ศัลยกรรมปรับโครงหน้า
ศัลยกรรมหน้าอก
ศัลยกรรมดูดไขมัน
ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง
ศัลยกรรมเสริมจมูก
ศัลยกรรมดึงหน้า

กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ

บริษัท โรงพยาบาลคอสเมติก จำกัด จะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด

ปรึกษาศัลยกรรม

โปรแกรม ดึงหน้า (Face Lift) ยกกระชับใบหน้า ข้อดี-ความเสี่ยง เทคนิค/ราคา การพักฟื้น

ศัลยกรรมดึงหน้า

สรุปเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้า: ศัลยกรรมดึงหน้า (Face Lift Surgery / Rhytidectomy) คือการผ่าตัดยกกระชับผิวหน้าและเนื้อเยื่อชั้นลึกที่หย่อนคล้อยเปลี่ยนแปลงตามวัย เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก หรือกรอบหน้าไม่ชัดเจน ผลลัพธ์หลังทำใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น การผ่าตัดมี 5 เทคนิคหลัก ได้แก่ Mini Facelift, Deep Plane Facelift, ดึงหน้าส่องกล้อง, ดึงหน้าดึงหน้าเอนโดไทน์ (Endotine) และ SMAS Facelift เลือกตามระดับการหย่อนคล้อยและเป้าหมาย ใช้เวลาผ่าตัด 2-5 ชั่วโมง ระยะพักฟื้นเบื้องต้น 10-14 วัน เห็นผลลัพธ์เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติใน 3-6 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้ 5-10 ปี ขึ้นกับเทคนิคและการดูแลตัวเอง

Key Takeaways:

  • ศัลยกรรมดึงหน้า แก้ไขได้ถึงผิวหน้าชั้นลึก SMAS (กล้ามเนื้อพังผืด) ซึ่งครีมหรือการรักษาไม่ผ่าตัดทำไม่ได้ ให้ผลลัพธ์คงทนกว่าการดึงหน้าแบบไม่ผ่าตัด
  • ดึงหน้า มี 3 เทคนิคหลัก ได้แก่ Mini Facelift (พักฟื้นเร็ว เหมาะกับการหย่อนน้อย), SMAS Facelift (ชั้นลึก ผลอยู่ 5-8 ปี) และ Deep Plane Facelift (ชั้นลึกที่สุด ผลอยู่ 7-10 ปี) แพทย์จะเลือกเทคนิคที่เหมาะกับสภาพใบหน้าของแต่ละคน
  • เหมาะกับผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก หรือกรอบหน้าส่วนล่างไม่ชัด สุขภาพร่างกายแข็งแรง
  • ก่อนผ่าตัดทุกเคส ต้องผ่านการประเมินจากอายุรแพทย์หัวใจและวิสัญญีแพทย์
  • หยุดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด ลดความเสี่ยงแผลหายช้าได้อย่างชัดเจน
  • หลังผ่าตัด ใส่ผ้ารัดหน้า 3 วันแรก, เริ่มยุบบวมใช้ชีวิตได้ตามปกติประมาณ 14 วัน, ออกกำลังกายได้หลังสัปดาห์ที่ 4
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ 5-12 ปี ขึ้นกับเทคนิค การดูแลผิว และน้ำหนักตัวที่คงที่ *ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
  • โรงพยาบาลเอเซียได้รับมาตรฐาน JCI (ปี 2568) มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยผู้ป่วย
  • ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง นพ.ธนคม ใหลสกุล (ว.19982)

ดึงหน้าคืออะไร

ดึงหน้า (Facelift) คือ การผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อยกกระชับหน้า ยกกระชับผิว และเนื้อเยื่อใบหน้าที่หย่อนคล้อยจากอายุ โดยแพทย์จะปรับโครงสร้างที่ผิวชั้นลึก เช่น ชั้น SMAS ร่วมกับการตัดผิวหนังส่วนเกิน เพื่อยกกระชับ ช่วยลดปัญหาแก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด ร่องลึก หรือผิวบริเวณลำคอหย่อน ทำให้ใบหน้าดูกระชับและสมดุลขึ้นอย่างเหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าเดิมของแต่ละคน

บริเวณที่นิยมทำศัลยกรรม ดึงหน้า 4 ตำแหน่ง

ดึงหน้าทำบริเวณใดได้บ้าง แก้ปัญหาอะไร

การศัลยกรรมดึงหน้าสามารถเลือกทำเฉพาะบริเวณที่มีปัญหาได้ ไม่จำเป็นต้องดึงทั้งใบหน้า โดยแพทย์จะประเมินตำแหน่งและระดับความหย่อนคล้อยก่อนวางแผนผ่าตัด

  • ดึงหน้าผาก ใบหน้าส่วนบน (Upper Facelift) ครอบคลุมบริเวณหน้าผาก คิ้ว ขมับ และรอบดวงตา ช่วยแก้ปัญหาหางตาตก คิ้วตก หน้าผากย่น หนังตาหย่อน และความหย่อนคล้อยช่วงใบหน้าส่วนบน
  • ดึงใบหน้าส่วนกลาง (Middle Facelift) เน้นบริเวณช่วงกลางของใบหน้า เหมาะกับคนที่มีปัญหา โหนกแก้มหย่อนคล้อย, ร่องแก้มลึก, ร่องน้ำตาลึก ช่วยให้หน้าดูละมุนอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ดึงใบหน้าส่วนล่าง (Lower Facelift) ช่วยแก้แก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด ร่องน้ำหมาก และผิวช่วงแนวกรามที่เริ่มตก ทำให้กรอบหน้าดูกระชับขึ้น
  • ดึงคอ (Neck Lift) เหมาะกับคนที่มีผิวคอหย่อน เหนียง หรือกล้ามเนื้อคอคล้อย ช่วยให้แนวคอและกรอบหน้าดูชัดขึ้น

