ศัลยกรรมปรับโครงหน้า
ศัลยกรรมหน้าอก
ศัลยกรรมดูดไขมัน
ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง
ศัลยกรรมเสริมจมูก
ศัลยกรรมดึงหน้า

กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ

บริษัท โรงพยาบาลคอสเมติก จำกัด จะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด

  • อัปเดตล่าสุดเมื่อ: กันยายน 9, 2026 | บทความนี้ตรวจสอบโดย นพ.ธนคม ใหลสกุล ศัลยแพทย์ตกแต่ง

ปรึกษาศัลยกรรม

ศัลยกรรมดูดไขมัน

อยากมีหุ่นสวย หุ่นเฟิร์มอย่างมั่นใจ ที่ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเซีย (Asia Cosmetic Hospital) เราทีมแพทย์พร้อมให้บริการด้าน ศัลยกรรมดูดไขมัน มีประสบการณ์สูง ใช้เทคโนโลยีดูดไขมันสมัยใหม่ ปลอดภัย เห็นผลจริง ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ดูดไขมันหน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน เหนียง เอว หรือสะโพก — ช่วยปรับรูปร่างให้สมส่วน ผิวเรียบเนียน แก้ปัญหาผิวเปลือกส้ม ไม่เป็นคลื่น ฟื้นตัวไวภายในไม่กี่วัน

โรงพยาบาลเอเซียผ่านมาตรฐาน JCI มั่นใจในความปลอดภัยทุกขั้นตอน ให้เราช่วยคืนความมั่นใจและรูปร่างในฝันให้คุณ

หรือ โทร. 02-199-9999

ศัลยกรรมดูดไขมัน

โปรแกรม ดูดไขมัน Liposuction คืออะไร เทคนิค/ราคา ก่อนตัดสินใจ

ดูดไขมัน-ศัลยกรรมดูดไขมัน

สรุปสั้น: ดูดไขมัน (Liposuction) คือการผ่าตัดนำเซลล์ไขมันส่วนเกินใต้ผิวหนังออกด้วยท่อดูดขนาดเล็ก (Cannula) เพื่อปรับสัดส่วนรูปร่างเฉพาะจุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะบริเวณซึ่งลดด้วยการออกกำลังกายและควบคุมอาหารได้ยาก และมีน้ำหนักตัวใกล้เคียงเป้าหมายอยู่แล้ว ปัจจุบันมีหลายเทคนิค เช่น VASER, WAL, UAL, PAL, J-Plasma และ LAMS ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1–3 ชั่วโมงต่อบริเวณ ระยะพักฟื้นเบื้องต้น 3–7 วัน และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 3–6 เดือน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

Key Takeaways

  • ดูดไขมันคือการผ่าตัดปรับสัดส่วน ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก
  • ต้องทำในห้องผ่าตัดที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
  • มีหลายเทคนิค แต่ละแบบเหมาะกับสรีระและพื้นที่ต่างกัน
  • ต้องผ่านการประเมินสุขภาพโดยละเอียดก่อนทุกครั้ง รวมถึงการประเมินหัวใจโดยอายุรแพทย์โรคหัวใจ
  • ผลลัพธ์และระยะเวลาพักฟื้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศัลยแพทย์

ดูดไขมัน คืออะไร?

ดูดไขมัน (Liposuction) คือหัตถการทางศัลยกรรมที่ใช้ท่อดูดขนาดเล็ก สอดผ่านแผลผ่าตัดเล็ก เพื่อดูดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนังออกจากร่างกาย โดยมีเป้าหมายเพื่อ ปรับสัดส่วนรูปร่างเฉพาะจุด ให้ดูกระชับและเป็นสัดส่วนมากขึ้น

หัตถการนี้จัดเป็น ศัลยกรรม จึงต้องดำเนินการในห้องผ่าตัดที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง มีทีมวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดกระบวนการ และมีศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเป็นผู้ทำหัตถการ ไม่ใช่หัตถการที่ทำได้ในคลินิกทั่วไปที่ไม่มีห้องผ่าตัดมาตรฐาน

ในทางการแพทย์ ไขมันที่ดูดออกเป็น ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ซึ่งเซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปแล้วจะไม่กลับมาสร้างใหม่ในบริเวณนั้นอีก แต่หากผู้ป่วยมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในภายหลัง เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ในบริเวณอื่นของร่างกายก็ยังสามารถขยายขนาดได้ตามปกติ

