควรให้ศัลยแพทย์ประเมินความหนาของเนื้อหน้าอก ฐานเต้านม ความหย่อนคล้อย และขนาดซิลิโคนร่วมกันก่อนวางแผนผ่าตัด
วางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ เหนือกล้ามเนื้อ
โดยหมอธนคม


เสริมหน้าอก แผลผ่าตัด อยู่ตรงไหนบ้าง
การเสริมหน้าอกสามารถเปิดแผล มี 3 ตำแหน่งให้เลือก แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันชัดเจน การเลือกจุดเปิดแผลจึงควรดูทั้งขนาดซิลิโคน โครงสร้างหน้าอก ลักษณะผิวหนัง และเทคนิคที่ศัลยแพทย์วางแผนไว้ เพื่อให้เข้าถึงตำแหน่งผ่าตัดได้เหมาะสมและช่วยซ่อนรอยแผลตามแนวธรรมชาติของร่างกาย
แผลใต้ราวนม (Inframammary Incision)
เป็นตำแหน่งที่นิยมที่สุด เพราะผ่าตัดง่าย จัดทรงได้แม่นยำกว่า และรองรับซิลิโคนได้หลายขนาด รอยแผลจะซ่อนอยู่ตามแนวพับใต้ราวนม หากต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคต มักสามารถใช้แนวแผลเดิมได้
แผลรอบปานนม (Periareolar Incision)
ซ่อนแผลได้ดีที่สุดเพราะอยู่ตรงรอยต่อของสีผิว ตามขอบปานนม แต่มีเงื่อนไขว่าปานนมต้องมีขนาดกว้างพอ และซิลิโคนต้องไม่ใหญ่เกินไป บางรายอาจมีอาการชาที่หัวนมหลังผ่าตัดได้ การเปิดแผลผ่านบริเวณใกล้เนื้อเต้านมและท่อน้ำนมอาจมีข้อจำกัดเรื่องการติดเชื้อ ความรู้สึกบริเวณหัวนม และการให้นมบุตร จึงต้องประเมินเป็นรายกรณี
แผลใต้รักแร้ (Transaxillary Incision)
ซ่อนแผลได้เนียนกว่าเพราะอยู่นอกแนวหน้าอก แต่มักเจ็บกว่าตำแหน่งอื่นเพราะอยู่ใกล้กล้ามเนื้อแขน ข้อดีคือไม่มีรอยแผลอยู่บนหน้าอกโดยตรง เพราะซ่อนแผลไว้บริเวณรอยพับของรักแร้ เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการให้มีแผลบริเวณเต้านม
ซิลิโคนเสริมหน้าอก ทรงกลม ทรงหยดน้ำ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับรูปร่าง
รูปทรงของซิลิโคนมีผลต่อเนินอก ความเต็มของช่วงบน และลักษณะทรงหน้าอกหลังผ่าตัด การเลือกจึงไม่ควรดูจากความชอบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาร่วมกับฐานหน้าอก เนื้อเดิม ความหนาของผิว และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยทั่วไปสามารถแบ่งรูปทรงหลักๆ ได้ดังนี้
ทรงกลม กับ ทรงหยดน้ำ ต่างกันตรงไหน
ซิลิโคนทรงกลม (Round)
ทรงกลม (Round) ให้เนินอกด้านบนที่นูนและเต่งตึงกว่า เหมาะกับคนที่มีเนื้อหน้าอกเดิมอยู่บ้างและต้องการหน้าอกดูเต็ม อกอวบอิ่มชัดเจน ช่วยเพิ่มวอลลุ่มบริเวณเนินอก โดยระดับความพุ่งยังขึ้นอยู่กับทรงและขนาดของซิลิโคนที่เลือกด้วย
ซิลิโคนทรงหยดน้ำ (Teardrop)
ทรงหยดน้ำ (Anatomical) จะลาดเอียงจากบนลงล่างคล้ายหน้าอกธรรมชาติ ให้เนินบนที่นูนน้อยกว่า เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้ดูใหญ่หรือแปลกตาเกินไป เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกเดิมน้อยหรือต้องการช่วงบนที่ไม่เต็มมากเกินไป
