โปรแกรม ดูดไขมันต้นแขน ลดต้นแขนใหญ่ แขนย้วย ให้แขนเรียวกระชับ

สรุปเกี่ยวกับศัลยกรรมดูดไขมันต้นแขน: การดูดไขมันต้นแขน (Arm Liposuction) คือหัตถการผ่าตัดที่ใช้ท่อขนาดเล็กดูดไขมันส่วนเกินออกจากบริเวณต้นแขน เพื่อปรับรูปทรงให้แขนกระชับและสมส่วน แขนเรียวสวย เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมตรงต้นแขนเฉพาะจุด และผิวหนังยังยืดหยุ่นดี ดูดไขมันแขนใช้เวลาทำประมาณ 1-2 ชั่วโมง พักฟื้นเบื้องต้น 1-2 สัปดาห์ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดหลังทำ 3-6 เดือน
Key Takeaways
- ดูดไขมันต้นแขนเป็นการปรับรูปทรงเฉพาะจุด บริเวณต้นแขนโดยเฉพาะ ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก
- เหมาะกับผู้ที่ผิวยืดหยุ่นดี น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือใกล้เคียง
- แผลเล็กมาก ซ่อนได้ในตำแหน่งธรรมชาติของแขน
- ความเสี่ยงที่ต้องรู้ ได้แก่ อาการบวม ชา ผิวไม่เรียบสม่ำเสมอ และภาวะน้ำเหลืองคั่ง (Seroma)
- ไขมันต้นแขนที่ดูดออกไปแล้ว ไม่เพิ่มจำนวนหรือกลับมาสะสมในจุดเดิมได้ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลน้ำหนักระยะยาว
- ดูแลโดยแพทย์ดูดไขมัน และสรีรศาสตร์ นพ.จักรพงศ์ เดชสมบูรณ์รัตน์ (ว.38254) และ ศัลยแพทย์ตกแต่ง นพ.ธนคม ใหลสกุล (ว.19982)
ทำไมไขมันต้นแขน ถึงลดยากกว่าส่วนอื่น?
ต้นแขนด้านหลัง เป็นหนึ่งในบริเวณที่หลายคนออกกำลังกายหนักแค่ไหน ก็ยังรู้สึกว่าไม่หายไปสักที สาเหตุหลักมาจาก 2 อย่าง คือ พันธุกรรม และ ฮอร์โมน ร่างกายแต่ละคนมีรูปแบบการสะสมไขมันที่ต่างกัน บางคนสะสมที่หน้าท้องก่อน บางคนสะสมที่แขนและสะโพกก่อน และมักจะเป็นจุดสุดท้ายที่ลดได้
นอกจากนี้ เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อ Triceps ที่อยู่ด้านหลังแขนมีแนวโน้มอ่อนแรงลง ประกอบกับผิวหนังที่ยืดหยุ่นน้อยลงตามวัย ยิ่งทำให้แขนดูหย่อนคล้อยแม้ไขมันจะไม่ได้มากขึ้น ไขมันบริเวณต้นแขนจัดอยู่ในกลุ่ม ไขมันดื้อ Stubborn Fat ที่มักไม่ตอบสนองต่อการออกกำลังกายหรือการลดน้ำหนักได้ดีเท่าบริเวณอื่น นี่คือเหตุผลที่หลายคนเลือกปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการดูดไขมันต้นแขนครับ
ดูดไขมันต้นแขน คืออะไร
การดูดไขมันต้นแขน (Arm Liposuction) เป็นหัตถการทางศัลยกรรมตกแต่ง ที่ใช้ท่อโลหะขนาดเล็กเรียกว่า แคนนูล่า (Cannula) สอดเข้าไปผ่านแผลขนาดไม่กี่มิลลิเมตร เพื่อดูดชั้นไขมันต้นแขนใต้ผิวหนังออกมา เป้าหมายไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่คือการปรับรูปทรงของแขนให้สัดส่วนดีขึ้น แขนกระชับ แขนเล็กลง
บริเวณที่คนมักดูดไขมันต้นแขนบ่อยที่สุดคือ ด้านหลังต้นแขน (Posterior Upper Arm) ซึ่งเป็นจุดที่ไขมันสะสมมากที่สุดและส่งผลต่อรูปทรงชัดเจนที่สุด เช่น แขนย้วย แขนย้อย ไม่กระชับ แขนใหญ่ ใส่เสื้อผ้าไม่สวยหรือไม่มั่นใจ บางกรณีแพทย์อาจพิจารณาดูดทั้งรอบแขน (360°) เพื่อให้รูปทรงสม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล
ดูดไขมันต้นแขน vs. ตัดหนังส่วนเกินต้นแขน ต่างกันอย่างไร?
