โปรแกรม ดึงหน้าชั้นลึก Deep Plane Facelift เทคนิคยกกระชับหน้า

Key Takeaways:
- Deep Plane Facelift เลาะเนื้อเยื่อลงถึงชั้น SMAS และไขมันลึก ไม่ใช่แค่ดึงผิวหนังเหมือนเทคนิคดั้งเดิม
- เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก โดยเฉพาะบริเวณแก้มล่าง ร่องแก้ม และแนวกราม
- ต้องผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความชำนาญด้านนี้โดยตรง เพราะผ่าตัดใกล้เส้นประสาทใบหน้า
- ที่โรงพยาบาลเอเซีย มีอายุรแพทย์หัวใจประเมินความพร้อมก่อนผ่าตัดทุกเคส และมีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด
- ระยะพักฟื้นหลังผ่าตัด อยู่ที่ 1-2 สัปดาห์ ส่วนผลลัพธ์จะเห็นผลชัดเจนในระยะ 3-6 เดือน
- ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง นพ.ธนคม ใหลสกุล (ว.19982)
- ศัลยกรรมดึงหน้าที่โรงพยาบาลเอเซีย ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท
ดึงหน้าชั้นลึก เทคนิค Deep Plane คืออะไร
ดึงหน้า Deep Plane คือ การผ่าตัดยกกระชับใบหน้าที่เข้าไปจัดการเนื้อเยื่อในระดับลึกกว่าการดึงเฉพาะผิวหนัง โดยลงไปลึกถึงบริเวณชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) และเลาะ “เอ็นยึดหน้า” ที่ยึดเนื้อเยื่อบางตำแหน่ง หรือ Retaining Ligaments เพื่อสามารถดึงชั้นกล้ามเนื้อได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้เนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยสามารถเคลื่อนกลับไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมได้
หัวใจของเทคนิค Deep Plane จึงไม่ใช่การดึงผิวหน้าให้ตึง แต่เป็นการยกและจัดตำแหน่งโครงสร้างเนื้อเยื่อชั้นลึกก่อน จากนั้นจึงปรับผิวหนังด้านบนให้สอดคล้องกับตำแหน่งใหม่ของเนื้อเยื่อ
เทคนิคดึงหน้า Deep Plane ช่วยกระจายแรงยกไปยังชั้นเนื้อเยื่อที่ลึกขึ้น แทนที่จะให้แรงตึงอยู่ที่ผิวหนังเพียงอย่างเดียว จึงเป็นเทคนิคที่สามารถนำมาใช้วางแผนแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม ใบหน้าส่วนกลาง ร่องแก้ม แนวกราม และใบหน้าส่วนล่างได้
เมื่อเปรียบเทียบกับเทคนิคดึงหน้าที่จัดการเฉพาะผิวหนังหรือใช้วิธีปรับชั้น SMAS ในรูปแบบอื่น จุดแตกต่างสำคัญของ Deep Plane Facelift อยู่ที่การเลาะเอ็นยึดของเนื้อเยื่อในผิวชั้นลึก และการเคลื่อนเนื้อเยื่อชั้นลึกไปพร้อมกัน ทำให้ศัลยแพทย์สามารถจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยแรงดึงจากผิวหนังมากเกินไป
ที่โรงพยาบาลเอเซีย การวางแผนผ่าตัดดึงหน้าจะเริ่มจากการประเมินโครงสร้างใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อยเป็นรายบุคคล โดยศัลยแพทย์ตกแต่ง จะพิจารณาแนวทางการผ่าตัดให้เหมาะสมกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของคนไข้แต่ละราย

ดึงหน้าชั้นลึก Deep Plane ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง
- ใบหน้าส่วนบน ช่วยยกบริเวณหางคิ้วและหางตาที่ตก พร้อมปรับริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาให้ดูดีขึ้น
- ใบหน้าส่วนกลาง เน้นแก้ปัญหาแก้มตก หน้าแก้มหย่อนคล้อย และร่องแก้มลึก พร้อมช่วยจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อบริเวณใต้ตาให้เหมาะสมขึ้น
- ใบหน้าส่วนล่าง ช่วยยกแก้มล่างที่หย่อน ลดความชัดของร่องน้ำหมาก และปรับแนวกรามหรือกรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัดให้ดูกระชับขึ้น
- บริเวณลำคอ สามารถวางแผนร่วมกับการดึงหน้าเพื่อแก้ความหย่อนคล้อยบริเวณคอได้ แต่บางรายอาจต้องผ่าตัดดึงคอเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับปัญหาและการประเมินของแพทย์
Deep Plane Facelift เหมาะกับใคร
เทคนิคนี้ให้ผลชัดเจนที่สุดกับคนที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก ไม่ใช่คนที่เพิ่งเริ่มมีริ้วรอยเล็กน้อย
กลุ่มที่เหมาะสม
- มีแก้มตก ร่องแก้มลึก หรือกรอบหน้าไม่ชัดเจน