ซิลิโคนทรงกึ่งหยดน้ำ (Semi-Teardrop)
เป็นรูปทรงที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทรงกลมและทรงหยดน้ำ โดยเน้นความเต็มบริเวณด้านล่างมากกว่าส่วนบน จึงให้ทั้งความอิ่มของหน้าอกและความลาดของเนินอกในระดับที่สมดุล เหมาะกับผู้ที่ต้องการทรงที่ไม่กลมเด่นจนเกินไป
ซิลิโคนเสริมหน้าอกเลือกผิวสัมผัสแบบไหนดี
ผิวของถุงซิลิโคนมีผลต่อการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อ การเคลื่อนไหวของถุง และความรู้สึกหลังเสริมหน้าอก แต่ไม่ได้มีแบบไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกควรดูร่วมกับรูปทรงซิลิโคน ตำแหน่งวาง และโครงสร้างหน้าอกของแต่ละคน
ซิลิโคนผิวเรียบ (Smooth Implant)
พื้นผิวด้านนอกเรียบและลื่น ทำให้ซิลิโคนสามารถเคลื่อนไหวภายในช่องวางได้มากกว่า และมักให้สัมผัสค่อนข้างนุ่มเป็นธรรมชาติ ข้อควรพิจารณาคืออาจเกิดรอยย่นหรือคลำขอบถุงได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อหน้าอกบาง
ซิลิโคนผิวทราย (Textured Implant)
พื้นผิวมีความขรุขระ ช่วยให้เนื้อเยื่อเกาะกับผิวของถุงมากขึ้น จึงลดการเคลื่อนหรือหมุนของซิลิโคนบางรูปทรงได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัยอย่างละเอียด เพราะซิลิโคนผิวทรายมีความสัมพันธ์กับภาวะ BIA-ALCL ซึ่งพบได้น้อยแต่เป็นความเสี่ยงที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรทราบและพูดคุยกับแพทย์ก่อนเลือกใช้
ซิลิโคนผิวละเอียด หรือ Nano
เป็นคำที่ผู้ผลิตบางรายใช้เรียกพื้นผิวที่ละเอียดกว่าผิวทรายแบบดั้งเดิม สัมผัสใกล้เคียงผิวเรียบ แต่ยังมีลักษณะพื้นผิวในระดับหนึ่ง คุณสมบัติจริงแตกต่างกันไปตามรุ่นและยี่ห้อ จึงไม่ควรเหมารวมว่า Nano-textured ทุกชนิดมีความเสี่ยงหรือคุณสมบัติเหมือนกัน
แชร์ประสบการณ์ เสริมหน้าอก (เคสจริง)
เสริมหน้าอก เลือกขนาดซิลิโคนกี่ CC ดี
การเลือกขนาดซิลิโคน ขนาดไหนเหมาะกับรูปร่างและความต้องการ
- เสริมหน้าอก ซิลิโคน 200 cc : เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาตรเล็กน้อย เน้นความพอดีและคงสัดส่วนที่ดูเป็นธรรมชาติ
- เสริมหน้าอก ซิลิโคน 250 cc : เป็นขนาดกลางค่อนเล็ก ช่วยเพิ่มความเต็มของหน้าอกโดยไม่ทำให้ทรงดูใหญ่เกินไปในหลายสรีระ
- เสริมหน้าอก ซิลิโคน 300 cc : เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น ทั้งช่วงเนินอกและปริมาตรโดยรวม
- เสริมหน้าอก ซิลิโคน 400 cc : ให้ปริมาตรมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีฐานหน้าอกและเนื้อเยื่อเพียงพอรองรับซิลิโคนขนาดใหญ่
- เสริมหน้าอก ซิลิโคน 500 cc ขึ้นไป : จัดเป็นขนาดค่อนข้างใหญ่ ต้องประเมินฐานหน้าอก ความยืดหยุ่นของผิว และความเหมาะสมของโครงสร้างอย่างละเอียดก่อนเลือกใช้
แล้วควรเลือกซิลิโคนกี่ CC?
