โปรแกรม ดึงหน้า SMAS Facelift ดึงหน้าชั้นลึก แก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย

Key Takeaways:
- ดึงหน้าชั้นลึก SMAS แก้ที่รากต้นเหตุของความหย่อนคล้อย ไม่ใช่แค่ผิวหนังชั้นบน
- เหมาะสำหรับอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดึงตึงเกิน เนื่องจากแก้ที่โครงสร้างใบหน้า
- โรงพยาบาลเอเซียผ่านมาตรฐาน JCI (ปี 2025) มีวิสัญญีแพทย์และอายุรแพทย์หัวใจประเมินทุกเคส
ดึงหน้า SMAS คืออะไร?
การ ดึงหน้าชั้น SMAS หรือ SMAS Facelift คือการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าที่เข้าถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่เรียกว่า SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิวหนังโดยตรง ความแตกต่างสำคัญของเทคนิคนี้คือ แพทย์จะไม่ได้ดึงเพียงแค่ผิวหนัง แต่จะยก โครงสร้างทั้งชั้น SMAS ขึ้นพร้อมกัน ทำให้ใบหน้ากลับสู่ตำแหน่งที่เหมาะสมตามกายวิภาค ผลลัพธ์จึงดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดึงตึงเกิน และคงทนกว่าการดึงหน้าแบบดั้งเดิมที่ดึงเฉพาะผิวหนัง
ชั้น SMAS เริ่มหย่อนคล้อยตามอายุ ไขมันในหน้าเริ่มเคลื่อนต่ำลง กล้ามเนื้อและพังผืดสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้เกิดร่องแก้มลึกขึ้น แก้มล้วงลง และขากรรไกรไม่คมชัด การแก้ที่ชั้น SMAS โดยตรงจึงตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ได้ตรงกว่า
ศัลยกรรมนี้จัดอยู่ในกลุ่ม Facelift Surgery (ดึงหน้า) ซึ่งมีหลายระดับความลึก ดังนี้
- Traditional Facelift — ดึงเฉพาะผิวหนัง (skin only)
- SMAS Facelift — ดึงถึงชั้น SMAS
- Deep Plane SMAS Facelift — เข้าถึงชั้นลึกกว่า SMAS ยกโครงสร้างทั้งก้อน
- Composite Facelift — ยกทั้ง SMAS และไขมันบริเวณใต้ตา
สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้า ทุกรูปแบบได้ที่หน้าหลัก

ดึงหน้า SMAS แก้ปัญหาใด เหมาะกับใคร?
ปัญหาที่ดึงหน้าชั้นลึก SMAS แก้ได้
ดึงหน้าชั้นลึก SMAS ตอบโจทย์ปัญหาความหย่อนคล้อยหลากหลายรูปแบบ ได้แก่:
- ร่องแก้มลึก (Nasolabial Fold) — ร่องที่วิ่งจากจมูกถึงมุมปาก เกิดจากไขมันแก้มเคลื่อนต่ำลง
- แก้มหย่อนคล้อย (Jowling) — เนื้อที่ยื่นออกมาบริเวณขากรรไกรล่าง ทำให้ขาดความคมชัด
- ขากรรไกรไม่ชัด — เส้น Jawline ไม่คมเนื่องจากเนื้อเยื่อหย่อนลง
- คอเริ่มหย่อน — เนื้อเยื่อใต้คางยาน ขาดความกระชับ
- ร่องใต้ตาลึก (Tear Trough) — เกิดจากไขมันบริเวณกลางใบหน้าเคลื่อนต่ำ
- ใบหน้าโดยรวมหย่อนคล้อย — สูญเสียรูปทรงรวมของใบหน้า
ใครเหมาะกับการทำดึงหน้าชั้นลึก SMAS?
ผู้ที่เหมาะสม:
- อายุ 40–70 ปี ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก
- มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการผ่าตัด
- ผู้ที่ทำ Non-surgical treatment แล้ว (เช่น HIFU, Ultherapy) แต่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคงทนกว่า
ข้อห้าม (Contraindication) ที่ควรปรึกษาแพทย์:
- โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
- ความดันโลหิตสูงที่ยังไม่ได้รับการรักษา
- โรคหัวใจที่มีความเสี่ยงสูง
- ผู้ที่สูบบุหรี่จัด (เพิ่มความเสี่ยงการหายของแผล)
- ผู้มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่กำลังรับประทานยาละลายลิ่มเลือด (ต้องหยุดตามที่แพทย์กำหนด)
ทีมแพทย์จะประเมินความเหมาะสมของแต่ละบุคคลก่อนเสมอ ปัจจัยต่าง ๆ อาจแตกต่างกันในแต่ละราย กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์โดยตรง
ดึงหน้า SMAS ต่างจากการดึงหน้าทั่วไปอย่างไร?