ดูดไขมันช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

การดูดไขมันช่วยแก้ปัญหาที่การควบคุมอาหารและออกกำลังกายทำได้ยาก โดยเฉพาะไขมันเฉพาะจุด ที่สะสมแน่นและไม่ยอมลดลงตามสัดส่วนร่างกายโดยรวม เช่น พุงส่วนล่าง ต้นแขน หรือเหนียง

โดยทั่วไป ดูดไขมันช่วยเรื่อง

  • ปรับรูปทรงร่างกายให้เป็นสัดส่วนมากขึ้นในบริเวณที่ต้องการ
  • ลดปริมาณไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ยากต่อการออกกำลังกาย
  • ใช้ไขมันตัวเองสำหรับหัตถการเสริมความงามอื่น เช่น การนำไขมันไปเสริมสะโพกหรือเสริมหน้าอก (Fat Grafting)
  • ผิวกระชับขึ้นในบริเวณที่ผ่าตัด ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัว

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการดูดไขมันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความยืดหยุ่นของผิวหนัง ปริมาณไขมัน และดุลยพินิจของศัลยแพทย์ในการวางแผนผ่าตัด

ดูดไขมันหน้าท้อง-ดูดไขมัน

ดูดไขมัน ไม่ใช่การลดน้ำหนัก ต่างกันอย่างไร?

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ การคิดว่าดูดไขมันเป็นวิธี “ลดน้ำหนัก” ทั้งที่ในความเป็นจริง ดูดไขมันเป็นหัตถการปรับสัดส่วน ไม่ใช่การลดน้ำหนัก

หัวข้อ ดูดไขัมน การลดน้ำหนัก
เป้าหมาย  ปรับรูปทรงเฉพาะจุด  ลดมวลไขมันทั้งร่างกาย
ผลต่อน้ำหนักตัว เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ไม่ใช่ตัวเลขหลัก น้ำหนักลดลงชัดเจนตามระยะเวลา
เหมาะกับใคร  ผู้มีน้ำหนักใกล้เคียงเป้าหมายแล้ว แต่มีไขมันเฉพาะจุด ผู้ที่ต้องการลดไขมันสะสมทั่วร่างกาย
ผลกับเซลล์ไขมัน เอาเซลล์ไขมันออกถาวรในบริเวณนั้น  เซลล์ไขมันเล็กลง แต่ยังอยู่ในร่างกาย
ระยะเวลาเห็นผล เห็นผลหลังทำทันที หรือหลังผ่าตัดภายในไม่กี่เดือน  ค่อยเป็นค่อยไปตามวินัย

ดูดไขมันทำบริเวณไหนได้บ้าง?

การดูดไขมันสามารถทำได้หลายบริเวณ สำหรับผู้ที่ผิวหน้าท้องหย่อนคล้อยมาก อาจเหมาะกับตัดหนังหน้าท้องมากกว่า ซึ่งบริเวณที่นิยมดูดไขมันโดยทั่วไป ได้แก่:

หน้าท้อง

ดูดไขมันหน้าท้อง ลดไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องส่วนบน ท้องล่าง และพุงที่เกิดจากไขมันสะสมใต้ผิวหนัง

ต้นขา

ดูดไขมันต้นขา เป็นจุดที่ลดไขมันได้ยาก ดูดไขมันเพื่อลดไขมันสะสมบริเวณต้นขาด้านในและด้านนอก ช่วยปรับสัดส่วนขาให้ดูสมส่วนขึ้น

ต้นแขน

ดูดไขมันต้นแขน ลดไขมันบริเวณต้นแขนและท้องแขน ช่วยให้สัดส่วนแขนดูเรียวและกระชับขึ้น

เหนียง

ดูดไขมันเหนียง เป็นการดูดไขมันเพื่อลดไขมันใต้คาง แก้ปัญหาคางสองชั้น ช่วยให้แนวกรอบหน้าดูชัดขึ้น

หลัง/ปีกหลัง

ดูดไขมันปีกหลัง ลดไขมันบริเวณแผ่นหลัง รอบสายบรา และปีกหลัง แก้ปัญหาเนื้อหลังปลิ้น

นมน้อย

ดูดไขมันนมน้อย ลดไขมันสะสมบริเวณด้านข้างหน้าอก ใต้รักแร้ และขอบเสื้อชั้นใน ช่วยให้ช่วงลำตัวด้านบนดูเรียบและกระชับขึ้น