เสริมหน้าอก ไม่ควรเลือกจากตัวเลข CC เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูร่วมกันทั้ง ความกว้างฐานหน้าอก ปริมาณเนื้อเดิม ความหนาของผิว ขนาดและรูปทรงซิลิโคน รวมไปถึงสัดส่วนของร่างกาย เพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงจากการเลือกซิลิโคนใหญ่เกินโครงสร้าง
ซิลิโคนเสริมหน้าอก ยี่ห้อไหนดี
โรงพยาบาลเอเซียให้บริการซิลิโคนสองแบรนด์หลัก
- Motiva เป็นเทคโนโลยีจากยุโรป จุดเด่นคือผิวเคลือบนาโนที่ช่วยลดการอักเสบและลดโอกาสเกิด Capsular Contracture รุ่น High Spec ยังมีระบบ SmoothSilk และ TrueMonobloc ที่ทำให้เนื้อซิลิโคนกลมกลืนกับร่างกายมากขึ้น เนื้อสัมผัสนุ่ม เหมาะกับคนผิวบางที่อยากได้ความรู้สึกใกล้เคียงธรรมชาติ
- Mentor เป็นแบรนด์ที่ ผ่านการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา มีชื่อเรื่องความทนทาน รุ่น MemoryGel Xtra เพิ่มปริมาณเจลด้านในจาก 93% เป็น 98% ทำให้เนินอกดูเต็มและอวบอิ่มขึ้น ช่วยแก้ปัญหาผิวเป็นริ้ว (Rippling) ได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการความพุ่งและความแน่นชัดเจน
ทั้งสองแบรนด์มีทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่นพรีเมียม ราคาต่างกันตามสเปก การเลือกขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกาย งบประมาณ และเป้าหมายด้านรูปลักษณ์ของแต่ละคน
รีวิวเสริมหน้าอก
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล








เตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก
ไทม์ไลน์เตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก โรงพยาบาลเอเซียมีข้อแนะนำดังนี้
- 2-4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้อยู่ วิตามิน และอาหารเสริมทั้งหมดให้แพทย์ทราบ พร้อมตรวจสุขภาพตามรายการที่กำหนด
- 1-2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำของแพทย์ และหยุดยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดเฉพาะกรณีที่แพทย์สั่ง
- 1 วันก่อนผ่าตัด พักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมเสื้อผ้าที่สวมง่าย และจัดเตรียมผู้ติดตามสำหรับพากลับหลังผ่าตัด
- คืนก่อนหรือเช้าวันผ่าตัด งดน้ำและอาหารตามเวลาที่วิสัญญีแพทย์หรือโรงพยาบาลกำหนด เพื่อความปลอดภัยระหว่างดมยาสลบ
- วันผ่าตัด อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย งดทาครีม น้ำหอม และเครื่องประดับ พร้อมนำเอกสารและยาประจำตัวที่จำเป็นติดมาด้วย
- ก่อนเข้าห้องผ่าตัด แจ้งแพทย์ทันทีหากมีไข้ ไอ เจ็บคอ หรือมีอาการผิดปกติ รวมถึงทบทวนแผนผ่าตัดกับศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์อีกครั้ง
ดูแลตัวเองหลังเสริมหน้าอก
ไทม์ไลน์การดูแลตัวเองหลังเสริมหน้าอก โรงพยาบาลเอเซียมีข้อแนะนำดังนี้
- 1-3 วันแรก พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหงาย ยกศีรษะเล็กน้อย ดูแลแผลให้แห้ง และหลีกเลี่ยงการยกแขนสูงหรือใช้แรงช่วงอกมากเกินไป
- 4-7 วัน อาการบวมและตึงเริ่มลดลง สามารถทำกิจวัตรเบาๆ ได้มากขึ้น แต่ยังควรงดการกด กระแทก หรือนอนคว่ำบนหน้าอก
- 1-2 สัปดาห์ สวมซัปพอร์ตบราตามคำแนะนำของแพทย์ ดูแลแผลต่อเนื่อง และงดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่แผลยังฟื้นตัว