บางคนอาจมีปัญหาหลายตำแหน่งร่วมกัน แพทย์จึงอาจพิจารณาทำมากกว่าหนึ่งบริเวณในครั้งเดียว เพื่อให้ผลลัพธ์โดยรวมสมดุลกับโครงสร้างใบหน้า

ดึงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ โดยหมอธนคม

เป้าหมายหลักในการดึงหน้าของโรงพยาบาลคือ ดึงหน้าให้เป็นธรรมชาติ ขั้นตอนดึงหน้า จะดึงทั้งผิวชั้นลึกและชั้นตื้น โดยแพทย์จะประเมินก่อนว่าต้องปรับแก้ยกกระชับผิวที่ชั้นไหน ถ้ามีปัญหาน้อย หน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อย มีปัญหาที่ผิวชั้นลึกอย่างเดียว ก็ดึงหน้าที่ชั้นลึกอย่างเดียว ถ้าประเมินแล้วพบว่ามีปัญหาทั้งทั้งผิวชั้นลึกและผิวชั้นตื้นก็ทำร่วมกัน ส่วนสำคัญอีกอย่างคือเทคนิคของแทพย์ และทิศทางการดึงมีผลมาก โดยคุณหมอธนคมจะเน้นผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด

ดึงหน้า เหมาะกับใคร

หลายคนสงสัยว่าตัวเอง “ถึงเวลาต้องดึงหน้าหรือยัง?” โดยทั่วไปเริ่มพิจารณาที่อายุ 40 ปีขึ้นไป แต่บางรายที่มีการหย่อนคล้อยชัดตั้งแต่ 35 ปีก็ทำได้ — ขึ้นกับสภาพใบหน้าจริงๆ

การดึงหน้าเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยของใบหน้าค่อนข้างชัด โดยเฉพาะแก้ม กรอบหน้า และลำคอ รวมถึงผู้ที่มีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก คิ้วตก หางตาตก หรือผิวหน้าหย่อนจนทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากขึ้น ทั้งนี้ ไม่ได้พิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว แพทย์จะดูสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย สุขภาพโดยรวม และความคาดหวังของแต่ละคนร่วมกัน

ปัญหาที่ควรเข้ารับปรึกษาศัลยกรรมดึงหน้า

  • มีแก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวคอหย่อน
  • มีริ้วรอยหรือร่องลึกที่เห็นชัด เช่น ร่องแก้มลึก และร่องน้ำหมาก
  • มีคิ้วตก หางตาตก หรือผิวบริเวณหน้าผากหย่อน
  • เคยใช้วิธียกกระชับแบบไม่ผ่าตัดแล้ว แต่ปัญหาความหย่อนคล้อยยังคงชัดเจน
  • มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง ไม่มีภาวะที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการผ่าตัดหรือการสมานแผล
  • มีน้ำหนักค่อนข้างคงที่ และมีความคาดหวังต่อผลลัพธ์อย่างเหมาะสม

เทคนิคดึงหน้า ที่โรงพยาบาลเอเซีย

ปัจจุบันการดึงหน้ามีหลายเทคนิค แพทย์พิจารณาเลือกเทคนิคตามตำแหน่งที่มีปัญหา และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน ไม่ได้ใช้วิธีเดียวกับทุกเคส โดยแบ่งเป็น 5 เทคนิคหลัก ดังนี้

บรรยากาศในห้องผ่าตัดดึงหน้า

  • Deep Plane Facelift เป็นการผ่าตัดในชั้นลึกใต้ SMAS พร้อมคลายจุดยึดของเนื้อเยื่อ เพื่อยกแก้มและใบหน้าส่วนล่าง เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยค่อนข้างชัด
  • SMAS Facelift ยกและจัดชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ช่วยแก้แก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด และความหย่อนบริเวณใบหน้าส่วนล่าง
  • Mini Facelift ดึงหน้าเฉพาะจุด แผลเล็ก ใช้แนวแผลและขอบเขตการผ่าตัดน้อยกว่าการดึงหน้าเต็มรูปแบบ เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีแก้มหรือกรอบหน้าหย่อนในระดับไม่มาก
  • ดึงหน้าแบบส่องกล้อง การใช้กล้อง Endoscope ในการผ่าตัดช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างขณะผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก มักนำมาใช้กับการยกคิ้ว หน้าผาก หรือใบหน้าส่วนกลางในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเหมาะสม
  • ดึงหน้เอนโดไทน์ Endotine ใช้วัสดุทางการแพทย์ช่วยยึดเนื้อเยื่อที่ยกขึ้นให้อยู่ในตำแหน่งใหม่ มักใช้ร่วมกับการผ่าตัดแบบส่องกล้องในบางบริเวณ เช่น ดึงหน้าผาก ยกคิ้ว หรือใบหน้าส่วนกลาง โดยแพทย์จะเลือกชนิดและตำแหน่งการใช้ตามโครงสร้างของแต่ละคน

การเลือกเทคนิคควรดูจากตำแหน่งที่หย่อน คุณภาพผิว ปริมาณไขมัน และโครงสร้างใบหน้าเป็นหลัก เพราะบางคนอาจเหมาะกับการผ่าตัดเพียงวิธีเดียว ขณะที่บางรายอาจต้องใช้มากกว่าหนึ่งเทคนิคร่วมกัน

  Mini Facelift SMAS Facelift Deep Plane Facelift
ระดับการแก้ไข เล็กน้อย–ปานกลาง ปานกลาง–มาก มาก (ชั้นลึก)
อายุที่แนะนำ มาก (ชั้นลึก) 40–60 ปี 45–65 ปี
เวลาผ่าตัด 1.5–2.5 ชม. 3–4 ชม. 4–5 ชม.
พักฟื้นเบื้องต้น 7–10 วัน 7–10 วัน 14–21 วัน
ผลลัพธ์ 3–5 ปี 5–8 ปี 7–10 ปี
แผลผ่าตัด รอบหู รอบหู–ต้นผม รอบหู–ใต้คาง

อายุ 70 ปี ดึงหน้า ดึงคอ ได้ไหม?

