ศัลยกรรมปรับโครงหน้า
ศัลยกรรมหน้าอก
ศัลยกรรมดูดไขมัน
ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง
ศัลยกรรมเสริมจมูก
ศัลยกรรมดึงหน้า

กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ

บริษัท โรงพยาบาลคอสเมติก จำกัด จะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด

  • อัปเดตล่าสุดเมื่อ: กันยายน 9, 2026 | บทความนี้ตรวจสอบโดย นพ.ธนคม ใหลสกุล ศัลยแพทย์ตกแต่ง

ปรึกษาศัลยกรรม

ปรึกษาศัลยกรรม

โปรแกรม ดึงหน้า SMAS Facelift ดึงหน้าชั้นลึก แก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย

ดึงหน้า_SMAS_Facelift_ดึงหน้าชั้นลึก

สรุปสั้น/Quick Answer: ดึงหน้าชั้นลึก SMAS (SMAS Facelift) คือการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าที่เข้าถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) หรือชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของความหย่อนคล้อย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยชัดเจน ร่องแก้มลึก หรือต้องการผลลัพธ์ที่คงทนกว่าการดึงหน้าแบบทั่วไป ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 3–5 ชั่วโมง ระยะพักฟื้นเบื้องต้น 10–14 วัน เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 3–6 เดือน และผลลัพธ์อยู่ได้ 7–10 ปี ขึ้นกับปัจจัยส่วนบุคคล

Key Takeaways:

  • ดึงหน้าชั้นลึก SMAS แก้ที่รากต้นเหตุของความหย่อนคล้อย ไม่ใช่แค่ผิวหนังชั้นบน
  • เหมาะสำหรับอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดึงตึงเกิน เนื่องจากแก้ที่โครงสร้างใบหน้า
  • โรงพยาบาลเอเซียผ่านมาตรฐาน JCI (ปี 2025) มีวิสัญญีแพทย์และอายุรแพทย์หัวใจประเมินทุกเคส
  • ดึงหน้า SMAS คืออะไร ?
  • เทคนิคการดึงหน้า
  • การเตรียมตัวก่อนดึงหน้า
  • การดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมดึงหน้า
  • ทำไมต้องดึงหน้าที่โรงพยาบาลเอเซีย

ดึงหน้า SMAS คืออะไร?

การ ดึงหน้าชั้น SMAS หรือ SMAS Facelift คือการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าที่เข้าถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่เรียกว่า SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิวหนังโดยตรง ความแตกต่างสำคัญของเทคนิคนี้คือ แพทย์จะไม่ได้ดึงเพียงแค่ผิวหนัง แต่จะยก โครงสร้างทั้งชั้น SMAS ขึ้นพร้อมกัน ทำให้ใบหน้ากลับสู่ตำแหน่งที่เหมาะสมตามกายวิภาค ผลลัพธ์จึงดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดึงตึงเกิน และคงทนกว่าการดึงหน้าแบบดั้งเดิมที่ดึงเฉพาะผิวหนัง

ชั้น SMAS เริ่มหย่อนคล้อยตามอายุ ไขมันในหน้าเริ่มเคลื่อนต่ำลง กล้ามเนื้อและพังผืดสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้เกิดร่องแก้มลึกขึ้น แก้มล้วงลง และขากรรไกรไม่คมชัด การแก้ที่ชั้น SMAS โดยตรงจึงตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ได้ตรงกว่า

ศัลยกรรมนี้จัดอยู่ในกลุ่ม Facelift Surgery (ดึงหน้า) ซึ่งมีหลายระดับความลึก ดังนี้

  • Traditional Facelift — ดึงเฉพาะผิวหนัง (skin only)
  • SMAS Facelift — ดึงถึงชั้น SMAS
  • Deep Plane SMAS Facelift — เข้าถึงชั้นลึกกว่า SMAS ยกโครงสร้างทั้งก้อน
  • Composite Facelift — ยกทั้ง SMAS และไขมันบริเวณใต้ตา

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้า ทุกรูปแบบได้ที่หน้าหลัก

ดึงหน้าชั้นลึก_SMAS

ดึงหน้า SMAS แก้ปัญหาใด เหมาะกับใคร?