- 3-4 สัปดาห์ สามารถกลับไปทำกิจกรรมทั่วไปได้มากขึ้น แต่ควรงดยกของหนัก ออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อหน้าอกและแขนมาก
- 1-3 เดือน หน้าอกจะค่อยๆ คลายความตึง ซิลิโคนเริ่มเข้าตำแหน่ง และรูปทรงดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ควรนวดหน้าอกเฉพาะกรณีที่ศัลยแพทย์แนะนำ
- 3-6 เดือน รูปทรงหน้าอกจะเข้าที่ชัดเจนขึ้น แผลเริ่มจางลง และสามารถประเมินผลลัพธ์ระยะยาวได้มากขึ้น
- ดูแลในระยะยาว ตรวจติดตามตามนัด หมั่นสังเกตความผิดปกติของหน้าอก และแจ้งทุกครั้งว่ามีถุงเต้านมเทียมก่อนตรวจแมมโมแกรมหรือการตรวจภาพเต้านม
หารเสริมหน้าอกแบบใต้กล้ามเนื้อใช้เวลาฟื้นตัวเริ่มต้นนานกว่า เสริมหน้าอกเหนือกล้ามเนื้อ ประมาณ 20-30% เพราะเกี่ยวข้องกับการยืดกล้ามเนื้อหน้าอกโดยตรง
ผลลัพธ์จากการเสริมหน้าอกขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ทั้งโครงสร้างร่างกาย ชนิดซิลิโคน เทคนิคการผ่าตัด และการดูแลตัวเองหลังทำ
เสริมหน้าอก มีความเสี่ยงอะไรบ้าง
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย และความเสี่ยงที่ต้องรู้ เหมือนการผ่าตัดใหญ่ทั่วไป เสริมหน้าอกมีความเสี่ยงที่ควรรู้ล่วงหน้า ไม่ใช่เพื่อให้กลัว แต่เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบ
- บวมช้ำและปวดตึงในช่วงแรก เป็นเรื่องปกติที่ลดลงตามเวลา
- ภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคน (Capsular Contracture) ทำให้หน้าอกแข็งหรือผิดรูปได้
- ผิวเป็นริ้วคลื่น (Rippling) มักพบในเคสที่วางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบาง
- ซิลิโคนเคลื่อนต่ำหรือผิดรูปในระยะยาว
- อาการชาที่หัวนม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั่วคราวแต่บางรายอาจเป็นถาวร
- การติดเชื้อที่แผลผ่าตัดหรือรอบซิลิโคน แม้พบได้ไม่บ่อยแต่ต้องเฝ้าระวัง
- หน้าอกสองข้างไม่สมมาตรกันเล็กน้อย แม้จะใช้เทคนิคที่ดีที่สุดก็ตาม
ระยะฟื้นตัวจนกลับไปใช้ชีวิตปกติเต็มที่มักอยู่ที่ 4-6 สัปดาห์ ส่วนเคสที่เสริมหน้าอกซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อมักฟื้นตัวช้ากว่าเคสเหนือกล้ามเนื้อ เพราะเกี่ยวข้องกับการยืดกล้ามเนื้อหน้าอกโดยตรง
หากมี บวมแดงมาก ปวดผิดปกติ มีไข้ หนอง หรือหน้าอกเปลี่ยนรูปชัดเจน ควรพบแพทย์ทันที
เสริมหน้าอก ราคาเท่าไหร่
ที่โรงพยาบาลเอเซีย ทำนม เสริมหน้าอก ราคาเริ่มต้น 59,000 – 129,000 บาท (ฟรีดมยาสลบ ดูแลโดยวิสัญญีแพทย์) ทั้งนี้ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อซิลิโคน รุ่น ขนาด เทคนิคการผ่าตัดของศัลยแพทย์
- เสริมหน้าอก ซิลิโคน Mentor — ราคา 59,000 บาท (จากปกติ 118,000.-)
- เสริมหน้าอก ซิลิโคน Mentor MemoryGel Extra — ราคา 95,000 บาท (จากปกติ 190,000.-)
- เสริมหน้าอก ซิลิโคน Motiva Silk Surface — ราคา 85,000 บาท (จากปกติ 170,000.-)
- เสริมหน้าอก ซิลิโคน Motiva Ergonomix — ราคา 129,000 บาท (จากปกติ 258,000.-)
- เสริมหน้าอก ซิลิโคน Mentor — ราคา 112,500 บาท (นอนโรงพยาบาล 1 คืน)
- เสริมหน้าอก + ยกกระชับอก ราคาเริ่มต้น 125,000 บาท
ราคาศัลยกรรมหน้าอกอื่นๆ
- เสริมอก (500ซีซี+) — ราคา +20,000 บาท
