โปรแกรม เสริมสะโพก เสริมก้น (buttock augmentation) รีวิว/ราคา

Key Takeaways:
- เสริมสะโพก คือ การผ่าตัดตกแต่งเพื่อเพิ่มปริมาตรและปรับรูปทรงบริเวณสะโพกและก้นให้โค้งมนเป็นธรรมชาติ
- เทคนิคซิลิโคน (Implant) เหมาะกับผู้ที่มีไขมันน้อย ต้องการปริมาตรชัดเจนและผลลัพธ์คงทนระยะยาว
- เทคนิค Fat Transfer BBL (ไขมันตัวเอง) ดูดไขมันจากจุดอื่นแล้วฉีดเสริม เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลธรรมชาติและมีไขมันสะสมเพียงพอ
- เหมาะกับ ผู้ที่สุขภาพแข็งแรง น้ำหนักตัวใกล้เคียงเป้าหมายและคาดว่าจะคงที่ มีความคาดหวังที่สมจริง
- ก่อนผ่าตัด งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ และแจ้งแพทย์เรื่องยาทุกชนิดที่รับประทานอยู่
- หลังผ่าตัด ห้ามนั่งทับบริเวณก้นโดยตรงอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ และสวมกางเกงรัดรูปตามแพทย์แนะนำ
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ บวม ช้ำ และปวดใน 1–2 สัปดาห์แรก ซึ่งมักดีขึ้นเองตามลำดับ
- เห็นผลลัพธ์เต็มที่ ภายใน 3–6 เดือน หลังอาการบวมลดลงสมบูรณ์
- ดูแลโดย ศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง นพ.ทนงศักดิ์ ปัญญาวิรุฬห์โรจน์ (ว.22884)
เสริมสะโพก คืออะไร?
เสริมสะโพก (Hip Augmentation) คือหัตถการศัลยกรรมตกแต่งที่ต้องการเพิ่มมิติ เพิ่มความโค้งมน และปรับรูปทรงบริเวณสะโพกและก้นให้ได้สัดส่วนที่สวยงามและเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยอาจใช้ซิลิโคน (Hip/Buttock Implant) หรือนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีดเสริมในบริเวณสะโพกหรือก้น
ในทางการแพทย์ บริเวณ “สะโพก” จะรวมถึงส่วนโค้งด้านข้างลำตัวและบริเวณก้น ซึ่งทำงานร่วมกันในการสร้างสัดส่วนทรงนาฬิกาทราย ที่หลายคนต้องการ การผ่าตัดนี้จึงอาจทำร่วมกับการดูดไขมันบริเวณเอวหรือดูดไขมันหน้าท้อง เพื่อเพิ่มความคมชัดของสัดส่วนโดยรวม
เทคนิคที่ใช้ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ การใส่ซิลิโคน (Implant) และ การฉีดไขมันตัวเอง แต่ละเทคนิคมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ความต้องการ และดุลยพินิจของศัลยแพทย์

เสริมสะโพกเหมาะกับใครบ้าง?
การเสริมสะโพกเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนช่วงล่างให้ดูสมดุลมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหารูปร่างบริเวณสะโพกและบั้นท้าย ดังนี้
- ผู้ที่มีสะโพกบุบหรือสะโพกไม่เต็ม เมื่อตรวจดูจากด้านหน้าแล้วรูปร่างดูตรง ขาดส่วนเว้าส่วนโค้ง ทำให้สัดส่วนโดยรวมดูไม่ชัดเจน
- ผู้ที่มีก้นเล็ก ลีบ หรือแบน แม้จะออกกำลังกายหรือสควอทเป็นประจำ แต่บั้นท้ายยังไม่กระชับหรือไม่เพิ่มขนาดตามต้องการ เมื่อมองด้านข้างอาจดูแบน ทำให้ไม่มั่นใจเวลาใส่เสื้อผ้ารัดรูปหรือชุดเดรส
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างให้สมส่วนมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เคยเสริมหน้าอกแล้วรู้สึกว่าช่วงล่างยังดูตรงหรือไม่สมดุล การเสริมสะโพกอาจช่วยให้สัดส่วนช่วงอก เอว สะโพก ดูรับกันมากขึ้น
- ผู้ที่มีบั้นท้ายหย่อนคล้อยตามวัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความเต็มและปรับรูปทรงบั้นท้ายให้ดูกระชับขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกาย เทคนิคที่ใช้ และการประเมินของแพทย์
เสริมสะโพกด้วยซิลิโคน

ปัจจุบันมีเทคนิคการเสริมสะโพกหลัก 2 แบบ โดยแพทย์จะพิจารณาเทคนิคที่เหมาะสมตามสภาพร่างกายและเป้าหมายของผู้ป่วยแต่ละราย
เสริมสะโพกด้วยซิลิโคน
การเสริมสะโพกด้วยซิลิโคน คือการวางถุงซิลิโคนที่ได้รับการออกแบบเฉพาะไว้ใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular) หรือใต้พังผืด (Subfascial) บริเวณก้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนและความโค้งมนอย่างถาวร
ซิลิโคนที่ใช้ได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อแรงกดจากการนั่งและการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน มีความยืดหยุ่นสูง และผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนชัดเจนและมีผลลัพธ์ที่คงทนระยะยาว
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วัสดุ | ซิลิโคนเกรดการแพทย์ |
| ตำแหน่งวาง | ใต้กล้ามเนื้อ / ใต้พังผืด |
| ระยะเวลาผ่าตัด | 2–3 ชั่วโมง |
| ความคงทน | ยาวนาน (อาจต้องเปลี่ยนหากมีภาวะแทรกซ้อน) |
| เหมาะกับ | ผู้ที่มีไขมันสะสมน้อย ต้องการสัดส่วนชัดเจน |
ซิลิโคนเสริมสะโพก
ซิลิโคนเสริมสะโพกเป็นซิลิโคนทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการผ่าตัดเสริมสะโพกโดยเฉพาะ ภายในบรรจุซิลิโคนเจลคล้ายกับซิลิโคนเสริมหน้าอก แต่มีขนาด รูปทรง และความหนาแน่นที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับบริเวณสะโพกและบั้นท้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เคลื่อนไหวบ่อย และรับแรงกดมากกว่าบริเวณหน้าอก
โดยทั่วไป ซิลิโคนสำหรับเสริมสะโพกจะมีเนื้อเจลที่แน่น เหนียว และมีความคงรูปมากกว่าซิลิโคนเสริมหน้าอก รูปทรงมักแบนและกว้างกว่า เพื่อช่วยเพิ่มความเต็มของสะโพกหรือบั้นท้ายให้ดูสมดุลกับรูปร่างมากขึ้น ทั้งนี้ผิวซิลิโคนมีทั้งแบบผิวเรียบและผิวทราย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกให้เหมาะกับโครงสร้างร่างกายของแต่ละคน
รูปทรงของซิลิโคนเสริมสะโพก
- ซิลิโคนทรงกลม
มีลักษณะกลมและค่อนข้างแบน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความเต็มบริเวณก้นหรือสะโพกด้านใน ช่วยให้บั้นท้ายดูมีมิติมากขึ้น - ซิลิโคนทรงหยดน้ำหรือทรงรี
มีลักษณะยาวรีและรับกับแนวสะโพก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มสะโพกด้านข้าง จุดเด่นคือช่วยให้รูปทรงหลังเสริมดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสรีระเดิม เทคนิคการผ่าตัด และการประเมินของศัลยแพทย์
เสริมสะโพกด้วยไขมันตัวเอง (Fat Transfer / BBL)

Brazilian Butt Lift (BBL) คือการดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย เช่น หน้าท้อง เอว หรือต้นขา จากนั้นนำมากรองและฉีดเข้าบริเวณสะโพกและก้น เพื่อปั้นสัดส่วนให้โค้งเว้าเป็นธรรมชาติ