ปัญหาที่ดึงหน้าชั้นลึก SMAS แก้ได้

ดึงหน้าชั้นลึก SMAS ตอบโจทย์ปัญหาความหย่อนคล้อยหลากหลายรูปแบบ ได้แก่:

  • ร่องแก้มลึก (Nasolabial Fold) — ร่องที่วิ่งจากจมูกถึงมุมปาก เกิดจากไขมันแก้มเคลื่อนต่ำลง
  • แก้มหย่อนคล้อย (Jowling) — เนื้อที่ยื่นออกมาบริเวณขากรรไกรล่าง ทำให้ขาดความคมชัด
  • ขากรรไกรไม่ชัด — เส้น Jawline ไม่คมเนื่องจากเนื้อเยื่อหย่อนลง
  • คอเริ่มหย่อน — เนื้อเยื่อใต้คางยาน ขาดความกระชับ
  • ร่องใต้ตาลึก (Tear Trough) — เกิดจากไขมันบริเวณกลางใบหน้าเคลื่อนต่ำ
  • ใบหน้าโดยรวมหย่อนคล้อย — สูญเสียรูปทรงรวมของใบหน้า

ใครเหมาะกับการทำดึงหน้าชั้นลึก SMAS?

ผู้ที่เหมาะสม:

  • อายุ 40–70 ปี ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก
  • มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการผ่าตัด
  • ผู้ที่ทำ Non-surgical treatment แล้ว (เช่น HIFU, Ultherapy) แต่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคงทนกว่า

ข้อห้าม (Contraindication) ที่ควรปรึกษาแพทย์:

  • โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
  • ความดันโลหิตสูงที่ยังไม่ได้รับการรักษา
  • โรคหัวใจที่มีความเสี่ยงสูง
  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัด (เพิ่มความเสี่ยงการหายของแผล)
  • ผู้มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่กำลังรับประทานยาละลายลิ่มเลือด (ต้องหยุดตามที่แพทย์กำหนด)

ทีมแพทย์จะประเมินความเหมาะสมของแต่ละบุคคลก่อนเสมอ ปัจจัยต่าง ๆ อาจแตกต่างกันในแต่ละราย กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์โดยตรง

ดึงหน้า SMAS ต่างจากการดึงหน้าทั่วไปอย่างไร?

คำถามที่พบบ่อยคือ ดึงหน้าชั้นลึก SMAS แตกต่างจากดึงหน้าส่วนกลางหรือดึงหน้าส่วนล่างอย่างไร ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างที่สำคัญ:

เปรียบเทียบ: ดึงหน้าชั้นลึก SMAS vs การดึงหน้า Deep plane

หัวข้อ SMAS Facelift Deep Plane (ชั้นลึก)
ชั้นที่เข้าถึง ชั้น SMAS ใต้ SMAS (ชั้นลึก)
ผลลัพธ์ เป็นธรรมชาติปานกลาง เป็นธรรมชาติมาก ดูไม่ผ่าตัด
ความคงทน  5–7 ปี  7–10 ปี
ระยะเวลาผ่าตัด  2–3 ชั่วโมง 3–5 ชั่วโมง
ระยะพักฟื้น  10–14 วัน  10–14 วัน
เหมาะกับ  หย่อนคล้อยปานกลาง หย่อนคล้อยมาก/ต้องการผลถาวร
ความซับซ้อน ปานกลาง สูง — ต้องการศัลยแพทย์เฉพาะทาง

จะเห็นว่าดึงหน้าชั้นลึก SMAS เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงทนและเป็นธรรมชาติที่สุด แม้จะใช้ระยะเวลาผ่าตัดและพักฟื้นนานกว่า แต่ความคงทนของผลลัพธ์ชดเชยได้อย่างมาก