ดูดไขมัน_ดูดไขมันต้นแขน
รีวิวดูดไขมันต้นขา

ประโยชน์ของการดูดไขมัน

  • ปรับสัดส่วนเฉพาะจุด ที่การออกกำลังกายไม่ได้ผล
  • เพิ่มความมั่นใจ ในรูปร่างและการแต่งกาย
  • เห็นผลลัพธ์ชัดเจน เมื่อเทียบกับการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว ในบริเวณที่ทำ
  • แผลผ่าตัดเล็ก เมื่อเทียบกับการผ่าตัดปรับรูปร่างแบบอื่น
  • สามารถนำไขมันที่ดูดออกไปใช้ต่อในหัตถการเสริมความงามอื่นได้ในบางกรณี เช่น การนำไขมันไปเสริมส่วนอื่นของร่างกาย

ทั้งนี้ ประโยชน์ที่ได้รับจริงเป็นผลลัพธ์เฉพาะบุคคล และควรปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจ

“คุยกับหมอ” เรื่องดูดไขมัน

ใครเหมาะกับการดูดไขมัน?

โดยทั่วไป ผู้ที่เหมาะกับการดูดไขมัน ควรมีลักษณะดังนี้

  • มีน้ำหนักตัวใกล้เคียงเป้าหมาย หรืออยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม ไม่ใช่ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมาก
  • มีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ลดด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายได้ยาก
  • ผิวหนังยังมีความยืดหยุ่นดีพอสมควร เพื่อให้ผิวสามารถกระชับตัวได้หลังดูดไขมัน
  • มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามต่อการผ่าตัดหรือการวางยาสลบ
  • มีความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผล เข้าใจว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ใครควรประเมินเพิ่มเติมก่อนดูดไขมัน

บางกลุ่มจำเป็นต้องได้รับการประเมินอย่างละเอียดเป็นพิเศษก่อนตัดสินใจ ได้แก่

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือด
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานมาก
  • ผู้ที่เคยผ่าตัดในบริเวณเดียวกันมาก่อน
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาสลบ หรือภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดครั้งก่อน

ในกรณีเหล่านี้ ทีมแพทย์จะพิจารณาให้มีการประเมินร่วมกับอายุรแพทย์เฉพาะทาง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดก่อนวางแผนการผ่าตัด

รีวิวดูดไขมัน_ดูดไขมันหน้าอก
รีวิวดูดไขมัน_ดูดไขมันหน้าอก

ดูดไขมัน มีกี่เทคนิค เทคนิคไหนเหมาะกับใคร?

ปัจจุบันเทคโนโลยีการดูดไขมันมีหลายเทคนิค แต่ละเทคนิคมีหลักการทำงาน ข้อดี และความเหมาะสมกับบริเวณ/สรีระที่แตกต่างกัน ศัลยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

เทคนิค ดูดไขมัน VASER

ดูดไขมัน VASER คือเทคนิคที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) สลายผนังเซลล์ไขมันก่อนดูดออก ช่วยให้ดูดไขมันได้แม่นยำขึ้นและลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน

ดูดไขมัน Body Tite

การดูดไขมันด้วยเครื่อง Body Tite คือการดูดไขมันด้วยการคลื่นวิทยุร่วมกับคลื่นความร้อนเข้าไปละลายไขมันให้แตกตัว ได้ผลทั้งกำจัดไขมันและการยกกระชับผิว เหมาะสำหรับผู้ที่พึ่งคลอด ผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อย หรือผู้ที่มีไขมันสะสม แผลไม่ใหญ่ และไม่ค่อยบวมช้ำเยอะ

เทคนิค LAMS

เทคนิคดูดไขมันปริมาณน้อยเฉพาะจุดเล็ก ๆ โดยใช้ยาชาเฉพาะที่แทนการวางยาสลบทั่วร่างกาย เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมในพื้นที่จำกัด ต้องการพักฟื้นสั้น และไม่ต้องการวางยาสลบแบบเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ความเหมาะสมของแต่ละเทคนิคขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศัลยแพทย์หลังการประเมิน

ดูดไขมัน PAL

การดูดไขมันด้วยเครื่อง PAL (Power-Assisted Liposuction) คือการใช้ท่อดูดที่มีระบบสั่นแบบกลไก (Mechanical Vibration) ช่วยให้แพทย์เคลื่อนท่อดูดผ่านชั้นไขมันได้ง่ายและแม่นยำขึ้น ลดแรงที่ต้องออกแรงมือ เหมาะกับบริเวณกว้างที่ต้องดูดไขมันปริมาณมาก