- มีเหนียงหรือผิวหย่อนบริเวณคอร่วมด้วย (สามารถพิจารณาทำร่วมกับดึงคอได้)
- เคยทำหัตถการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด เช่น HIFU หรือร้อยไหม มาแล้วแต่รู้สึกว่าผลลัพธ์ไม่ตรงจุด
- ต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานกว่าเทคนิคดึงหน้าแบบตื้น
- สุขภาพร่างกายโดยรวมแข็งแรง พร้อมรับการดมยาสลบ
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
- มีโรคหัวใจ หลอดเลือด หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- เบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ยาก หรือความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
- สูบบุหรี่จัดและไม่สามารถงดล่วงหน้าได้
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดเป็นประจำ
- มีประวัติเป็นคีลอยด์หรือแผลนูนง่าย
- คาดหวังผลลัพธ์ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่น ต้องการหน้าเปลี่ยนไปจากโครงสร้างเดิมทั้งหมด
เพราะเหตุผลเหล่านี้ ทุกเคสที่โรงพยาบาลเอเซียจึงต้องผ่านการประเมินโดยอายุรแพทย์หัวใจก่อนเข้ารับการผ่าตัด เพื่อคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดให้รอบด้านที่สุด
ดึงหน้าเหมาะกับใครบ้าง หมอธนคม
Deep Plane ต่างจาก SMAS Facelift อย่างไร
| เทคนิค | ระดับความลึก | จุดเด่น | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Mini Facelift | ผิวหนัง + ชั้นตื้น | แผลเล็ก ฟื้นตัวไว | หย่อนคล้อยเริ่มต้น |
| SMAS Facelift | ชั้น SMAS | ยกกระชับได้ดีระดับหนึ่ง | หย่อนคล้อยปานกลาง |
| Deep Plane Facelift | SMAS + ไขมันใต้ผิวชั้นลึก | ยกทั้งโครงสร้างพร้อมกัน ดูเป็นธรรมชาติ | หย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก |
หลายคนสับสนระหว่างสามเทคนิคนี้ เพราะชื่อคล้ายกันแต่ระดับความลึกของการผ่าตัดต่างกันชัดเจน
เทคนิค Mini Facelift
- ระดับความลึก ผิวหนัง + ผิวชั้นตื้น
- จุดเด่น แผลเล็ก ฟื้นตัวไว เหมาะกับ ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยเริ่มต้น
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-3 ปี *ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
เทคนิค SMAS Faceliftชั้น
- ระดับความลึด ผิวชั้น SMAS
- ยกกระชับได้ดีในระดับหนึ่ง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยปานกลาง
- ผลลัพธ์หลังทำ อยู่ได้นานประมาณ 5-7 ปี
Deep Plane Facelift
- ผิวชั้น SMAS + ไขมันใต้ผิวชั้นลึก
- ยกทั้งโครงสร้างพร้อมกัน หลังทำดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับใบหน้าที่หย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก
- ผลลัพธ์คงทนกว่าวิธีอื่น อยู่ได้ประมาณ 7-12 ปี *ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
เทคนิคผ่าตัดยิ่งลงผิวชั้นลึกเท่าไหร่ ยิ่งต้องอาศัยความชำนาญของศัลยแพทย์มากขึ้นเท่านั้น เพราะเนื้อเยื่อชั้นลึกอยู่ใกล้เส้นประสาทใบหน้าที่ควบคุมการแสดงสีหน้า การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากโครงสร้างใบหน้า คุณภาพผิว และเป้าหมายของแต่ละคนประกอบกันครับ
ดึงหน้าแบบเป็นธรรมชาติ กับหมอธนคม
ข้อดีและข้อจำกัดของ ดึงหน้าชั้นลึก Deep Plane
ข้อดี
- ยกกระชับได้ถึงชั้นโครงสร้างใบหน้า ไม่ใช่แค่ผิวหนังด้านนอก แต่แก้ลึกถึงชั้น SMAS
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เพราะเนื้อเยื่อถูกเคลื่อนไปพร้อมกันเป็นชุดเดียว สีหน้าและรอยยิ้ม ดูเป็นธรรมชาติ
- แก้ปัญหาร่องแก้มลึกและกรอบหน้าไม่ชัดได้ตรงจุดกว่าการดึงแบบตื้น
- สามารถทำร่วมกับการดึงคอในครั้งเดียวได้ ลดจำนวนครั้งของการพักฟื้น
- พักฟื้นไว การผ่าตัดไม่แยกชั้นผิวมากเกินไป ทำให้ลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดได้
- ผลลัพธ์คงทนกว่าเทคนิคอื่น อยู่ได้นาน 7-12 ปี เพราะแก้ปัญหาที่ผิวชั้นลึก *ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังผ่าตัดของแต่ละคนด้วย