จุดเด่นของการดึงหน้าเทคนิค SMAS Facelift

ดึงหน้าชั้นลึก SMAS
Column 1 Column 2
Column 1 Value Column 2 Value

การผ่าตัดดึงหน้าเทคนิค **SMAS Facelift** เป็นวิธีการยกกระชับใบหน้าที่เน้นแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยจากโครงสร้างผิวชั้นลึก โดยเฉพาะชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อสำคัญที่มีผลต่อความกระชับของใบหน้า การรักษาด้วยเทคนิคนี้จึงช่วยปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้นานกว่าการยกกระชับเฉพาะผิวชั้นนอก

ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

SMAS Facelift เป็นการยกกระชับลงลึกถึงชั้นโครงสร้างใต้ผิว ไม่ได้ดึงเฉพาะผิวด้านบนเพียงอย่างเดียว จึงช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนวัยขึ้นอย่างกลมกลืน ลดโอกาสเกิดปัญหาหน้าตึงแข็งหรือดูไม่เป็นธรรมชาติหลังผ่าตัด อีกทั้งยังช่วยปรับกรอบหน้าให้มีความคมชัด ใบหน้าดูได้สัดส่วน และแลดูสมดุลมากขึ้น

ให้ผลลัพธ์ยาวนานหลายปี

การดึงหน้าโดยยกกระชับชั้น SMAS ช่วยเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างใบหน้าจากภายใน ทำให้ผิวและเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยได้รับการจัดเรียงใหม่อย่างเหมาะสม ผลลัพธ์จึงสามารถคงความกระชับได้ยาวนาน โดยทั่วไปอาจอยู่ได้ประมาณ 5–10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว โครงสร้างใบหน้า พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลตนเองหลังผ่าตัดของแต่ละบุคคล

แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ตรงจุด

เทคนิค SMAS Facelift ช่วยดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างแม่นยำ เพราะเป็นการผ่าตัดที่เข้าถึงชั้นโครงสร้างสำคัญของใบหน้า จึงช่วยทั้งเรื่องความกระชับของผิว ความมั่นคงของเนื้อเยื่อ และความสมดุลของรูปหน้า ส่งผลให้ใบหน้าดูสดใส เรียบเนียน เต่งตึง และอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากภายในสู่ภายนอก

ขั้นตอนการทำดึงหน้า SMAS

การผ่าตัดดึงหน้าชั้นลึก SMAS ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลัก:

  1. ปรึกษาแพทย์และวางแผนเฉพาะบุคคล แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย ผิวหนัง และตำแหน่งไขมัน วางแผนการผ่าตัดร่วมกับผู้ป่วย พร้อมประเมินสุขภาพโดยรวม
  2. ประเมินก่อนผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลเอเซีย ทุกเคสจะได้รับการประเมินจาก วิสัญญีแพทย์ และ อายุรแพทย์หัวใจ เพื่อวางแผนยาสลบและตรวจสอบความพร้อมของหัวใจก่อนผ่าตัดทุกครั้ง
  3. การวางยาสลบ ใช้ ยาสลบทั่วไป (General Anesthesia) โดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลตลอดการผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยและการพักฟื้นที่ราบรื่น
  4. ลงมีดและเข้าถึงชั้น SMAS แพทย์จะทำแผลขนาดเล็กตามแนวเส้นผม บริเวณหน้าใบหู และใต้คาง จากนั้นผ่าตัดลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งอยู่ใต้ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อปลดการยึดเกาะของเนื้อเยื่อที่ชั้นลึก
  5. ยกโครงสร้าง SMAS และจัดตำแหน่ง ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการยกชั้น SMAS พร้อมโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกลับขึ้นสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม ทิศทางการยกจะออกแบบเฉพาะตามกายวิภาคของแต่ละบุคคล ไม่ใช่การดึงตามแนวเดียวกันทั้งหมด
  6. ตัดผิวส่วนเกินและเย็บปิดแผล เมื่อโครงสร้างอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว แพทย์จะตัดผิวหนังส่วนเกินออก จากนั้นเย็บปิดแผลอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้แผลอยู่ตามแนวธรรมชาติ ซ่อนรอยแผลไว้ในแนวผมและรอบใบหู