เทคนิค ดูดไขมัน WAL

ใช้แรงดันน้ำแบบพ่นฉีดเป็นลำ (Water Jet) แยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างนุ่มนวล ก่อนดูดออกพร้อมกัน เทคนิคนี้เน้นความอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อ ช่วยลดรอยช้ำและอาการบวมเมื่อเทียบกับเทคนิคดั้งเดิม

เทคนิค ดูดไขมัน UAL

การดูดไขมันใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงสลายเซลล์ไขมันให้เป็นของเหลวก่อนดูดออก คล้ายหลักการของ VASER แต่มีรูปแบบพลังงานและหัวเครื่องมือที่แตกต่างกันไปตามแต่ละแบรนด์ เหมาะกับบริเวณที่มีไขมันแน่นและเหนียว

ขั้นตอนการประเมินก่อนดูดไขมัน

ก่อนเข้ารับการดูดไขมันทุกครั้ง ผู้เข้ารับบริการจะต้องผ่านการประเมินตามขั้นตอนดังนี้

  1. ปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง เพื่อประเมินบริเวณที่ต้องการ ปริมาณไขมัน ความยืดหยุ่นของผิวหนัง และวางแผนเทคนิคที่เหมาะสม
  2. ตรวจร่างกายและตรวจเลือด เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนผ่าตัด
  3. ประเมินหัวใจโดยอายุรแพทย์โรคหัวใจ เป็นขั้นตอนบังคับก่อนการผ่าตัดทุกเคส เพื่อคัดกรองความเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือด
  4. ปรึกษาวิสัญญีแพทย์ เพื่อประเมินความเหมาะสมของการวางยาสลบหรือยาชาตามเทคนิคที่เลือก
  5. สรุปแผนการผ่าตัดร่วมกัน ทั้งบริเวณที่ทำ เทคนิคที่ใช้ ระยะเวลา และค่าใช้จ่าย
ศัลยกรรมดูดไขมัน

เตรียมตัวก่อนดูดไขมันอย่างไร?

  • งดอาหารและเครื่องดื่มตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดก่อนผ่าตัด โดยทั่วไปประมาณ 6–8 ชั่วโมง
  • หยุดยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี ตามคำแนะนำแพทย์
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
  • เตรียมชุดรัดกระชับ (Compression Garment) สำหรับใส่หลังผ่าตัดตามคำแนะนำ
  • จัดเตรียมผู้ดูแลสำหรับการเดินทางกลับและการดูแลในช่วง 1–2 วันแรกหลังผ่าตัด
  • แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และยาที่รับประทานทั้งหมดให้แพทย์ทราบอย่างครบถ้วน

ดูดไขมันพักฟื้นกี่วัน?

ระยะเวลาพักฟื้นหลังดูดไขมันแบ่งเป็นช่วง ๆ ดังนี้ (ระยะเวลาที่แท้จริงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและบริเวณที่ทำ):

  • วันที่ 1–3: มีอาการบวมช้าน้อยถึงปานกลาง ปวดเล็กน้อย ควรพักผ่อนและใส่ชุดรัดกระชับตลอดเวลา
  • สัปดาห์ที่ 1: อาการบวมและช้ำเริ่มลดลง สามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ ยังควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก
  • สัปดาห์ที่ 2–4: บวมลดลงต่อเนื่อง เริ่มเห็นสัดส่วนที่เปลี่ยนแปลงชัดขึ้น
  • เดือนที่ 1–3: รูปทรงเริ่มเข้าที่ ผิวหนังเริ่มกระชับตัว
  • เดือนที่ 3–6: เห็นผลลัพธ์ใกล้เคียงสมบูรณ์ในหลายเคส
ศัลยกรรมดูดไขมัน

ดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน

  • ใส่ชุดรัดกระชับตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดบวมและกระชับผิว
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือยกของหนักในช่วงพักฟื้นตามคำแนะนำแพทย์
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี
  • เดินเบาๆ ตามคำแนะนำแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไข้สูง บวมแดงรุนแรง หรือมีของเหลวผิดปกติไหลจากแผล และรีบพบแพทย์ทันทีหากพบอาการเหล่านี้
  • เข้าพบแพทย์ตามนัดทุกครั้งเพื่อติดตามผลการฟื้นตัว