ข้อจำกัด
- ควรรักษากับศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางด้านโดยตรง เพราะเทคนิคซับซ้อนกว่าการดึงหน้าแบบตื้นทั่วไป
- ระยะเวลาผ่าตัดนานกว่า และต้องดมยาสลบขณะผ่าตัด
- ค่าใช้จ่ายสูงกว่าเทคนิคดึงหน้าแบบตื้นหรือหัตถการไม่ผ่าตัด
- ผลลัพธ์ไม่สามารถหยุดกระบวนการเสื่อมสภาพของผิวตามวัยได้ทั้งหมด

ความเสี่ยงและผลข้างเคียง
การผ่าตัดใบหน้าทุกเทคนิคมีความเสี่ยง เพราะบริเวณนี้มีทั้งเส้นเลือดและเส้นประสาทมัดเล็กจำนวนมาก การทำ Deep Plane ก็เช่นกัน
ความเสี่ยงต่อเส้นประสาทใบหน้า เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลมากที่สุด เพราะเทคนิคนี้เลาะเนื้อเยื่อลึกกว่าปกติ แต่มีข้อมูลจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Aesthetic Surgery Journal ซึ่งรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยหลายหมื่นราย พบว่าอัตราการบาดเจ็บของเส้นประสาทแบบชั่วคราวในเทคนิค Deep Plane ไม่ได้สูงกว่าเทคนิค SMAS และผู้ป่วยส่วนใหญ่ในงานวิจัยนี้อาการหายเป็นปกติได้เองโดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม ทั้งนี้ความเสี่ยงจริงในแต่ละเคสยังขึ้นอยู่กับความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดเป็นสำคัญ
ผลข้างเคียงอื่นที่อาจพบได้ ได้แก่
- เลือดคั่งใต้ผิวหนัง (Hematoma) ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดของการดึงหน้าทุกเทคนิค และงานวิจัยเดียวกันนี้ยังระบุว่าเทคนิค Deep Plane มีอัตราเลือดคั่งรุนแรงสูงกว่าเทคนิคดึงหน้าแบบตื้นบางประเภทเล็กน้อย ทีมแพทย์จึงสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกเป็นพิเศษ
- อาการชาหรืออ่อนแรงชั่วคราวของกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งพบได้ในบางราย และมักดีขึ้นเองภายในไม่กี่สัปดาห์
- ชาบริเวณหลังใบหูหรือติ่งหู จากการที่แนวแผลผ่านใกล้เส้นประสาทรับความรู้สึก
- บวมช้ำ แผลเป็น หรือการติดเชื้อ ซึ่งลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลแผลอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์
- ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทุกเคสต้องผ่านการประเมินโดยอายุรแพทย์หัวใจและวิสัญญีแพทย์ก่อนผ่าตัด
ผลลัพธ์และความเสี่ยงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การพูดคุยกับศัลยแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ
ขั้นตอนศัลยกรรมดึงหน้าชั้นลึก Deep Plane
การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เป็นการศัลยกรรมเพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าและเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย โดยแพทย์จะวางแผนตามโครงสร้างใบหน้า ตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ และเทคนิคที่เหมาะกับแต่ละคน ซึ่งขั้นตอนการดึงหน้าโดยทั่วไปมีดังนี้
- ประเมินใบหน้าและวางแผนศัลยกรรมดึงหน้า
ศัลยแพทย์จะตรวจระดับความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอ พร้อมกำหนดตำแหน่งแผล แนวการยกกระชับ และชั้นเนื้อเยื่อที่ต้องปรับ เพื่อให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล - ให้ยาระงับความรู้สึกก่อนผ่าตัดดึงหน้า
การดึงหน้าหลายกรณีทำภายใต้การดมยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์จะดูแลสัญญาณชีพตลอดการผ่าตัด ส่วนวิธีระงับความรู้สึกจะพิจารณาตามขอบเขตและเทคนิคที่ใช้ - เปิดแผลและยกกระชับชั้น SMAS หรือ Deep Plane
แพทย์จะเปิดแผลบริเวณที่สามารถซ่อนได้ เช่น แนวไรผมหรือรอบใบหู จากนั้นจึงยกและจัดชั้นเนื้อเยื่อ เช่น ชั้น SMAS ตามเทคนิคที่วางแผนไว้ พร้อมตัดผิวหนังส่วนเกินหรือจัดไขมันในบางตำแหน่งเมื่อจำเป็น - เย็บปิดแผลและเริ่มพักฟื้นหลังดึงหน้า
เมื่อยกกระชับและจัดเนื้อเยื่อเรียบร้อย แพทย์จะเย็บปิดแผลอย่างละเอียด บางกรณีอาจใส่ท่อระบายเพื่อลดการคั่งของเลือดหรือของเหลว หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงพักฟื้นและติดตามแผลตามนัด