เทคนิคนี้มีข้อดีคือใช้วัสดุจากร่างกายตัวเอง จึงไม่มีความเสี่ยงจากการแพ้วัสดุต่างถิ่น และยังช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณอื่นพร้อมกันด้วย อย่างไรก็ตาม ไขมันที่ฉีดบางส่วนอาจถูกร่างกายดูดซึมกลับตามธรรมชาติ โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 30–50% ในปีแรก
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วัสดุ | ไขมันจากร่างกายตัวเอง |
| กระบวนการ | ดูดไขมัน → กรองไขมัน → ฉีดเสริม |
| ระยะเวลาผ่าตัด | 3–4 ชั่วโมง |
| ความคงทน | ไขมันตัวเองมักจะคงอยู่ระยะยาว แต่อาจลดลงหากน้ำหนักเปลี่ยนแปลง |
| เหมาะกับ | ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินพอเพียง ต้องการผลธรรมชาติ |
ขั้นตอนการเสริมสะโพก
ขั้นตอนการเสริมสะโพกที่โรงพยาบาลเอเซียออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีขั้นตอนหลัก ดังนี้:
- ปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง — แพทย์ประเมินโครงสร้างร่างกาย วิเคราะห์สัดส่วน วางแผนเทคนิคที่เหมาะสม และอธิบายผลลัพธ์ที่สมจริง พร้อมรับฟังความต้องการของผู้ป่วยอย่างละเอียด
- ประเมินก่อนผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง — อายุรแพทย์หัวใจประเมินความพร้อมของระบบหัวใจและหลอดเลือดทุกเคส รวมถึงตรวจเลือด ตรวจหัวใจ และประเมินความเสี่ยงก่อนผ่าตัดอย่างครบถ้วน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- วางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง — วิสัญญีแพทย์ประจำโรงพยาบาลดูแลตลอดการผ่าตัด ไม่ใช่แค่ช่วงวางยา แต่ติดตามสัญญาณชีพและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ใช้ยาสลบทั่วไป (General Anesthesia)
- ดำเนินการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง — สำหรับเทคนิคซิลิโคน แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณรอยพับระหว่างก้น (Gluteal Crease) เพื่อวางซิลิโคนในตำแหน่งที่แม่นยำ สำหรับเทคนิค BBL แพทย์จะดูดไขมันก่อน จากนั้นกรองและฉีดเสริมในชั้นกล้ามเนื้อหรือใต้พังผืดตามแผน ใช้เวลารวม 2–4 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับเทคนิคและความซับซ้อน
- พักฟื้นในโรงพยาบาล — พักสังเกตอาการอย่างน้อย 1 คืน ทีมพยาบาลติดตามสัญญาณชีพ ดูแลแผล และประเมินอาการปวดอย่างใกล้ชิด
- ติดตามผลหลังผ่าตัด — แพทย์นัดติดตามผลตามตาราง เพื่อประเมินการฟื้นตัวและผลลัพธ์ พร้อมให้คำแนะนำในทุกระยะ
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ผลลัพธ์ของการเสริมสะโพกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ เทคนิคที่ใช้ โครงสร้างร่างกายเดิม ทักษะของศัลยแพทย์ และการดูแลหลังผ่าตัดของผู้ป่วย
ผลลัพธ์โดยทั่วไปที่คาดหวังได้
- สะโพกและก้นมีสัดส่วนและความโค้งมนเพิ่มขึ้น
- สัดส่วนโดยรวมสมดุลและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- เห็นผลเบื้องต้นได้ภายใน 4–6 สัปดาห์ หลังอาการบวมลดลง
- เห็นผลลัพธ์ใกล้เคียงสมบูรณ์ภายใน 3–6 เดือน
ความคงทนของผลลัพธ์
- ซิลิโคน: ผลลัพธ์คงอยู่ยาวนาน อาจต้องเปลี่ยนหากมีภาวะแทรกซ้อน
- ไขมันตัวเอง (BBL): ไขมันที่ได้รับจากร่างกายมักคงอยู่ระยะยาว แต่อา
- เปลี่ยนแปลงตามน้ำหนักตัว
ปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์
- การรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่หลังผ่าตัด
- การปฏิบัติตามคำแนะนำหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด
- โครงสร้างร่างกายและคุณภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล การปรึกษาแพทย์เพื่อรับข้อมูลเฉพาะตัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจ
รีวิวเสริมสะโพก เสริมก้น
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อัพเดตภาพโดยทีมงานการตลาด




เสริมสะโพกราคาเท่าไหร่
ศัลยกรรมเสริมสะโพก เสริมก้น ที่โรงพยาบาลเอเซีย ราคา เริ่มต้นที่ 120,000 บาท สอบถามโปรโมชั่นและรับส่วนลดได้ที่ Line Official @asiacosmetic
โปรแกรม |
ราคาเริ่มต้น |
|---|---|
| เสริมสะโพก | 120,000 บาท |
| ตัดหนังหน้าท้อง | 49,000 บาท |
| ดูดไขมันหน้าท้อง | 49,000 บาท |