อายุ 70 ปี ดึงหน้าได้ไหม? รีวิวศัลยกรรมดึงหน้า (Face Lift) เคสนี้ คุณเที่ยง อายุ 70 ปี วันเข้ารับการศัลยกรรมดึงหน้า ที่ โรงพยาบาลเอเซีย เพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอ เป้าหมายของการทำศัลยกรรม ต้องการให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น ปรับรูปหน้าให้เป็นรูปไข่ และแก้ไขความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า 3 ส่วนรวมถึงช่วงลำคอ

ก่อนทำ
รูปก่อนทำศัลยกรรมดึงหน้า
ก่อนทำ
รูปก่อนทำศัลยกรรมดึงหน้า
ก่อนทำ
รูปก่อนทำศัลยกรรมดึงหน้า

ผลลัพธ์หลังดึงหน้า 3 เดือน

รูปก่อนทำศัลยกรรมดึงหน้า
รูปหลังดึงหน้า

รายละเอียดดึงหน้าแต่ละเทคนิค

ดึงหน้าเฉพาะจุด-Mini-Facelift

ดึงหน้าเฉพาะจุด Mini Facelift

Mini Facelift หรือ Mid Face Lift เหมาะสำหรับคนที่เริ่มมีการหย่อนคล้อยในบางส่วน ไม่ได้ต้องการแก้ไขทั้งใบหน้า

แผลขนาดเล็ก เปิดสองจุดหลักคือใต้ตาล่างและหน้าหู ดึงกล้ามเนื้อโหนกแก้มและเนื้อเยื่อในชั้น SMAS ขึ้น แล้วตัดผิวส่วนเกินออก

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่อายุ 35-50 ปี มีร่องแก้มและแก้มหย่อน แก้มย้วยในระดับเริ่มต้น ต้องการผลธรรมชาติและพักฟื้นไม่นาน พักฟื้นสั้นกว่าเทคนิคอื่น

ผลลัพธ์โดยประมาณ: 3-5 ปี

เวลาผ่าตัด: ประมาณ 1.5-2.5 ชั่วโมง
ระยะพักฟื้นเบื้องต้น: ประมาณ 7-10 วัน

ดึงหน้า-SMAS

ดึงหน้าชั้น SMAS

ดึงหน้าชั้น SMAS เป็นเทคนิคยกกระชับที่จัดการถึงชั้นเนื้อเยื่อ SMAS ซึ่งอยู่ลึกกว่าผิวหนัง ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ทั้งใบหน้าส่วนกลาง ส่วนล่าง และแนวกรอบหน้า เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าให้ดูสมดุลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

แพทย์เปิดแผลจากบริเวณหน้าหูถึงหลังหูและต้นผม เลาะลงไปถึงชั้น SMAS แล้วดึงให้ตึงแยกจากผิวหนัง ตัดส่วนเกินออก เย็บปิดชั้น SMAS ก่อน แล้วค่อยดึงผิวหนังตามชั้น SMAS ใหม่

SMAS Facelift เหมาะสำหรับ

ผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อยปานกลางถึงมากบริเวณแก้ม กรอบหน้าส่วนล่าง และเหนียง ต้องการผลที่คงทนในระยะกลาง

ผลลัพธ์: อยู่ได้นาน ประมาณ 5-8 ปี โดยแตกต่างกันตามอายุ คุณภาพผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต และเทคนิคการผ่าตัด เนื่องจากเป็นการยกกระชับถึงชั้น SMAS ไม่ได้ดึงเฉพาะผิวด้านนอก จึงช่วยแก้ความหย่อนคล้อยได้ในระดับโครงสร้างมากขึ้น

เวลาผ่าตัด: ประมาณ 3-4 ชั่วโมง
ระยะพักฟื้นเบื้องต้น: ประมาณ 10-14 วัน

ดึงหน้า-Deep-Plane

ดึงหน้า Deep Plane

เทคนิคนี้แตกต่างจาก SMAS ตรงที่แพทย์จะดึงผิวหน้า ไขมัน และ SMAS ขึ้นมาพร้อมกันเป็นชั้นเดียว แทนที่จะแยกดึงทีละชั้น โดยการปลดล็อกเอ็นยึดพยุงใบหน้า (Retaining Ligaments) เพื่อยกกระชับใบหน้าทั้งแผงพร้อมกับไขมันชั้นลึก

ผลที่ได้คือการยกกระชับที่เป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะโครงสร้างถูกยกขึ้นในทิศทางแนวตั้ง ตรงกับทิศทางที่แรงโน้มถ่วงดึงลง ไม่ใช่การดึงออกด้านข้างซึ่งทำให้ดูตึงเกินไป

งานวิจัยปี 2024 จาก PubMed พบว่า Deep Plane Facelift มีอัตราความพึงพอใจของผู้รับบริการสูงกว่า SMAS Facelift (94.4% vs 87.8%) แต่มีความซับซ้อนของการผ่าตัดและอัตราภาวะแทรกซ้อนสูงกว่าเล็กน้อย (17.2% vs 10.3%)