รายละเอียดขั้นตอนการดึงหน้าอาจแตกต่างกันตามเทคนิคการผ่าตัดและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล*
รีวิวดึงหน้า
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล




แชร์ประสบการณ์ หลังดึงหน้า 3 เดือน
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
- งดน้ำและอาหาร 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
- งดวิตามินเสริมและยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 เดือนก่อนและหลังผ่าตัด เพราะนิโคตินกระทบการไหลเวียนเลือดของแผ่นผิวหนังที่ถูกยกขึ้นโดยตรง
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- แจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่ใช้เป็นประจำ และประวัติแพ้ยาให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อให้อายุรแพทย์หัวใจประเมินความพร้อมก่อนผ่าตัด
- ควรมีผู้ดูแลมารับในวันผ่าตัด ไม่ควรขับรถเอง
การดูแลหลังผ่าตัดดึงหน้า
- ใส่ผ้าพันหน้าแบบกดประคองต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงแรก จากนั้นใส่วันละ 3-4 ชั่วโมงในสัปดาห์แรกเพื่อลดบวม
- นอนหมอนสูงและประคบเย็นในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเพื่อลดอาการบวมช้ำ
- ดูแลแผลให้แห้งอยู่เสมอ เช็ดทำความสะอาดด้วยสำลีชุบน้ำเกลือตามคำแนะนำแพทย์ จนกว่าจะตัดไหม
- อาการชาบริเวณใบหน้าและลำคอเป็นเรื่องปกติที่พบได้ มักดีขึ้นเองใน 2-4 สัปดาห์ บางจุดอาจนานกว่านั้น
- งดออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่กระทบกระเทือนแผล 3-4 สัปดาห์
- งดมีเพศสัมพันธ์ 1 เดือนหลังผ่าตัด
- หลีกเลี่ยงแดดจัดและความร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ 2 เดือนหลังผ่าตัด
- สระผมได้หลัง 2 วัน แต่ต้องระวังไม่ให้น้ำโดนแผลโดยตรงจนกว่าจะตัดไหม
ไทม์ไลน์การฟื้นตัว
- 24-48 ชั่วโมงแรก สังเกตอาการใกล้ชิด เฝ้าระวังเลือดคั่ง ใส่ผ้าพันหน้าต่อเนื่อง
- 7-14 วัน บวมช้ำมากที่สุดในช่วงนี้ ตัดไหมประมาณวันที่ 7
- 2-3 สัปดาห์ อาการบวมช้ำเริ่มจางลง กลับไปทำกิจกรรมเบาๆ ได้
- 3-4 สัปดาห์ เริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้ตามคำแนะนำแพทย์
- 1-2 เดือน ใบหน้าเริ่มเข้าที่ชัดเจนขึ้น
- 3-6 เดือน เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด ใบหน้าเริ่มเข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ

ผลลัพธ์ ดึงหน้า Deep Plane อยู่ได้นานแค่ไหน
เพราะเป็นการยกกระชับถึงชั้นโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ดึงผิวให้ตึงชั่วคราว งานวิเคราะห์ย้อนหลัง 30 ปีที่ตีพิมพ์ในวารสาร Aesthetic Surgery Journal พบว่าเทคนิค Deep Plane มีแนวโน้มให้ผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานกว่าเทคนิคดึงหน้าแบบตื้น หรือ SMAS Plication อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่แท้จริงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว พันธุกรรม ไลฟ์สไตล์ การดูแลผิวหลังผ่าตัด และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแสงแดด
ที่สำคัญคือ การดึงหน้าไม่สามารถหยุดกระบวนการเสื่อมสภาพของผิวหนังตามวัยได้ทั้งหมด เมื่อเวลาผ่านไป ผิวยังคงเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องตามธรรมชาติ
ดึงหน้าชั้นลึก Deep Plane ราคาเท่าไหร่
ที่โรงพยาบาลเอเซีย โปรแกรมยกกระชับใบหน้า ศัลยกรรมดึงหน้า เริ่มต้น 55,000 – 180,000 บาท ราคาขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ โดยรายละเอียดราคามีดังนี้
- ดึงขมับ (ดึงหางตา/ยกคิ้ว) ราคา 55,000 บาท
- ดึงหน้าเฉพาะจุด Mini Facelift ราคา 59,000 บาท
- ดึงหน้า Facelift ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท
- ดึงหน้าส่วนกลาง ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท
- ดึงหน้าส่วนล่าง ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท
- ดึงร่องน้ำหมาก ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท
- ดึงร่องแก้ม ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท
- ยกคิ้ว ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท
- ดึงคอ Neck Lift ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท
- ดึงหน้าผาก ราคาเริ่มต้น 120,000 – 180,000 บาท (Endotine)
สอบถามโปรโมชั่นรายการของแถม ที่จะได้รับในโปรแกรมดึงหน้า ได้ที่ Line Official @asiacosmetic หรือ คลิกที่นี่เพื่อปรึกษาคุณหมอของเรา
ทีมศัลยแพทย์ตกแต่ง
ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลเอเซีย




โรงพยาบาลเอเซียเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมและความงามที่ดูแลผู้รับบริการด้วยมาตรฐานการแพทย์ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการติดตามผลหลังการรักษา
มาตรฐานของโรงพยาบาลเอเซีย
- โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI ในปี 2568 และมีบริการศัลยกรรมดึงหน้าหลายระดับ ตั้งแต่ Mini Facelift, Full Facelift, การยกชั้น SMAS ไปจนถึงการดึงคอ โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างและความหย่อนคล้อยก่อนเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน
- การผ่าตัดดึงหน้าที่ต้องดมยาสลบ มีวิสัญญีแพทย์ดูแลระหว่างการผ่าตัด พร้อมการประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนเข้ารับการรักษา และมีการติดตามผลหลังผ่าตัดตามแผนการรักษา
- ด้านเทคนิค โรงพยาบาลเอเซียมีการวางแผนผ่าตัดหลายรูปแบบตามปัญหาของแต่ละบุคคล เช่น Full Facelift, Mini/Mid Facelift, Neck Lift, Forehead Lift และการใช้ Endotine ในบางกรณี จึงควรให้ศัลยแพทย์เป็นผู้ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้เทคนิคใด หรือควรทำหลายบริเวณร่วมกันหรือไม่
- อายุรแพทย์หัวใจประเมินทุกเคสก่อนผ่าตัด เพื่อความพร้อมทางหัวใจและหลอดเลือดก่อนรับยาสลบ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
- ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง มีวุฒิบัตรและประสบการณ์ด้านศัลยกรรมดึงหน้า
- ทีมดูแลหลังผ่าตัด ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
FAQ คำถามที่พบบ่อย
สรุป
- ดึงหน้าชั้นลึก Deep Plane Facelift ยกกระชับถึงชั้นโครงสร้างใบหน้า ไม่ใช่แค่ดึงผิวหนัง
- เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก
- ต้องอาศัยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีความชำนาญโดยตรง
- ที่โรงพยาบาลเอเซีย ทุกเคสมีอายุรแพทย์หัวใจประเมินก่อนผ่าตัด และวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด ในห้องผ่าตัดมาตรฐาน JCI
- ผลลัพธ์และความเสี่ยงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การปรึกษาแพทย์โดยตรงคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจ
หากสนใจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับดึงหน้าชั้นลึก Deep Plane ที่โรงพยาบาลเอเซีย สามารถทักไลน์หรือโทรนัดหมายเพื่อประเมินโครงหน้าและวางแผนการผ่าตัดกับศัลยแพทย์ตกแต่งได้โดยตรง Line @asiacosmetic โทร. 02-199-9999
อ้างอิง
- American Society of Plastic Surgeons (ASPS) — Facelift anatomy and complications
- Jacono A. et al., “A Meta-Analysis of Complication Rates Among Different SMAS Facelift Techniques,” Aesthetic Surgery Journal
- International Society of Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS)
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผลลัพธ์จากการทำหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดหรือหัตถการใดๆ

ช่องทางติดต่อสอบถาม
5 ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000