คำถามที่พบบ่อยคือ ดึงหน้าชั้นลึก SMAS แตกต่างจากดึงหน้าส่วนกลางหรือดึงหน้าส่วนล่างอย่างไร ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างที่สำคัญ:
เปรียบเทียบ: ดึงหน้าชั้นลึก SMAS vs การดึงหน้า Deep plane
| หัวข้อ | SMAS Facelift | Deep Plane (ชั้นลึก) |
|---|---|---|
| ชั้นที่เข้าถึง | ชั้น SMAS | ใต้ SMAS (ชั้นลึก) |
| ผลลัพธ์ | เป็นธรรมชาติปานกลาง | เป็นธรรมชาติมาก ดูไม่ผ่าตัด |
| ความคงทน | 5–7 ปี | 7–10 ปี |
| ระยะเวลาผ่าตัด | 2–3 ชั่วโมง | 3–5 ชั่วโมง |
| ระยะพักฟื้น | 10–14 วัน | 10–14 วัน |
| เหมาะกับ | หย่อนคล้อยปานกลาง | หย่อนคล้อยมาก/ต้องการผลถาวร |
| ความซับซ้อน | ปานกลาง | สูง — ต้องการศัลยแพทย์เฉพาะทาง |
จะเห็นว่าดึงหน้าชั้นลึก SMAS เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงทนและเป็นธรรมชาติที่สุด แม้จะใช้ระยะเวลาผ่าตัดและพักฟื้นนานกว่า แต่ความคงทนของผลลัพธ์ชดเชยได้อย่างมาก
จุดเด่นของการดึงหน้าเทคนิค SMAS Facelift

| Column 1 | Column 2 |
|---|---|
| Column 1 Value | Column 2 Value |
การผ่าตัดดึงหน้าเทคนิค **SMAS Facelift** เป็นวิธีการยกกระชับใบหน้าที่เน้นแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยจากโครงสร้างผิวชั้นลึก โดยเฉพาะชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อสำคัญที่มีผลต่อความกระชับของใบหน้า การรักษาด้วยเทคนิคนี้จึงช่วยปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้นานกว่าการยกกระชับเฉพาะผิวชั้นนอก
ขั้นตอนการทำดึงหน้า SMAS
การผ่าตัดดึงหน้าชั้นลึก SMAS ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลัก:
- ปรึกษาแพทย์และวางแผนเฉพาะบุคคล แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย ผิวหนัง และตำแหน่งไขมัน วางแผนการผ่าตัดร่วมกับผู้ป่วย พร้อมประเมินสุขภาพโดยรวม
- ประเมินก่อนผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลเอเซีย ทุกเคสจะได้รับการประเมินจาก วิสัญญีแพทย์ และ อายุรแพทย์หัวใจ เพื่อวางแผนยาสลบและตรวจสอบความพร้อมของหัวใจก่อนผ่าตัดทุกครั้ง
- การวางยาสลบ ใช้ ยาสลบทั่วไป (General Anesthesia) โดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลตลอดการผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยและการพักฟื้นที่ราบรื่น
- ลงมีดและเข้าถึงชั้น SMAS แพทย์จะทำแผลขนาดเล็กตามแนวเส้นผม บริเวณหน้าใบหู และใต้คาง จากนั้นผ่าตัดลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งอยู่ใต้ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อปลดการยึดเกาะของเนื้อเยื่อที่ชั้นลึก
- ยกโครงสร้าง SMAS และจัดตำแหน่ง ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการยกชั้น SMAS พร้อมโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกลับขึ้นสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม ทิศทางการยกจะออกแบบเฉพาะตามกายวิภาคของแต่ละบุคคล ไม่ใช่การดึงตามแนวเดียวกันทั้งหมด
- ตัดผิวส่วนเกินและเย็บปิดแผล เมื่อโครงสร้างอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว แพทย์จะตัดผิวหนังส่วนเกินออก จากนั้นเย็บปิดแผลอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้แผลอยู่ตามแนวธรรมชาติ ซ่อนรอยแผลไว้ในแนวผมและรอบใบหู
ระยะเวลาทั้งสิ้น: ประมาณ 3–5 ชั่วโมง ขึ้นกับขอบเขตและความซับซ้อนของการผ่าตัด
ผลข้างเคียงที่ต้องรู้
เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกประเภท การดึงหน้าชั้นลึก SMAS มีความเสี่ยงที่ผู้สนใจควรรับทราบอย่างครบถ้วน
ผลข้างเคียงทั่วไป (พบได้บ่อย มักหายเองได้)
- บวมและช้ำ — พบได้ทุกราย มักลดลงใน 2–4 สัปดาห์
- ชาบริเวณผิวหนัง — เป็นผลจากการยกเส้นประสาทรับความรู้สึก มักฟื้นตัวภายใน 3–6 เดือน
- รู้สึกตึงบริเวณผิวหน้า — อาการปกติระหว่างพักฟื้น
- แผลอักเสบเล็กน้อย — ดูแลด้วยการทำความสะอาดแผลตามที่แพทย์กำหนด
ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม (ต้องแจ้งแพทย์ทันที)
- เลือดออกใต้ผิวหนัง (Hematoma) — พบได้ประมาณ 1–2% ต้องได้รับการรักษา
- การติดเชื้อ — พบได้น้อย ป้องกันด้วยการดูแลแผลอย่างถูกต้อง
- แผลเป็นที่ผิดปกติ — ขึ้นกับลักษณะผิวและการดูแลหลังผ่าตัด
ความเสี่ยงร้ายแรง (พบน้อย แต่ต้องรับทราบ)
- การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทใบหน้า (Facial Nerve Injury) — พบได้น้อยมากเมื่อทำโดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ อาจทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงชั่วคราวหรือถาวร
- ความไม่สมมาตรของใบหน้า — อาจพบได้หากกระบวนการหายของแผลไม่สม่ำเสมอ
- ผิวหนังเนื้อตาย (Skin Necrosis) — พบน้อยมาก มีความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้ที่สูบบุหรี่
สำคัญ: ทุกความเสี่ยงสามารถลดได้อย่างมากด้วยการเลือกโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน ศัลยแพทย์เฉพาะทาง และการดูแลหลังผ่าตัดที่ถูกต้อง
รีวิว ดึงหน้า SMAS

การเตรียมตัวก่อนดึงหน้า SMAS
ก่อนผ่าตัด 2–4 สัปดาห์
- หยุดสูบบุหรี่ — ลดความเสี่ยงการหายของแผลและการติดเชื้ออย่างมีนัยสำคัญ
- หยุดยาละลายลิ่มเลือด เช่น Aspirin, Ibuprofen, Warfarin ตามที่แพทย์กำหนด
- งดอาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามิน E, น้ำมันปลา, โสม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
ก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์
- เข้ารับการตรวจเลือด ตรวจหัวใจ และประเมินร่างกายโดยอายุรแพทย์หัวใจ
- หยุดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Retinol หรือ AHA/BHA บริเวณใบหน้า
- จัดเตรียมที่พักสำหรับช่วงพักฟื้น
วันผ่าตัด
- งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัด (ตามคำแนะนำของวิสัญญีแพทย์)
- ไม่แต่งหน้า ไม่ทาครีมหรือโลชั่นใบหน้า
- สวมเสื้อผ้าที่ถอดได้ง่าย ไม่ต้องสวมทางหัว
- จัดเตรียมผู้ดูแลสำหรับรับกลับบ้านหลังผ่าตัด
การดูแลหลังทำดึงหน้า SMAS
Timeline การพักฟื้น
- วันที่ 1–3: พักในโรงพยาบาล บวมและช้ำมากที่สุด อาจมีท่อระบายของเหลวเล็กน้อย แพทย์และพยาบาลดูแลใกล้ชิด ห้ามสัมผัสหรือนวดใบหน้า
- สัปดาห์ที่ 1–2: บวมเริ่มลดลง ถอดไหมหรือตรวจแผลตามนัด ยังมีรอยช้ำอยู่ ใช้ Cold compress ตามที่แพทย์แนะนำ งดออกกำลังกายหนัก หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
- สัปดาห์ที่ 2–4: กลับมาทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ บวมลดลงอย่างชัดเจน ยังต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
- เดือนที่ 1–3: รูปทรงใบหน้าเริ่มชัดเจน บวมเหลือน้อย กลับมาทำงานและใช้ชีวิตปกติได้
- เดือนที่ 3–6: เห็นผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงสมบูรณ์ เนื้อเยื่อนิ่มและเซ็ตตัวได้ที่
- เดือนที่ 6–12: เห็นผลลัพธ์เต็มที่ โครงสร้างใบหน้าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