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีการหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก โดยเฉพาะแก้มและร่องแก้มที่ลึกชัดเจน ต้องการผลที่ทนและเป็นธรรมชาติมากที่สุด

ข้อจำกัดที่ควรรู้: ใช้เวลาผ่าตัดและพักฟื้นนานที่สุด ต้องทำโดยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางในเทคนิคนี้จริงๆ

เวลาผ่าตัด: ประมาณ 4-5 ชั่วโมง
ระยะพักฟื้นเบื้องต้น: มักนานกว่า Mini Facelift และแตกต่างกันตามขอบเขตการผ่าตัด

ดึงหน้าเอนโดไทน์-Endotine

ดึงหน้าเอนโดไทน์ Endotine

Endotine คือวัสดุทางการแพทย์ชนิดยึดตรึงเนื้อเยื่อที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ใช้ช่วยพยุงและยกเนื้อเยื่อใต้ผิวให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มักนำมาใช้ร่วมกับการผ่าตัดยกคิ้วหรือยกกระชับบริเวณใบหน้าส่วนบน เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยอย่างเป็นธรรมชาติ

จุดเด่นของ Endotine

  • ยกคิ้ว ยกหางตา ช่วยแก้ปัญหาคิ้วตก หางตาตก ทำให้ดวงตาดูสดใส ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ลดริ้วรอยหน้าผากและหว่างคิ้ว เมื่อผิวบริเวณหน้าผากถูกยกกระชับ ริ้วรอยร่องลึกจึงดูจางลง
  • ปรับสัดส่วนคิ้วกับดวงตา ช่วยเพิ่มพื้นที่เปลือกตาบน ทำให้ใบหน้าดูเปิด โปร่ง และได้สัดส่วนมากขึ้น
  • ช่วยแก้ปัญหาชั้นตาหลบในบางกรณี เหมาะกับผู้ที่มีหนังตาตกจากคิ้วตก ช่วยให้ชั้นตาดูชัดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องแก้ที่ชั้นตาโดยตรง

ดึงหน้าแบบปกติ กับ เอนโดไทน์ ต่างกันอย่างไร โดยหมอธนคม

ข้อดีของการดึงหน้า

การดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่สามารถจัดการความหย่อนคล้อยได้ถึงชั้นเนื้อเยื่อด้านลึก จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาชัดเจนและต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานกว่าวิธียกกระชับแบบไม่ผ่าตัด

  • ช่วยยกกระชับแก้ม กรอบหน้า และลำคอที่หย่อนคล้อย
  • สามารถเลือกทำเฉพาะส่วน หรือวางแผนดึงหน้าหลายส่วนพร้อมกันได้
  • ลดร่องลึก ลดริ้วรอย ร่องตื้นขึ้น
  • ช่วยให้กรอบหน้าดูชัด และใบหน้าโดยรวมดูสมดุลขึ้น
  • เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก ซึ่งการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดอาจได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร
  • ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานหลายปี ขึ้นอยู่กับเทคนิค อายุ คุณภาพผิว และการดูแลของแต่ละคน

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการดึงหน้า

แม้การดึงหน้าจะช่วยแก้ความหย่อนคล้อยได้ในระดับลึก แต่ยังเป็นการผ่าตัด จึงมีความเสี่ยงที่ควรทราบก่อนตัดสินใจ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดหลังผ่าตัดกึงหน้ายกกระชับ ได้แก่

ที่พบบ่อย มักหายเองตามเวลา

  • บวมและช้ำบริเวณใบหน้าและคอ — ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์
  • ชาผิวชั่วคราว โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์แรก
  • รู้สึกตึงบริเวณแผลในช่วง 1–3 เดือน
  • รอยแผลที่ค่อยๆ จางลงใน 6–12 เดือน ซ่อนในแนวผม

ที่ต้องแจ้งแพทย์ทันที

  • เลือดออกหรือก้อนเลือดใต้ผิวหนัง (Hematoma)
  • สัญญาณติดเชื้อ — บวมแดง มีไข้ หนองจากแผล
  • เนื้อเยื่อเปลี่ยนสีหรือแผลหายช้าผิดปกติ (พบบ่อยกว่าในคนที่สูบบุหรี่)
  • ใบหน้าอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง

Deep Plane Facelift มีความเสี่ยงต่อเส้นประสาทสูงกว่าเล็กน้อยเนื่องจากต้องผ่าตัดลึกกว่า การเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง ช่วยลดความเสี่ยงได้

ขั้นตอนศัลยกรรมดึงหน้า

การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เป็นการศัลยกรรมเพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าและเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย โดยแพทย์จะวางแผนตามโครงสร้างใบหน้า ตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ และเทคนิคที่เหมาะกับแต่ละคน ซึ่งขั้นตอนการดึงหน้าโดยทั่วไปมีดังนี้