- เสริมอก Mentor (600ซีซี+) — ราคา 135,000 บาท (นอนโรงพยาบาล 1 คืน)
- ถอดซิลิโคนหน้าอก ราคาเริ่มต้น 50,000 บาท
- ถอดซิลิโคน+ยกกระชับหน้าอก ราคาเริ่มต้น 150,000 บาท
- เปลี่ยนซิลิโคน Mentor ราคาเริ่มต้น 120,000 บาท
- เปลี่ยนซิลิโคน Motiva ราคาเริ่มต้น 150,000 บาท
- แก้ไข + เปลี่ยนซิลิโคน + ยกกระชับ ราคาเริ่มต้น 130,000 บาท
- แก้ไข + ลดขนาด + ยกกระชับ ราคาเริ่มต้น 180,000 บาท
สอบถามโปรโมชั่นรายการของแถม ได้ที่ Line Official @asiacosmetic หรือ คลิกที่นี่เพื่อปรึกษาคุณหมอของเรา
โปรแกรมเสริมหน้าอก |
ราคาเริ่มต้น |
|---|---|
| เสริมหน้าอก Mentor รุ่นมาตรฐาน | 59,000 บาท (จากปกติ 118,000) |
| เสริมหน้าอก Mentor MemoryGel Xtra | 95,000 บาท (จากปกติ 190,000) |
| เสริมหน้าอก Motiva SilkSurface | 85,000 บาท (จากปกติ 170,000) |
| เสริมหน้าอก Motiva (Ergonomix) | 129,000 บาท (จากปกติ 258,000) |
| เสริมหน้าอก Motiva Joy | สอบถามเจ้าหน้าที่ |
| เสริมอก + ยกกระชับ | 125,000 บาท |
| ถอดซิลิโคนหน้าอก | 50,000 บาท |
| แก้ไข + เปลี่ยนซิลิโคน + ยกกระชับ | 130,000 บาท |
| แก้ไข + ลดขนาด + ยกกระชับ | 180,000 บาท |
เสริมหน้าอกที่ไหนดี? เช็กก่อนตัดสินใจ
การเลือกโรงพยาบาล เสริมหน้าอกที่ไหนดี ไม่ควรดูเพียงราคา โปรโมชัน หรือรีวิวก่อน–หลัง เพราะการเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบ สิ่งที่ควรพิจารณาจริงคือมาตรฐานของสถานพยาบาล ทีมแพทย์ ระบบความปลอดภัย และการดูแลต่อเนื่องหลังผ่าตัด
- ศัลยแพทย์ตกแต่ง ตรวจสอบประวัติแพทย์
ตรวจสอบวุฒิบัตรและประสบการณ์ของศัลยแพทย์ รวมถึงความสามารถในการประเมินฐานหน้าอก เนื้อหน้าอก ความหย่อนคล้อย และเลือกขนาดซิลิโคนให้เหมาะกับสรีระ ตรวจสอบได้ที่ https://checkmd.tmc.or.th - โรงพยาบาลได้รับอนุญาตถูกต้อง
ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต มีห้องผ่าตัด อุปกรณ์ และระบบควบคุมการติดเชื้อที่เหมาะกับการผ่าตัดใหญ่ - มีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด
การเสริมหน้าอกที่ใช้ยาสลบควรมีวิสัญญีแพทย์ประเมินก่อนผ่าตัด เฝ้าระวังสัญญาณชีพระหว่างผ่าตัด และดูแลช่วงฟื้นจากยาสลบ - มีการตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด
ควรมี Pre-operative Assessment เช่น ซักประวัติโรคประจำตัว ยาและอาหารเสริม ตรวจเลือด และการตรวจเพิ่มเติมตามอายุหรือความเสี่ยงของแต่ละคน - ห้องผ่าตัดและระบบควบคุมการติดเชื้อ
ตรวจสอบว่าการผ่าตัดทำในห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน มีระบบควบคุมความสะอาด เครื่องมือติดตามสัญญาณชีพ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตพร้อมใช้งาน - มีแผนรองรับภาวะฉุกเฉิน
โรงพยาบาลควรมีทีมและ Emergency Protocol รองรับกรณีเลือดออกผิดปกติ แพ้ยา ปัญหาจากการดมยาสลบ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นที่อาจเกิดขึ้นระหว่างและหลังผ่าตัด - มีระบบติดตามหลังผ่าตัด
การดูแลไม่ควรจบเมื่อออกจากห้องผ่าตัด ควรมีนัดตรวจแผล ติดตามตำแหน่งซิลิโคน ประเมินพังผืด และมีช่องทางติดต่อเมื่อเกิดอาการผิดปกติ
ทีมศัลยแพทย์ตกแต่ง
มาตรฐานของโรงพยาบาลเอเซีย