ดูดไขมันอันตรายไหม? ความเสี่ยง

ดูดไขมันเป็นการผ่าตัดจริง จึงมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกประเภท ผู้เข้ารับบริการควรทราบความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนตัดสินใจ ได้แก่:

  • บวมช้ำ ปวด และมีของเหลวคั่งใต้ผิวหนัง (Seroma) ในช่วงพักฟื้น
  • ผิวหนังไม่เรียบเสมอกัน (Contour Irregularity) ในบางบริเวณ
  • การติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด
  • ความเสี่ยงจากการวางยาสลบ
  • ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (Deep Vein Thrombosis) ซึ่งพบได้น้อยแต่เป็นภาวะที่รุนแรง
  • ผิวหนังหย่อนคล้อยในผู้ที่มีความยืดหยุ่นของผิวต่ำ
  • ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ซึ่งอาจต้องได้รับการแก้ไขเพิ่มเติม

เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ การผ่าตัดควรทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางในห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน พร้อมทีมวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางดูแลตลอดกระบวนการ และมีการประเมินสุขภาพอย่างละเอียดก่อนผ่าตัดทุกครั้ง ทั้งนี้ทีมแพทย์จะดูแลให้กระบวนการผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์ในทุกขั้นตอน

ศัลยกรรมดูดไขมัน

ดูดไขมันมีข้อเสียอะไรบ้าง?

นอกจากความเสี่ยงทางการแพทย์ข้างต้น ยังมีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ

  • ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักในภาพรวม
  • ต้องใช้เวลาพักฟื้น และต้องหยุดพักจากกิจกรรมหนักช่วงหนึ่ง
  • มีค่าใช้จ่าย ที่ต้องพิจารณาตามเทคนิคและบริเวณที่ทำ
  • ผลลัพธ์ไม่ปรากฏทันที ต้องรอให้อาการบวมลดลงจึงจะเห็นรูปทรงที่แท้จริง
  • หากไม่ดูแลสุขภาพหลังทำ เช่น น้ำหนักขึ้นมาก ไขมันในบริเวณอื่นของร่างกายก็ยังสามารถสะสมเพิ่มได้ตามปกติ

ดูดไขมัน ราคาเท่าไหร่?

โปรแกรม ดูดไขมัน พร้อมดูแลหลังทำ ปรับสัดส่วนอย่างปลอดภัย โดยแพทย์ชำนาญการ ราคาดูดไขมัน ที่โรงพยาบาลเอเซีย ราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท/จุด

โปรแกรม

ราคาเริ่มต้น

ดูดไขมัน 19,000 บาท
ดูดไขมันหน้าท้อง 49,000 บาท
ดูดไขมันเอว 19,000 บาท
ดูดไขมันต้นแขน 29,000 บาท
ดูดไขมันต้นขา 49,000 บาท
ดูดไขมันปีกหลัง 29,000 บาท
ดูดไขมันนมน้อย 29,000 บาท
ดูดไขมันเหนียง 45,000 บาท

ดูดไขมันอยู่ได้นานแค่ไหน?

เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปแล้วจะไม่กลับมาสร้างใหม่ในบริเวณนั้นอีก ผลลัพธ์ในบริเวณที่ทำจึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างถาวรในหลายเคส

อย่างไรก็ตาม หากมีการเพิ่มน้ำหนักตัวอย่างมากในภายหลัง เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ในบริเวณอื่นของร่างกาย รวมถึงเซลล์ไขมันส่วนที่เหลืออยู่ในบริเวณที่เคยทำ ก็ยังสามารถขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ตามปกติ การรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงมีผลต่อความยั่งยืนของผลลัพธ์ในระยะยาว

รีวิวดูดไขมัน ก่อน–หลังทำ

ผลลัพธ์จากภาพก่อน–หลังเป็นผลลัพธ์เฉพาะรายบุคคล ไม่สามารถใช้เป็นการรับประกันผลลัพธ์ของผู้เข้ารับบริการรายอื่นได้

รีวิวดูดไขมัน-ตัดหนังหน้าท้อง
รีวิวดูดไขมัน-ตัดหนังหน้าท้อง
รีวิวดูดไขมัน-ตัดหนังหน้าท้อง
รีวิวดูดไขมัน-ตัดหนังหน้าท้อง
รีวิวดูดไขมัน-ตัดหนังหน้าท้อง
รีวิวดูดไขมัน-ตัดหนังหน้าท้อง
รีวิวดูดไขมัน-ตัดหนังหน้าท้อง
รีวิวดูดไขมัน-ตัดหนังหน้าท้อง

ดูดไขมันที่ไหนดี ต้องเช็กอะไรบ้าง?