คนถามเรื่องนี้บ่อยมาก เพราะอาการที่เห็นคล้ายกัน แต่วิธีแก้ไขนั้นมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน
- ดูดไขมันต้นแขน (Arm Liposuction) เน้นที่การลดปริมาณไขมัน เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสม แต่ผิวยังมีความยืดหยุ่นดี ใช้แผลขนาดเล็กประมาณ 3-5 มม. รอยแผลจึงค่อนข้างเล็กและระยะพักฟื้นสั้นกว่า
- ตัดหนังส่วนเกินต้นแขน (Brachioplasty หรือ Arm Lift) เหมาะกับผู้ที่มีทั้งไขมันสะสมและผิวหนังหย่อนคล้อยมาก เช่น หลังน้ำหนักลดลงมาก การผ่าตัดจะตัดผิวหนังส่วนเกินออก จึงมีแนวแผลยาวกว่าและใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าการดูดไขมันเพียงอย่างเดียว
การดูดไขมันเหมาะกับผู้ที่ผิวยืดหยุ่นดี เนื่องจากผิวสามารถหดตัวกลับได้หลังไขมันถูกดูดออก ส่วนผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยมากอาจเห็นผลดีกว่าหากทำการตัดหนังส่วนเกินต้นแขน บางรายแพทย์อาจแนะนำให้ทำทั้งสองวิธีร่วมกัน ขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพผิวและปริมาณไขมัน Source: Cleveland Clinic — Brachioplasty
ดูดไขมันต้นแขน |
ตัดหนังต้นแขน |
|---|---|
| ลดไขมันสะสมที่ต้นแขน | ลดไขมันและตัดผิวหนังส่วนเกิน |
| เล็กมาก (3-5 มม.) | แผลยาวกว่าตามแนวที่ตัดผิวหนังออก |
| เหมาะกับผิวยืดหยุ่นดี | เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก |
| ระยะพักฟื้น สั้นกว่า แผลเล็กกว่า | พักฟื้นนานกว่า รอยแผลอาจเห็นได้ชัดกว่า |
เทคนิคที่ใช้ในการดูดไขมันต้นแขน
ปัจจุบันมีเทคนิคดูดไขมันต้นแขนให้เลือกหลายแบบ แพทย์จะเลือกตามปริมาณไขมัน สภาพผิว และประสบการณ์ของศัลยแพทย์ เทคนิคที่โรงพยาบาลเอเซียมีหลายเทคนิค มีรายละเอียดดังนี้
- Tumescent Liposuction — ฉีดน้ำเกลือผสมยาชาและยาหดหลอดเลือดก่อนดูด เป็นพื้นฐานของทุกเทคนิค ช่วยลดเลือดออกและทำให้ไขมันสลายตัวง่ายขึ้น
- VASER Liposuction — ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ช่วยสลายและแยกเซลล์ไขมันก่อนดูดออก ทำให้จัดการไขมันในบริเวณที่มีพังผืดหรือชั้นไขมันแน่นได้ง่ายขึ้น สามารถใช้ในการเก็บรายละเอียดรูปร่างและสร้างความชัดเจนของสัดส่วนได้ตามความเหมาะสม
- BodyTite Liposuction — ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ส่งผ่านเนื้อเยื่อเพื่อช่วยจัดการชั้นไขมัน พร้อมทำให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวจากความร้อน จึงเหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมร่วมกับความหย่อนคล้อยของผิวในระดับที่แพทย์ประเมินว่าสามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้
- Power-Assisted Liposuction (PAL) — ใช้ระบบสั่นของหัวดูดช่วยแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อ ทำให้แพทย์เคลื่อน Cannula และควบคุมการดูดไขมันได้สะดวกขึ้น ลดแรงที่ต้องใช้ระหว่างทำหัตถการ โดยเฉพาะบริเวณที่มีไขมันค่อนข้างแน่น
- Laser-Assisted Liposuction (LAL) — ใช้พลังงานเลเซอร์ช่วยสลายไขมันก่อนดูดออก ความร้อนจากเลเซอร์อาจช่วยให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ระดับการกระชับผิวขึ้นอยู่กับคุณภาพผิว อายุ ตำแหน่งที่รักษา และปัจจัยเฉพาะของแต่ละบุคคล