ข้อปฏิบัติสำคัญหลังผ่าตัด
- นอนหนุนหัวสูง 45 องศา อย่างน้อย 2–3 สัปดาห์ เพื่อลดบวม
- ห้ามสัมผัส กด หรือนวดใบหน้าก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์
- ทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุกครั้งที่ออกแดด
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ระหว่างพักฟื้น
- มาตรวจตามนัดทุกครั้ง
ผลลัพธ์ที่คาดหวังและระยะเวลา
ผลลัพธ์จากดึงหน้าชั้นลึก SMAS มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากการดึงหน้าแบบอื่น ดังนี้:
- ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยจริง — โดยทั่วไปอาจดูอ่อนกว่าวัยจริง 7–10 ปี แตกต่างกันตามแต่ละบุคคล
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ — ไม่ดูดึงตึงเกิน เนื่องจากแก้ที่โครงสร้างชั้นลึก ไม่ใช่แค่ผิวหนัง
- ร่องแก้มและแก้มล้วงลดลงอย่างชัดเจน — เส้น Jawline คมชัดขึ้น
- ผลลัพธ์คงทน — โดยทั่วไปผลลัพธ์อยู่ได้ 7–10 ปี ขึ้นกับอายุ คุณภาพผิว พฤติกรรมการดูแลตัวเอง และกระบวนการชราภาพของแต่ละบุคคล
ปัจจัยที่มีผลต่อความคงทนของผลลัพธ์:
- การดูแลผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ (ครีมกันแดด, ความชุ่มชื้น)
- การงดบุหรี่
- น้ำหนักตัวที่คงที่
- พันธุกรรมและกระบวนการชราภาพส่วนบุคคล
หมายเหตุ: ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับปัจจัยหลายด้าน กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อรับการประเมินที่เหมาะสมกับคุณ
ดึงหน้าชั้น SMAS ราคาเท่าไหร่
ลูกค้าทุกท่านตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าจะดึงหน้าต้องที่ โรงพยาบาลเอเซีย ทำให้คืนความอ่อนเยาว์ ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง ดูสดใสขึ้นและมีความตึงกระชับ เหมือนได้ย้อนวัย การประเมินใบหน้า และให้คำปรึกษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ที่ โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมดึงหน้า ชั้น SMAS ราคา เริ่มต้นที่ 49,000 บาท
โปรแกรมดึงหน้า |
ราคา เริ่มต้น |
|---|---|
| ดึงคิ้ว-ดึงหางตา | 55,000 บาท |
| ดึงหน้าส่วนกลาง | 79,000 บาท |
| ดึงหน้าส่วนล่าง | 79,000 บาท |
| ดึงหน้าเฉพาะจุด Mini Facelift | 49,000 บาท |
FAQ คำถามที่พบบ่อย
เรารวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้า พร้อมคำตอบแบบละเอียดเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น สามารถปรึกษาส่วนตัวได้กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทาง Line Official ID : @asiacosmetic
สรุป
- ดึงหน้าชั้นลึก SMAS คือการผ่าตัดยกกระชับที่เข้าถึงชั้น SMAS เพื่อแก้ต้นเหตุของความหย่อนคล้อย
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าหย่อนคล้อยชัดเจน อายุ 40 ปีขึ้นไป และต้องการผลลัพธ์ที่คงทน
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ไม่ดึงตึงเกิน เนื่องจากแก้ที่โครงสร้างชั้นลึก
- ความปลอดภัยสูงสุดมาจากทีมแพทย์เฉพาะทาง วิสัญญีแพทย์ และการประเมินก่อนผ่าตัดที่รอบคอบ
- โรงพยาบาลเอเซียพร้อมให้คำปรึกษาโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรับการประเมินที่ตรงกับโครงสร้างใบหน้าของคุณ นัดหมายแพทย์ โทร. 02-199-9999

ช่องทางติดต่อสอบถาม
เลขที่ 1 ซ.รัตนาธิเบศร์ 30 บางกระสอ เมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000