| ดูดไขมันเอว | 19,000 บาท |
การเตรียมตัวก่อนเสริมสะโพก
การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดความเสี่ยงและช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่น แพทย์จะให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล แต่โดยทั่วไปมีแนวทางหลัก ดังนี้
2–4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่และผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกชนิด (ลดการไหลเวียนเลือดและชะลอการหาย)
- งดแอลกอฮอล์
- แจ้งแพทย์เรื่องยาทุกชนิดที่รับประทานอยู่ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด วิตามิน E และอาหารเสริม
- รักษาน้ำหนักให้คงที่ ไม่ควรอดอาหารลดน้ำหนักเพิ่มในช่วงนี้
1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- หยุดยาแอสไพริน ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) และอาหารเสริมบางชนิดตามที่แพทย์กำหนด
- เตรียมชุดหลวม ๆ สำหรับสวมใส่หลังผ่าตัด (โดยเฉพาะกางเกงหลวมที่สวมใส่ง่าย)
- เตรียมหมอนรองพิเศษสำหรับนั่ง (Donut pillow) เพื่อใช้หลังผ่าตัด
คืนก่อนและวันผ่าตัด
- งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด ตามที่แพทย์กำหนด
- อาบน้ำด้วยสบู่ฆ่าเชื้อตามที่โรงพยาบาลแนะนำ
- ไม่ทาครีม โลชั่น หรือน้ำหอมบริเวณที่จะผ่าตัด
- มีผู้ดูแลมารับกลับบ้าน เนื่องจากไม่สามารถขับรถได้หลังดมยาสลบ
การดูแลหลังผ่าตัดเสริมสะโพก
การดูแลหลังผ่าตัดอย่างถูกต้องมีผลโดยตรงต่อความสวยงามของผลลัพธ์และความปลอดภัยในการฟื้นตัว
Timeline การพักฟื้น
- วันที่ 1–3: บวมและช้ำมากที่สุด มีอาการปวดที่ควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวด ควรนอนคว่ำหรือตะแคงเพื่อลดแรงกดบริเวณก้น ห้ามนั่งทับบริเวณผ่าตัดโดยตรงอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ (โดยเฉพาะเทคนิค BBL)
- สัปดาห์ที่ 1–2: บวมลดลงค่อนข้างมาก ตัดไหมหรือดูแลแผลตามนัดแพทย์ ยังต้องหลีกเลี่ยงการนั่งทับโดยตรง เริ่มเดินได้เบาๆ
- สัปดาห์ที่ 2–4: กลับมาทำกิจวัตรเบา ๆ ได้ เช่น ทำงานที่ไม่ต้องใช้แรง หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนัก
- เดือนที่ 1–3: รูปทรงชัดขึ้น บวมลดลงต่อเนื่อง เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ได้ตามที่แพทย์อนุญาต
- เดือนที่ 3–6: เห็นผลลัพธ์ใกล้เคียงสมบูรณ์ รูปทรงและความนิ่มของซิลิโคนหรือไขมันเข้าที่มากขึ้น
- เดือนที่ 6 เป็นต้นไป: ผลลัพธ์เต็มที่ เนื้อเยื่อนิ่มสมบูรณ์
สิ่งที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
- สวมกางเกงรัดรูปพิเศษ ตามคำแนะนำของแพทย์
- ดูแลแผลให้สะอาดและแห้ง ตามระเบียบที่โรงพยาบาลกำหนด
- รับประทานยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดให้ครบตามที่แพทย์สั่ง
- มาตามนัดทุกครั้งเพื่อให้แพทย์ติดตามผล
ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป (มักหายได้เอง)
- บวม ช้ำ และปวดบริเวณผ่าตัด โดยเฉพาะ 1–2 สัปดาห์แรก
- รู้สึกตึง ชา หรืออาการเสียวบริเวณแผล
- เดินหรือนั่งลำบากชั่วคราวในช่วงพักฟื้น
- รอยแผลเป็นบริเวณรอยพับก้น ซึ่งมักจางลงเมื่อเวลาผ่านไป
FAQ คำถามที่พบบ่อย
สรุป
- เสริมสะโพก เป็นหัตถการที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนและปรับสัดส่วนบริเวณสะโพกและก้นให้โค้งมนเป็นธรรมชาติ
- มี 2 เทคนิคหลัก ได้แก่ การใส่ซิลิโคน (Implant) และการฉีดไขมันตัวเอง (BBL) แต่ละเทคนิคเหมาะกับผู้ป่วยต่างกัน
- ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด ควรเลือกโรงพยาบาลที่มีทีมแพทย์เฉพาะทางครบชุด รวมถึงวิสัญญีแพทย์และอายุรแพทย์หัวใจประเมินก่อนผ่าตัด
- การดูแลหลังผ่าตัดและการรักษาน้ำหนักให้คงที่มีผลสำคัญต่อคุณภาพของผลลัพธ์ระยะยาว
- ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางก่อนตัดสินใจเสมอ เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของท่าน
พร้อมปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่โรงพยาบาลเอเซีย — โทร. 02-199-9999
เสริมสะโพก ที่ไหนดี พิจารณาจากอะไร?