ระยะเวลาทั้งสิ้น: ประมาณ 3–5 ชั่วโมง ขึ้นกับขอบเขตและความซับซ้อนของการผ่าตัด

ผลข้างเคียงที่ต้องรู้

เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกประเภท การดึงหน้าชั้นลึก SMAS มีความเสี่ยงที่ผู้สนใจควรรับทราบอย่างครบถ้วน

ผลข้างเคียงทั่วไป (พบได้บ่อย มักหายเองได้)

  • บวมและช้ำ — พบได้ทุกราย มักลดลงใน 2–4 สัปดาห์
  • ชาบริเวณผิวหนัง — เป็นผลจากการยกเส้นประสาทรับความรู้สึก มักฟื้นตัวภายใน 3–6 เดือน
  • รู้สึกตึงบริเวณผิวหน้า — อาการปกติระหว่างพักฟื้น
  • แผลอักเสบเล็กน้อย — ดูแลด้วยการทำความสะอาดแผลตามที่แพทย์กำหนด

ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม (ต้องแจ้งแพทย์ทันที)

  • เลือดออกใต้ผิวหนัง (Hematoma) — พบได้ประมาณ 1–2% ต้องได้รับการรักษา
  • การติดเชื้อ — พบได้น้อย ป้องกันด้วยการดูแลแผลอย่างถูกต้อง
  • แผลเป็นที่ผิดปกติ — ขึ้นกับลักษณะผิวและการดูแลหลังผ่าตัด

ความเสี่ยงร้ายแรง (พบน้อย แต่ต้องรับทราบ)

  • การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทใบหน้า (Facial Nerve Injury) — พบได้น้อยมากเมื่อทำโดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ อาจทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงชั่วคราวหรือถาวร
  • ความไม่สมมาตรของใบหน้า — อาจพบได้หากกระบวนการหายของแผลไม่สม่ำเสมอ
  • ผิวหนังเนื้อตาย (Skin Necrosis) — พบน้อยมาก มีความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้ที่สูบบุหรี่

สำคัญ: ทุกความเสี่ยงสามารถลดได้อย่างมากด้วยการเลือกโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน ศัลยแพทย์เฉพาะทาง และการดูแลหลังผ่าตัดที่ถูกต้อง

รีวิว ดึงหน้า SMAS

รีวิวดึงหน้า

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

การเตรียมตัวก่อนดึงหน้า SMAS

ก่อนผ่าตัด 2–4 สัปดาห์

  • หยุดสูบบุหรี่ — ลดความเสี่ยงการหายของแผลและการติดเชื้ออย่างมีนัยสำคัญ
  • หยุดยาละลายลิ่มเลือด เช่น Aspirin, Ibuprofen, Warfarin ตามที่แพทย์กำหนด
  • งดอาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามิน E, น้ำมันปลา, โสม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

ก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์

  • เข้ารับการตรวจเลือด ตรวจหัวใจ และประเมินร่างกายโดยอายุรแพทย์หัวใจ
  • หยุดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Retinol หรือ AHA/BHA บริเวณใบหน้า
  • จัดเตรียมที่พักสำหรับช่วงพักฟื้น

วันผ่าตัด

  • งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัด (ตามคำแนะนำของวิสัญญีแพทย์)
  • ไม่แต่งหน้า ไม่ทาครีมหรือโลชั่นใบหน้า
  • สวมเสื้อผ้าที่ถอดได้ง่าย ไม่ต้องสวมทางหัว
  • จัดเตรียมผู้ดูแลสำหรับรับกลับบ้านหลังผ่าตัด