ก่อนตัดสินใจเลือกสถานพยาบาลสำหรับดูดไขมัน ควรตรวจสอบสิ่งเหล่านี้

  • สถานพยาบาลมี ห้องผ่าตัดที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง หรือไม่
  • ศัลยแพทย์ผู้ทำหัตถการเป็น ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ที่มีวุฒิบัตรรับรองหรือไม่
  • มี วิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง ดูแลตลอดการผ่าตัดหรือไม่
  • มีขั้นตอน ประเมินสุขภาพก่อนผ่าตัดอย่างละเอียด รวมถึงการประเมินหัวใจหรือไม่
  • สถานพยาบาลได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น JCI หรือไม่ (ควรตรวจสอบเอกสารรับรองและปีที่ได้รับล่าสุด)
  • มีการเปิดเผยความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายอย่างโปร่งใสก่อนตัดสินใจหรือไม่

ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลเอเซีย?

โรงพยาบาลเอเซีย แผนกศัลยกรรมความงาม ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เข้ารับบริการเป็นอันดับแรกในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินก่อนผ่าตัดจนถึงการดูแลหลังการรักษา

จุดเด่นของโรงพยาบาลเอเซีย

  • ดำเนินการในห้องผ่าตัดที่ได้รับมาตรฐาน JCI (ระบุปีที่ได้รับการรับรองล่าสุด — โปรดตรวจสอบเอกสารรับรองก่อนเผยแพร่)
  • ทุกเคสผ่าตัดต้องได้รับการประเมินหัวใจโดยอายุรแพทย์โรคหัวใจก่อนทุกครั้ง
  • ทีมวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางดูแลตลอดกระบวนการผ่าตัด
  • ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง มีวุฒิบัตรรับรอง ดูข้อมูลทีมแพทย์โรงพยาบาลเอเซีย

ทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

ทีมแพทย์ที่ Asia Hospital มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการดูดไขมัน พร้อมประสบการณ์การรักษาหลายเคสที่ประสบความสำเร็จ สามารถลดสัดส่วนเฉพาะจุดได้โดยตรง แผลเล็กมาก แพทย์สามารถซ่อนแผลได้อย่างดีเยี่ยม เห็นถึงสัดส่วนที่เล็กลงในทันทีหลังทำหัตถการ

ห้องปลอดเชื้อ เทคโนโลยีทันสมัย

ทีมแพทย์ที่ Asia Hospital มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการดูดไขมัน พร้อมประสบการณ์การรักษาหลายเคสที่ประสบความสำเร็จ สามารถลดสัดส่วนเฉพาะจุดได้โดยตรง แผลเล็กมาก แพทย์สามารถซ่อนแผลได้อย่างดีเยี่ยม เห็นถึงสัดส่วนที่เล็กลงในทันทีหลังทำหัตถการ

มาตรฐานสากล JCI

ทีมแพทย์ที่ Asia Hospital มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการดูดไขมัน พร้อมประสบการณ์การรักษาหลายเคสที่ประสบความสำเร็จ สามารถลดสัดส่วนเฉพาะจุดได้โดยตรง แผลเล็กมาก แพทย์สามารถซ่อนแผลได้อย่างดีเยี่ยม เห็นถึงสัดส่วนที่เล็กลงในทันทีหลังทำหัตถการ

วิสัญญีแพทย์ 1:1

ทีมแพทย์ที่ Asia Hospital มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการดูดไขมัน พร้อมประสบการณ์การรักษาหลายเคสที่ประสบความสำเร็จ สามารถลดสัดส่วนเฉพาะจุดได้โดยตรง แผลเล็กมาก แพทย์สามารถซ่อนแผลได้อย่างดีเยี่ยม เห็นถึงสัดส่วนที่เล็กลงในทันทีหลังทำหัตถการ

ศัลยกรรมรูปร่าง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดูดไขมัน

ระหว่างผ่าตัดผู้เข้ารับการดูดไขมันจะได้รับการวางยาสลบหรือยาชาตามเทคนิคที่เลือก จึงไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ หลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดและบวมช้าน้อยถึงปานกลาง ซึ่งควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง

ระยะพักฟื้นเบื้องต้นประมาณ 3–7 วัน สามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ ส่วนการออกกำลังกายหนักควรงดตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 3–6 เดือน

ระยะเวลาผ่าตัดโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1–3 ชั่วโมงต่อบริเวณ ขึ้นอยู่กับจำนวนบริเวณและเทคนิคที่ใช้

ดูดไขมันเป็นการผ่าตัดจริงจึงมีความเสี่ยง เช่น บวมช้ำ ติดเชื้อ หรือความเสี่ยงจากการวางยาสลบ แต่หากทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางในห้องผ่าตัดมาตรฐาน พร้อมทีมวิสัญญีแพทย์ดูแล ทีมแพทย์จะดูแลให้กระบวนการเป็นไปอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์

ดูดไขมันอาจทำให้ตัวเลขบนตาชั่งเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เป้าหมายหลักของหัตถการนี้ เนื่องจากดูดไขมันเน้นปรับสัดส่วนรูปร่างเฉพาะจุด ไม่ใช่การลดน้ำหนักโดยรวม หากต้องการลดน้ำหนัก ควรใช้วิธีควบคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่กัน

หลังผ่าตัดจะมีอาการบวมช้าน้อยถึงปานกลางในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก ทำให้ยังไม่เห็นรูปทรงที่แท้จริง โดยทั่วไปเริ่มเห็นสัดส่วนที่เปลี่ยนแปลงชัดขึ้นตั้งแต่เดือนที่ 1 และเห็นผลลัพธ์ใกล้เคียงสมบูรณ์ภายใน 3–6 เดือน ระยะเวลาที่แท้จริงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกจากบริเวณนั้นจะไม่กลับมาสร้างใหม่ในจุดเดิมอีก แต่หากมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากในภายหลัง เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ในบริเวณอื่นของร่างกาย รวมถึงส่วนที่เหลือในบริเวณที่เคยทำ ก็ยังสามารถขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ตามปกติ

ดูดไขมันเหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ลดยาก มากกว่าผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานในภาพรวม หากมีน้ำหนักตัวสูงกว่าเกณฑ์มาก แพทย์อาจแนะนำให้ลดน้ำหนักก่อน แล้วจึงพิจารณาดูดไขมันเพื่อปรับสัดส่วนในภายหลัง

จำนวนบริเวณที่ทำได้ในครั้งเดียวขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์ โดยพิจารณาจากสุขภาพโดยรวม ปริมาณไขมันที่ดูดออก ระยะเวลาผ่าตัด และความปลอดภัยของผู้เข้ารับบริการเป็นหลัก แพทย์อาจแนะนำให้แบ่งทำหลายครั้งในบางเคสเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ต้องใส่ชุดรัดกระชับ (Compression Garment) ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดบวมช้าน้อย ลดของเหลวคั่งใต้ผิวหนัง และช่วยให้ผิวหนังกระชับตัวเข้ารูปได้ดีขึ้นในช่วงพักฟื้น

 

จำนวนบริเวณที่ทำได้ในครั้งเดียวขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์ โดยพิจารณาจากสุขภาพโดยรวม ปริมาณไขมันที่ดูดออก ระยะเวลาผ่าตัด และความปลอดภัยของผู้เข้ารับบริการเป็นหลัก แพทย์อาจแนะนำให้แบ่งทำหลายครั้งในบางเคสเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ดูดไขมัน

สรุป

  • ดูดไขมันคือการผ่าตัดปรับสัดส่วนเฉพาะจุด ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก
  • มีหลายเทคนิคให้เลือก เช่น VASER, WAL, UAL, PAL, J-Plasma และ LAMS ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับสรีระและความต้องการที่แตกต่างกัน
  • ต้องผ่านการประเมินสุขภาพอย่างละเอียด รวมถึงการประเมินหัวใจก่อนผ่าตัดทุกเคส
  • ผลลัพธ์และระยะเวลาพักฟื้นเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศัลยแพทย์
  • ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีห้องผ่าตัดมาตรฐาน ศัลยแพทย์เฉพาะทาง และทีมวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดกระบวนการ

พูดคุยกับเรา

ปรึกษาและสอบถามโปรโมชั่นประจำเดือนนี้