  • ประเมินใบหน้าและวางแผนศัลยกรรมดึงหน้า
    ศัลยแพทย์จะตรวจระดับความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอ พร้อมกำหนดตำแหน่งแผล แนวการยกกระชับ และชั้นเนื้อเยื่อที่ต้องปรับ เพื่อให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล
  • ให้ยาระงับความรู้สึกก่อนผ่าตัดดึงหน้า
    การดึงหน้าหลายกรณีทำภายใต้การดมยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์จะดูแลสัญญาณชีพตลอดการผ่าตัด ส่วนวิธีระงับความรู้สึกจะพิจารณาตามขอบเขตและเทคนิคที่ใช้
  • เปิดแผลและยกกระชับชั้น SMAS หรือ Deep Plane
    แพทย์จะเปิดแผลบริเวณที่สามารถซ่อนได้ เช่น แนวไรผมหรือรอบใบหู จากนั้นจึงยกและจัดชั้นเนื้อเยื่อ เช่น ชั้น SMAS ตามเทคนิคที่วางแผนไว้ พร้อมตัดผิวหนังส่วนเกินหรือจัดไขมันในบางตำแหน่งเมื่อจำเป็น
  • เย็บปิดแผลและเริ่มพักฟื้นหลังดึงหน้า
    เมื่อยกกระชับและจัดเนื้อเยื่อเรียบร้อย แพทย์จะเย็บปิดแผลอย่างละเอียด บางกรณีอาจใส่ท่อระบายเพื่อลดการคั่งของเลือดหรือของเหลว หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงพักฟื้นและติดตามแผลตามนัด
  • พักฟื้นในโรงพยาบาล นอนพักฟื้น 1-2 คืน ทีมพยาบาลเฝ้าสังเกตอาการและแผล
  • ติดตามผลหลังผ่าตัด ตัดไหมประมาณวันที่ 7-10 หลังผ่าตัด นัดตรวจต่อเนื่องตามตาราง

รายละเอียดขั้นตอนการดึงหน้าอาจแตกต่างกันตามเทคนิคการผ่าตัดและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล*

รีวิวดึงหน้า

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์ก่อนหลัง ศัลยกรรมดึงหน้า ส่วนกลาง ส่วนล่าง ดึงคอ ดึงหางตา
รีวิว ดึงหน้าส่วนกลาง ส่วนล่าง ร่วมกับตัดถุงใต้ตา
รีวิวดึงหน้า ดึงหน้าส่วนกลาง ส่วนล่าง ดึงคอ ดึงหางตา
รีวิวดึงหน้า ผลลัพธ์หลังศัลยกรรมดึงหน้า
รีวิวดึงหน้า ก่อนหลังดึงหน้า
รีวิวดึงหน้า ผลลัพธ์ดึงหน้า

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

แชร์ประสบการณ์หลังดึงหน้า 3 เดือน

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดดึงหน้า

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้การผ่าตัดดึงหน้าเป็นไปตามแผนและลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น ควรเริ่มเตรียมตัวตามช่วงเวลาดังนี้

2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด

  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หยุดวิตามินหรืออาหารเสริมที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดตามคำแนะนำของแพทย์ หากใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ห้ามหยุดยาเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนทุกครั้ง
  • ตรวจสอบยาที่รับประทานเป็นประจำ และแจ้งโรคประจำตัวทั้งหมดให้ทีมแพทย์ทราบ หากมีภาวะสุขภาพที่ยังควบคุมไม่ได้ ควรประเมินความพร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด ไม่ควรตัดสินใจหยุดหรือปรับยาเอง

1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด

  • งด Retinol, กรดผลไม้ และสมุนไพรที่มีผลต่อเลือด
  • ดูแลผิวให้ชุ่มชื้นสม่ำเสมอ

1 วันก่อนผ่าตัด

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • เตรียมบัตรประชาชนหรือ Passport
  • จัดเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่าย เช่น เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อกระดุมหน้า
  • ควรนัดญาติหรือผู้ดูแลมารับกลับหลังผ่าตัด เพราะไม่ควรขับรถเองหลังผ่าตัดแบบดมยาสลบ

ก่อนผ่าตัดประมาณ 6–8 ชั่วโมง

  • งดอาหารและเครื่องดื่มตามคำสั่งของวิสัญญีแพทย์หรือโรงพยาบาล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการสำลักระหว่างการดมยาสลบ ระยะเวลาที่แน่นอนอาจแตกต่างกันตามชนิดของอาหาร น้ำ และแผนการผ่าตัด

วันผ่าตัด

  • งดแต่งหน้า งดใส่คอนแทคเลนส์ และถอดเครื่องประดับทุกชิ้นออกก่อนเข้าห้องผ่าตัด
  • ยาประจำตัวที่ต้องรับประทานตอนเช้า ควรรับประทานเฉพาะยาที่แพทย์หรือวิสัญญีแพทย์อนุญาตเท่านั้น

หลังผ่าตัดวันแรก

  • ผู้ป่วยจะได้รับการเฝ้าสังเกตอาการในห้องพักฟื้นตามความเหมาะสม ก่อนแพทย์พิจารณาให้กลับบ้านหรือพักค้างโรงพยาบาล
  • ควรมีผู้ดูแลพากลับ ไม่ควรขับรถเองอย่างน้อยในช่วงแรกหลังการผ่าตัด

รายละเอียดการเตรียมตัวอาจแตกต่างกันตามโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และแผนการดมยาสลบของแต่ละบุคคล ควรยึดคำแนะนำจากแพทย์และวิสัญญีแพทย์เป็นหลัก

การดูแลหลังผ่าตัดดึงหน้า

1–2 วันแรกหลังผ่าตัด

  • ประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อลดอาการบวม
  • นอนยกศีรษะสูง และหลีกเลี่ยงการก้มหน้า นอนคว่ำ หรือกดทับบริเวณแผล
  • ใส่ผ้ารัดหน้าตลอด 24 ชั่วโมง
  • หากมีอาการปวด สามารถรับประทานยาแก้ปวดหรือยาที่แพทย์สั่งได้ตามกำหนด

ช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด

  • ดูแลแผลให้สะอาดและแห้ง ไม่จับ แกะ หรือถูแผลโดยตรง
  • หากแพทย์อนุญาตให้ทำความสะอาดแผล ควรใช้น้ำเกลือและอุปกรณ์สะอาดตามคำแนะนำ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้ากระแทกหรือเกิดแรงดึงบริเวณแผล