- ศัลยแพทย์ตกแต่ง ควรมีวุฒิบัตรสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งที่รับรองโดยแพทยสภา ไม่ใช่แค่แพทย์ทั่วไปที่ผ่านการอบรมระยะสั้น และควรมีประสบการณ์ทำหัตถการนี้โดยตรง
- โรงพยาบาลที่ได้รับอนุญาต ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลถูกต้องตามกฎหมาย และมีห้องผ่าตัดที่ได้รับอนุญาตเฉพาะ (ไม่ใช่ห้องหัตถการทั่วไป) การรับรองมาตรฐานสากล เช่น JCI เป็นตัวชี้วัดที่ดีเพิ่มเติม
- วิสัญญีแพทย์ การเสริมสะโพกใช้ยาสลบทั่วไป (General Anesthesia) จึงต้องมีวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางประจำ ดูแลตลอดการผ่าตัด ไม่ใช่แค่ให้ยาแล้วออกไป
- การประเมินก่อนผ่าตัด (Pre-op Assessment) สถานพยาบาลที่ดีต้องมีระบบประเมินความพร้อมของผู้ป่วยก่อนผ่าตัดอย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งการตรวจเลือด ตรวจหัวใจ และประเมินความเสี่ยงโดยแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่ซักประวัติเบื้องต้น
- ห้องผ่าตัด ต้องได้มาตรฐานระบบปลอดเชื้อ (Sterile Operating Room) มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตครบครัน และมีระบบควบคุมคุณภาพอากาศที่เหมาะสม
- สถานพยาบาลต้องมีแผนรองรับกรณีฉุกเฉินระหว่างและหลังผ่าตัดอย่างชัดเจน มีทีมพยาบาลและแพทย์ประจำที่รับมือได้ทันที
- การติดตามผลหลังผ่าตัด (Follow-up) ควรมีตารางนัดติดตามผลที่ชัดเจน มีช่องทางติดต่อแพทย์กรณีมีปัญหาหลังกลับบ้าน และไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยดูแลตัวเองโดยไม่มีระบบรองรับ




โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเซีย เป็นสถานพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและความงาม ที่ให้บริการแก่ผู้เข้ารับการรักษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นคุณภาพการรักษา ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคล
จุดเด่นของโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเซีย
- ทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง มีวุฒิบัตรรับรองจากแพทยสภา มีประสบการณ์ด้านศัลยกรรมเสริมสะโพกทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ สามารถออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับสรีระของผู้รับบริการ เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
- มาตรฐานสถานพยาบาลระดับสากล โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากล JCI 2568 มีระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดทั้งในห้องผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด
- เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
- การดูแลอย่างใกล้ชิด มีระบบดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด การผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ไปจนถึงการติดตามผลและการฟื้นฟูหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
- ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้แนวทางความปลอดภัยทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ทั้งในระหว่างการรักษาและช่วงพักฟื้น
- มีวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางประจำ ดูแลตลอดการผ่าตัดทุกเคส
- อายุรแพทย์หัวใจประเมินทุกเคสก่อนผ่าตัด

ช่องทางติดต่อสอบถาม
เลขที่ 1 ซ.รัตนาธิเบศร์ 30 บางกระสอ เมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000