การดูแลหลังทำดึงหน้า SMAS

Timeline การพักฟื้น

  • วันที่ 1–3: พักในโรงพยาบาล บวมและช้ำมากที่สุด อาจมีท่อระบายของเหลวเล็กน้อย แพทย์และพยาบาลดูแลใกล้ชิด ห้ามสัมผัสหรือนวดใบหน้า
  • สัปดาห์ที่ 1–2: บวมเริ่มลดลง ถอดไหมหรือตรวจแผลตามนัด ยังมีรอยช้ำอยู่ ใช้ Cold compress ตามที่แพทย์แนะนำ งดออกกำลังกายหนัก หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
  • สัปดาห์ที่ 2–4: กลับมาทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ บวมลดลงอย่างชัดเจน ยังต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
  • เดือนที่ 1–3: รูปทรงใบหน้าเริ่มชัดเจน บวมเหลือน้อย กลับมาทำงานและใช้ชีวิตปกติได้
  • เดือนที่ 3–6: เห็นผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงสมบูรณ์ เนื้อเยื่อนิ่มและเซ็ตตัวได้ที่
  • เดือนที่ 6–12: เห็นผลลัพธ์เต็มที่ โครงสร้างใบหน้าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

ข้อปฏิบัติสำคัญหลังผ่าตัด

  • นอนหนุนหัวสูง 45 องศา อย่างน้อย 2–3 สัปดาห์ เพื่อลดบวม
  • ห้ามสัมผัส กด หรือนวดใบหน้าก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์
  • ทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุกครั้งที่ออกแดด
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ระหว่างพักฟื้น
  • มาตรวจตามนัดทุกครั้ง

ผลลัพธ์ที่คาดหวังและระยะเวลา

ผลลัพธ์จากดึงหน้าชั้นลึก SMAS มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากการดึงหน้าแบบอื่น ดังนี้:

  • ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยจริง — โดยทั่วไปอาจดูอ่อนกว่าวัยจริง 7–10 ปี แตกต่างกันตามแต่ละบุคคล
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ — ไม่ดูดึงตึงเกิน เนื่องจากแก้ที่โครงสร้างชั้นลึก ไม่ใช่แค่ผิวหนัง
  • ร่องแก้มและแก้มล้วงลดลงอย่างชัดเจน — เส้น Jawline คมชัดขึ้น
  • ผลลัพธ์คงทน — โดยทั่วไปผลลัพธ์อยู่ได้ 7–10 ปี ขึ้นกับอายุ คุณภาพผิว พฤติกรรมการดูแลตัวเอง และกระบวนการชราภาพของแต่ละบุคคล

ปัจจัยที่มีผลต่อความคงทนของผลลัพธ์:

  • การดูแลผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ (ครีมกันแดด, ความชุ่มชื้น)
  • การงดบุหรี่
  • น้ำหนักตัวที่คงที่
  • พันธุกรรมและกระบวนการชราภาพส่วนบุคคล

หมายเหตุ: ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับปัจจัยหลายด้าน กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อรับการประเมินที่เหมาะสมกับคุณ

ดึงหน้าชั้น SMAS ราคาเท่าไหร่

ลูกค้าทุกท่านตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าจะดึงหน้าต้องที่ โรงพยาบาลเอเซีย ทำให้คืนความอ่อนเยาว์ ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง ดูสดใสขึ้นและมีความตึงกระชับ เหมือนได้ย้อนวัย การประเมินใบหน้า และให้คำปรึกษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ที่ โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมดึงหน้า ชั้น SMAS ราคา เริ่มต้นที่ 49,000 บาท

โปรแกรมดึงหน้า

ราคา เริ่มต้น

ดึงคิ้ว-ดึงหางตา 55,000 บาท
ดึงหน้าส่วนกลาง 79,000 บาท
ดึงหน้าส่วนล่าง 79,000 บาท
ดึงหน้าเฉพาะจุด Mini Facelift 49,000 บาท

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

FAQ คำถามที่พบบ่อย

เรารวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้า พร้อมคำตอบแบบละเอียดเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น สามารถปรึกษาส่วนตัวได้กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทาง Line Official ID : @asiacosmetic