ประมาณ 1–2 สัปดาห์

  • งดออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก และกิจกรรมที่เพิ่มความดันหรือทำให้เลือดสูบฉีดมากเกินไป
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจรบกวนการสมานแผล
  • ควรรับประทานอาหารครบหมู่และหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้หรืออาหารที่แพทย์แนะนำให้งดเป็นกรณีเฉพาะ

หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ขึ้นไป

  • อาการบวมและช้ำมักเริ่มลดลง แต่ยังควรหลีกเลี่ยงการนวด ดึง หรือกดใบหน้าแรงๆ จนกว่าแพทย์จะอนุญาต
  • ตรวจตามนัดเพื่อประเมินแผล ความสมมาตร และการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ

ระยะพักฟื้นและข้อจำกัดหลังผ่าตัดอาจแตกต่างกันตามเทคนิคดึงหน้าและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ปวดรุนแรง เลือดออกไม่หยุด แผลแดงร้อน มีหนอง ไข้สูง หรือใบหน้าอ่อนแรงผิดปกติ ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือพบแพทย์ทันที

ทีมแพทย์-โรงพยาบาลเอเซีย

ดึงหน้าผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

เทคนิค ผลลัพธ์โดยประมาณ
ดึงหน้าเฉพาะจุด Mini Facelift 3-5 ปี
SMAS Facelift 5-8 ปี
ดึงหน้าชั้นลึก Deep Plane Facelift 7-10 ปี
Full Face Lift (ทั้งหน้า) 8-12 ปี

ปัจจัยที่มีผลต่อความทนของผลลัพธ์:

  • กันแดด SPF 50+ ทุกวัน
  • น้ำหนักตัวคงที่ ไม่ขึ้นลงมาก
  • ไม่สูบบุหรี่
  • ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ

ศัลยกรรมดึงหน้าไม่ได้หยุดกระบวนการชรา แต่จะทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยในระยะยาว เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ทำ

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ดึงหน้าที่ไหนดี เลือกโรงพยาบาลต้องดูอะไรบ้าง

การเลือกโรงพยาบาลดึงหน้าไม่ควรพิจารณาแค่ราคา หรือดูจากรีวิวก่อน-หลังเพียงอย่างเดียว เพราะ Facelift เป็นการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อหลายชั้น เส้นประสาท และอาจต้องดมยาสลบ จึงควรดูทั้งคุณสมบัติของแพทย์ ระบบห้องผ่าตัด และมาตรฐานการดูแลก่อน-หลังผ่าตัด

  • ตรวจสอบคุณสมบัติของศัลยแพทย์
    ควรตรวจสอบว่าแพทย์มีวุฒิบัตรและประสบการณ์ด้านศัลยกรรมตกแต่ง รวมถึงมีประสบการณ์ในการผ่าตัดดึงหน้าและการจัดการชั้นเนื้อเยื่อ เช่น SMAS หรือ Deep Plane ตามเทคนิคที่วางแผนไว้
  • เลือกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต
    ควรเป็นโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง มีระบบรองรับการผ่าตัดใหญ่ และสามารถดูแลผู้ป่วยได้ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนถึงช่วงพักฟื้น
  • มีวิสัญญีแพทย์ดูแลระหว่างผ่าตัด
    หากต้องดมยาสลบ ควรมีวิสัญญีแพทย์เป็นผู้ประเมินและดูแลสัญญาณชีพตลอดการผ่าตัด รวมถึงมีระบบดูแลในห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด
  • มีการตรวจประเมินก่อนผ่าตัด (Pre-op Assessment)
    ก่อนดึงหน้าควรมีการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และประเมินความเสี่ยงจากโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่ เพื่อวางแผนการผ่าตัดและการดมยาสลบให้เหมาะกับแต่ละคน
  • ตรวจสอบมาตรฐานห้องผ่าตัด
    ห้องผ่าตัดควรมีระบบควบคุมความสะอาด เครื่องมือติดตามสัญญาณชีพ และอุปกรณ์สำหรับดูแลผู้ป่วยกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อน ไม่ควรพิจารณาเฉพาะความสวยงามของสถานที่
  • มีแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน (Emergency Protocol)
    โรงพยาบาลควรมีบุคลากร อุปกรณ์ และแนวทางรับมือภาวะฉุกเฉิน เช่น เลือดออกมากผิดปกติ ปัญหาจากการดมยาสลบ หรือภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
  • มีระบบติดตามผลหลังดึงหน้า
    การดูแลไม่ได้จบในวันผ่าตัด ควรมีนัดตรวจแผล ตัดไหม ประเมินอาการบวม ชา หรือความผิดปกติ และมีช่องทางติดต่อโรงพยาบาลเมื่อเกิดอาการที่น่ากังวล
  • ดูรีวิวระยะยาว ไม่ดูเฉพาะหลังทำทันที
    รีวิวที่มีประโยชน์ควรแสดงผลหลังผ่านช่วงบวม เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือมากกว่านั้น เพราะช่วยให้เห็นเรื่องแนวแผล ความสมมาตร และการเข้าที่ของใบหน้าได้ชัดกว่ารีวิวหลังผ่าตัดใหม่ๆ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเลือกโรงพยาบาลดึงหน้าจากราคาเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบแพทย์ มาตรฐานสถานพยาบาล ระบบดมยาสลบ การประเมินก่อนผ่าตัด และการดูแลหลังผ่าตัดให้ครบก่อนตัดสินใจ

โรงพยาบาลมาตรฐาน-JCI

ดึงหน้า ราคาเท่าไหร่?