โรงพยาบาลเอเซียให้ความสำคัญกับระบบการผ่าตัดและการดูแลผู้รับบริการตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนถึงช่วงพักฟื้น โดยมีองค์ประกอบสำคัญ
มาตรฐานของโรงพยาบาลเอเซีย
- มาตรฐานโรงพยาบาล โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI ในปี พ.ศ. 2568 พร้อมระบบห้องผ่าตัดและแนวทางควบคุมการติดเชื้อสำหรับการผ่าตัดศัลยกรรม
- การวางแผนเสริมหน้าอกรายบุคคล ศัลยแพทย์ประเมินฐานหน้าอก ปริมาณเนื้อเดิม ความหย่อนคล้อย และสัดส่วนของร่างกายก่อนเลือกขนาด รูปทรง และตำแหน่งวางซิลิโคน
- วิสัญญีแพทย์ดูแลระหว่างผ่าตัด มีการติดตามสัญญาณชีพตลอดการดมยาสลบ พร้อมทีมพยาบาลดูแลต่อเนื่องในห้องพักฟื้น
- ประเมินความพร้อมก่อนผ่าตัด ตรวจสุขภาพและทบทวนประวัติโรคประจำตัว ยา รวมถึงปัจจัยเสี่ยงก่อนเข้าสู่การผ่าตัด
- ดูแลต่อเนื่องหลังเสริมหน้าอก มีการนัดติดตามแผล รูปทรงหน้าอก และอาการหลังผ่าตัด เพื่อประเมินการฟื้นตัวตามระยะ
สิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจคือควรสอบถามให้ชัดเจนว่า ใครเป็นผู้ผ่าตัด ใครเป็นผู้ดูแลการดมยาสลบ ใช้ซิลิโคนรุ่นใด มีเอกสารผลิตภัณฑ์หรือไม่ และหากเกิดภาวะแทรกซ้อนโรงพยาบาลมีแนวทางดูแลอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประเมินความพร้อมของสถานพยาบาลได้มากกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียว
FAQ คำถามที่พบบ่อย
สรุป
การเสริมหน้าอกไม่ใช่แค่การเลือกว่าจะใส่ซิลิโคนกี่ CC หรือเลือกทรงแบบไหน แต่เป็นการผ่าตัดที่ต้องพิจารณาทั้งโครงสร้างหน้าอก สุขภาพ เทคนิคการวางซิลิโคน ตำแหน่งแผล และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว การตัดสินใจจึงควรเริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้อง และให้ศัลยแพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล เพื่อเลือกขนาด รูปทรง และเทคนิคที่เหมาะกับสรีระจริง ไม่ใช่เลือกจากภาพรีวิวเพียงอย่างเดียว
สิ่งสำคัญไม่แพ้ผลลัพธ์คือ ความปลอดภัยตลอดกระบวนการผ่าตัด ตั้งแต่การตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการติดตามผลหลังเสริมหน้าอก ที่โรงพยาบาลเอเซียให้ความสำคัญกับการดูแลในทุกขั้นตอน และวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะกับโครงสร้างและความต้องการของแต่ละคน หากกำลังพิจารณาเสริมหน้าอก สามารถเข้ารับการประเมินและพูดคุยกับศัลยแพทย์ก่อนตัดสินใจได้
อ้างอิง
- American Society of Plastic Surgeons (ASPS) — https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/breast-augmentation
- FDA (U.S. Food and Drug Administration) — https://www.fda.gov/medical-devices/implants-and-prosthetics/breast-implants
- checkmd.tmc.or.th (แพทยสภา)
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผลลัพธ์จากการทำหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดหรือหัตถการใดๆ
บริษัท โรงพยาบาลเอเซียคอสเมติก จำกัด เลขที่จดทะเบียนบริษัท: 0125557002137 | เลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการ: 10202000359 | เลขที่อนุมัติ ฆสพ.นบ 280/2569

ช่องทางติดต่อสอบถาม
5 ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000