คำตอบ : โดยทั่วไปผลลัพธ์อยู่ได้ 7–10 ปี ขึ้นกับอายุ พฤติกรรมการดูแลตัวเอง น้ำหนักตัว และกระบวนการชราภาพของแต่ละบุคคล การดูแลผิวต่อเนื่อง งดบุหรี่ และรักษาน้ำหนักให้คงที่ช่วยยืดอายุผลลัพธ์ได้
คำตอบ : ความเสี่ยงที่พบได้ ได้แก่ บวมช้ำ (พบได้ทุกราย ชั่วคราว), ชาผิวหนัง, เลือดออกใต้ผิวหนัง (Hematoma) พบน้อย และในกรณีที่พบน้อยมาก อาจมีผลต่อเส้นประสาทใบหน้า ความเสี่ยงลดลงอย่างมากเมื่อทำโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์

คำตอบ : พักในโรงพยาบาล 1–2 คืน จากนั้นพักฟื้นที่บ้าน 10–14 วันก่อนกลับมาทำกิจกรรมเบา ๆ สามารถกลับไปทำงานได้ใน 2–3 สัปดาห์ ผลลัพธ์เต็มที่เห็นได้ชัดที่ 3–6 เดือน

คำตอบ : โดยทั่วไปเหมาะสำหรับอายุ 40–70 ปี ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมขึ้นกับสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และสุขภาพโดยรวมมากกว่าอายุเพียงอย่างเดียว
คำตอบ : ได้ ในหลายเคสแพทย์อาจวางแผนทำร่วมกัน เช่น ดึงหน้าส่วนกลาง ดึงหน้าชั้นลึก SMAS และดึงคอในครั้งเดียวกัน ขึ้นกับการประเมินของแพทย์ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ดึงหน้าส่วนกลาง
คำตอบ : ดึงหน้าชั้นลึก SMAS (Deep Plane SMAS Facelift) คือการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าที่เข้าถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง เทคนิคนี้แก้ที่รากต้นเหตุของความหย่อนคล้อย ทำให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและคงทนกว่าการดึงหน้าแบบดั้งเดิม

คำตอบ : Mini Facelift เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก เหมาะกับผู้ที่หย่อนคล้อยน้อย อายุน้อยกว่า ผลลัพธ์คงทน 3–5 ปี ขณะที่ดึงหน้าชั้นลึก SMAS เข้าถึงโครงสร้างลึกกว่า เหมาะกับความหย่อนคล้อยมาก ผลลัพธ์คงทน 7–10 ปี อ่านเพิ่มเติมได้ที่หน้าดึงหน้าส่วนล่าง

คำตอบ : โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3–5 ชั่วโมง ขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัดและความซับซ้อนของแต่ละเคส

คำตอบ : ราคาแตกต่างกันตามปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ ขอบเขตการผ่าตัด เทคนิคที่ใช้ ค่าวิสัญญี ค่าห้องผ่าตัด และค่าพักฟื้นในโรงพยาบาล กรุณาติดต่อโรงพยาบาลเอเซียเพื่อรับการประเมินราคาที่ตรงกับความต้องการของคุณโดยเฉพาะ ที่โรงพยาบาลเอเซีย ราคา ดึงหน้าเริ่มต้น 49,000 บาท

สรุป

  • ดึงหน้าชั้นลึก SMAS คือการผ่าตัดยกกระชับที่เข้าถึงชั้น SMAS เพื่อแก้ต้นเหตุของความหย่อนคล้อย
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าหย่อนคล้อยชัดเจน อายุ 40 ปีขึ้นไป และต้องการผลลัพธ์ที่คงทน
  • ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ไม่ดึงตึงเกิน เนื่องจากแก้ที่โครงสร้างชั้นลึก
  • ความปลอดภัยสูงสุดมาจากทีมแพทย์เฉพาะทาง วิสัญญีแพทย์ และการประเมินก่อนผ่าตัดที่รอบคอบ
  • โรงพยาบาลเอเซียพร้อมให้คำปรึกษาโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรับการประเมินที่ตรงกับโครงสร้างใบหน้าของคุณ นัดหมายแพทย์ โทร. 02-199-9999

ศัลยกรรมดึงหน้า

ช่องทางติดต่อสอบถาม

  • โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง

เลขที่ 1 ซ.รัตนาธิเบศร์ 30 บางกระสอ เมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000

พูดคุยกับเรา

ปรึกษาและสอบถามโปรโมชั่นประจำเดือนนี้