โปรแกรมดึงหน้า

ราคาเริ่มต้น

เหมาะกับ

ดึงหน้า (Face lift) 79,000 บาท ใบหน้าหย่อนคล้อย ผิวชั้นตื้น ชั้นลึก แพทย์ประเมินการรักษาตามปัญหาจริง
ดึงหน้าส่วนกลาง 79,000 บาท ใบหน้าส่วนกลาง แก้มหย่อนคล้อย
ดึงหน้าส่วนล่าง

79,000 บาท

ใบหน้าส่วนล่างหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด
ดึงร่องแก้ม 79,000 บาท มีปัญหาร่องแก้มลึก แผลเล็ก พักฟื้นไว
ดึงร่องน้ำหมาก 79,000 บาท ร่องน้ำหมากลึก หน้าดูโทรม เทคนิคแผลเล็ก
ดึงขมับ (ดึงหางคิ้วหางตา) 55,000 บาท ซ่อนแผลไรผม
ดึงคอ 120,000 – 150,000 บาท ยกกระชับคอ แนวกราม กรอบหน้าชัดขึ้น

ที่โรงพยาบาลเอเซีย โปรแกรมศัลยกรรม ดึงหน้า ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท ราคาขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ โดยรายละเอียดราคามีดังนี้

  • ดึงหน้า ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท
  • ดึงร่องน้ำหมาก ราคา 79,000 บาท
  • ดึงร่องแก้ม ราคา 79,000 บาท
  • ยกคิ้ว ราคา 79,000 บาท
  • ดึงคอ Neck Lift ราคา 79,000 บาท
  • ดึงหน้าผาก ราคา 120,000 – 180,000 บาท (Endotine)
  • ดึงขมับ (ดึงหางตา/ยกคิ้ว) ราคา 55,000 บาท
  • ดึงหน้าเฉพาะจุด Mini Facelift ราคา 59,000 บาท

สอบถามโปรโมชั่นรายการของแถม ที่จะได้รับในโปรแกรมดึงหน้า ได้ที่ Line Official @asiacosmetic หรือ คลิกที่นี่เพื่อปรึกษาคุณหมอของเรา

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

FAQ คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรมดึงหน้า ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท (ครอบคลุมทั้งใบหน้า) ราคาจริงขึ้นกับการประเมินของแพทย์และบริเวณที่ทำ เช่น ดึงหน้าส่วนกลาง ราคา 79,000 บาท,ดึงหน้าส่วนล่าง ราคา 79,000 บาท, ดึงร่องน้ำหมาก ราคา 79,000 บาท, ดึงร่องแก้ม ราคา 79,000 บาท

ดึงหน้า คือการผ่าตัดยกกระชับหน้า+เนื้อเยื่อชั้นลึก ครอบคลุมทั้งใบหน้า เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอยลึก คืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า ราคาเริ่มต้น 79,000บาท
Mini Facelift ประมาณ 1.5–2.5 ชั่วโมง, SMAS 3–4 ชั่วโมง, Deep Plane 4–5 ชั่วโมง ทุกเคสมีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอด
ที่พบบ่อยคือบวมช้ำชั่วคราวและชาผิว ที่ต้องแจ้งแพทย์ทันทีคือเลือดออกผิดปกติ (Hematoma) การติดเชื้อ และแผลหายช้า ความเสี่ยงลดลงได้มากเมื่อผ่านการประเมินก่อนผ่าตัดครบถ้วน
Mini Facelift แก้ไขชั้นตื้น เหมาะกับหย่อนน้อย พักฟื้นเร็ว ผลลัพธ์ 3–5 ปี Deep Plane ลงลึกถึงชั้นใต้ SMAS ยกพร้อมกันทั้งชั้น ผลเป็นธรรมชาติมากกว่า อยู่ได้ 7–10 ปี แต่ใช้เวลาและพักฟื้นนานกว่า

HIFU กระตุ้นคอลลาเจนชั้นลึกด้วยคลื่นเสียง ไม่ผ่าตัด ผลลัพธ์ค่อยๆ เห็น เหมาะกับหย่อนเล็กน้อย และต้องทำซ้ำ ศัลยกรรมดึงหน้าแก้ไขได้ถึงชั้น SMAS ผลชัดกว่าและอยู่ทนกว่ามาก เหมาะกับหย่อนปานกลางถึงมาก

ระหว่างผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับยาระงับความรู้สึกหรือดมยาสลบตามแผนของแพทย์ จึงไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด หลังยาหมดฤทธิ์อาจมีอาการตึง ปวด บวม หรือชาบริเวณใบหน้าได้ในช่วงแรก ซึ่งมักควบคุมอาการได้ด้วยยาที่แพทย์สั่งและจะค่อยๆ ดีขึ้นตามระยะพักฟื้น

ขึ้นอยู่กับเทคนิค Mini Facelift ประมาณ 3–5 ปี, SMAS ประมาณ 5–8 ปี, Deep Plane ประมาณ 7–10 ปี, Full Face Lift ประมาณ 8–12 ปี *ผลลัพธ์ขึ้นกับการดูแลและปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย

วันขึ้นกับเทคนิค กลับทำงานได้ประมาณวันที่ 14 ออกกำลังกายหนักได้หลังสัปดาห์ที่ 4 เห็นผลลัพธ์ชัดภายใน 3–6 เดือน

สามารถทำได้ในบางราย หากใบหน้ากลับมาหย่อนคล้อยตามวัย แต่ไม่จำเป็นต้องรอระยะเวลาเท่ากันทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากสภาพผิว พังผืด แนวแผลเดิม เทคนิคที่เคยทำ และสุขภาพโดยรวมก่อนวางแผนผ่าตัดซ้ำ
เหมาะกับผู้ที่มีแก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด ร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากลึก คิ้วตก หางตาตก หรือผิวหน้าและลำคอเริ่มหย่อนคล้อย โดยเฉพาะในรายที่การยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดอาจให้ผลไม่เพียงพอ ทั้งนี้ควรประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
ระยะเวลารัดหน้าขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัดและคำแนะนำของแพทย์ บางรายอาจต้องใส่ผ้ารัดหน้าอย่างต่อเนื่องในช่วงแรก แล้วค่อยลดจำนวนชั่วโมงลงเมื่ออาการบวมดีขึ้น ไม่ควรกำหนดระยะเวลาเอง เพราะการรัดแน่นหรือรัดนานเกินไปอาจไม่เหมาะกับทุกคน

โดยทั่วไป อายุ 35 ปีขึ้นไป

แต่สิ่งสำคัญกว่าคือระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และสุขภาพโดยรวม บางคนอาจเริ่มมีปัญหาชัดในช่วงอายุ 40 ปี ขณะที่บางคนอาจเหมาะกับการผ่าตัดเมื่ออายุมากกว่านั้น จึงควรให้ศัลยแพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ

ทำได้ครับ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนวัย 30 จะเหมาะกับการผ่าตัดดึงหน้า หากมีความหย่อนคล้อยของใบหน้าชัดจากพันธุกรรม น้ำหนักลดมาก หรือโครงสร้างเนื้อเยื่อเคลื่อนต่ำ แพทย์อาจพิจารณาการดึงหน้าเฉพาะส่วนหรือเทคนิคที่เหมาะสม แต่หากปัญหายังไม่มาก อาจมีทางเลือกอื่นที่ไม่ต้องผ่าตัดก่อน

สรุป

  • ศัลยกรรมดึงหน้ามี 3 เทคนิคหลัก เลือกตามระดับปัญหาและเป้าหมาย
  • Deep Plane ให้ผลธรรมชาติและทนที่สุด แต่ซับซ้อนกว่า
  • ทุกเคสต้องผ่านการประเมินอายุรแพทย์หัวใจและวิสัญญีแพทย์ก่อนผ่าตัดเสมอ
  • หยุดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • หลังทำเห็นผลชัดภายใน 3-6 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 5-12 ปีขึ้นกับเทคนิคและการดูแลตัวเอง

หากกำลังพิจารณาอยู่ ขั้นตอนแรกที่ดีที่สุดคือปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางโดยตรง เพื่อดูว่าเทคนิคไหนเหมาะกับสภาพใบหน้าและความต้องการของคุณจริงๆ ปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลเอเซีย โทร 02-199-9999 หรือ LINE: @asiacosmetic

ทีมศัลยแพทย์ตกแต่ง

ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลเอเซีย

ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง
วิสัญญีแพทย์ ดูแล 1:1
อายุรแพทย์หัวใจ-ประเมินก่อนการผ่าตัดทุกเคส
อายุรแพทย์หัวใจ-ประเมินก่อนการผ่าตัดทุกเคส

โรงพยาบาลเอเซียเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมและความงามที่ดูแลผู้รับบริการด้วยมาตรฐานการแพทย์ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการติดตามผลหลังการรักษา

มาตรฐานของโรงพยาบาลเอเซีย

  • โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI ในปี 2568 และมีบริการศัลยกรรมดึงหน้าหลายระดับ ตั้งแต่ Mini Facelift, Full Facelift, การยกชั้น SMAS ไปจนถึงการดึงคอ โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างและความหย่อนคล้อยก่อนเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน
  • การผ่าตัดดึงหน้าที่ต้องดมยาสลบ มีวิสัญญีแพทย์ดูแลระหว่างการผ่าตัด พร้อมการประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนเข้ารับการรักษา และมีการติดตามผลหลังผ่าตัดตามแผนการรักษา
  • ด้านเทคนิค โรงพยาบาลเอเซียมีการวางแผนผ่าตัดหลายรูปแบบตามปัญหาของแต่ละบุคคล เช่น Full Facelift, Mini/Mid Facelift, Neck Lift, Forehead Lift และการใช้ Endotine ในบางกรณี จึงควรให้ศัลยแพทย์เป็นผู้ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้เทคนิคใด หรือควรทำหลายบริเวณร่วมกันหรือไม่
  • อายุรแพทย์หัวใจประเมินทุกเคสก่อนผ่าตัด เพื่อความพร้อมทางหัวใจและหลอดเลือดก่อนรับยาสลบ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
  • ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง มีวุฒิบัตรและประสบการณ์ด้านศัลยกรรมดึงหน้า
  • ทีมดูแลหลังผ่าตัด ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

อ้างอิง

  • ISAPS Global Statistics 2023
  • Abraham MT et al. (2025). Deep Plane Facelift “Bucket Handle” Technique. ASJOF. DOI:10.1093/asjof/ojaf079
  • SMAS vs Deep Plane Systematic Review 2024 — PubMed (via orangecountyplasticsurgery.com)
  • Kaya KS, Cakmak O. (2022). Facelift techniques: an overview. Facial Plast Surg. 38:540–545
  • Raggio BS, Patel BC. (2024). Deep Plane Facelift. StatPearls
  • ASPS Facelift Procedure https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/facelift

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผลลัพธ์จากการทำหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดหรือหัตถการใดๆ

ศัลยกรรมดึงหน้า

ช่องทางติดต่อสอบถาม

  • โรงพยาบาลเอเซีย Asia Cosmetic Hospital

5 ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

พูดคุยกับเรา

ปรึกษาและสอบถามโปรโมชั่นประจำเดือนนี้