ใครเหมาะกับการดูดไขมันต้นแขน
ต้องพูดตรงๆ ว่าการดูดไขมันต้นแขนไม่ได้เหมาะกับทุกคนครับ ศัลยแพทย์จะประเมินหลายปัจจัยก่อนตัดสินใจว่าจะแนะนำหัตถการนี้หรือไม่
กลุ่มที่เหมาะกับดูดไขมันต้นแขน
- น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือน้ำหนักเกินเล็กน้อย แต่มีไขมันสะสมที่ต้นแขนเฉพาะจุด
- ผิวหนังยังยืดหยุ่นได้ดี สามารถหดตัวกลับหลังดูดไขมัน
- สุขภาพโดยรวมแข็งแรง ไม่มีโรคที่เพิ่มความเสี่ยงในการผ่าตัด
- ไม่สูบบุหรี่ หรือพร้อมหยุดสูบบุหรี่ก่อน-หลังผ่าตัดตามที่แพทย์กำหนด
- มีความคาดหวังที่ตรงกับความเป็นจริง เข้าใจว่าผลลัพธ์อาจต่างกันในแต่ละคน
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม
- ผิวหย่อนคล้อยมาก อาจต้องพิจารณาตัดหนังส่วนเกินต้นแขน (Brachioplasty) แทนหรือร่วมด้วย
- มีโรคเลือดหรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
- มีโรคหัวใจ เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
- ต้องการลดน้ำหนักเป็นเป้าหมายหลัก — หัตถการนี้อาจไม่ใช่คำตอบครับ

ขั้นตอนดูดไขมันต้นแขน
การดูดไขมันต้นแขนส่วนใหญ่ทำแบบ Outpatient (ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล) ขั้นตอนโดยทั่วไปเป็นดังนี้
- ปรึกษาและวางแผนก่อนผ่าตัด — ศัลยแพทย์ประเมินสภาพร่างกาย ตรวจสอบสภาพผิว ตรวจวัดความยืดหยุ่นของผิว วัดสัดส่วน ถ่ายรูป และวางแผนบริเวณที่จะดูด
- ให้ยาชาระงับความรู้สึก — แพทย์จะเลือกระหว่างยาชาเฉพาะที่ ร่วมกับยากล่อมประสาท หรือยาสลบ ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ดูดและความต้องการของผู้รับบริการ
- ฉีด Tumescent Solution — น้ำเกลือผสมยาชา (Lidocaine) และยาหดหลอดเลือดที่บริเวณต้นแขน เพื่อลดเลือดออกและทำให้ไขมันสลายง่าย
- เปิดแผลขนาดเล็ก — แผลประมาณ 3-5 มิลลิเมตร วางในตำแหน่งที่ซ่อนอยู่ตามธรรมชาติ เพื่อให้มองเห็นรอยแผลหลังผ่าตัดน้อยที่สุด
- ดูดไขมัน — ใช้แคนนูล่าสอดไปใต้ชั้นผิวหนัง และเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ผลลัพธ์เรียบ ป้องกันไม่ให้ผิวหนังเป็นหลุมบุ๋มหรือผิวไม่สม่ำเสมอ
- ปิดแผลและพันผ้ากดทับ — หลังดูดเสร็จ แผลจะถูกปิดและพันผ้ากระชับเพื่อช่วยการหดตัวของผิวและลดอาการบวม ช่วยลดบวมและรองรับผิวหนังที่กำลังปรับตัว
โดยทั่วไปใช้เวลาดูดไขมันต้นแขนประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและเทคนิคที่ใช้
ความเสี่ยงและผลข้างเคียง
ทุกการผ่าตัดมีความเสี่ยง รู้ก่อนตัดสินใจจะช่วยให้เตรียมรับมือได้ดีกว่า
ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปและมักหายเอง
- อาการบวมและช้ำบริเวณต้นแขน มักสูงสุดในช่วง 3-5 วันแรก อาการบวมและช้ำเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดหลังดูดไขมันต้นแขน
- ความรู้สึกชาหรือเสียวซ่าชั่วคราวบริเวณแขน ซึ่งมักดีขึ้นเองตามเวลา
- ผิวไม่เรียบสม่ำเสมอในช่วงแรก โดยเฉพาะขณะที่ยังบวมอยู่
- ปวดตื้อๆ สามารถลดปวดได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง
ความเสี่ยงที่พบน้อยแต่ต้องระวัง
- ภาวะน้ำเหลืองคั่ง (Seroma) การสะสมของเหลวใต้ผิวหนัง พบในผู้รับบริการดูดไขมันประมาณ 0.65% หากเกิดขึ้นอาจต้องให้แพทย์ระบายของเหลวออก
- การติดเชื้อ — พบน้อยมาก (ประมาณ 0.02%) ในกรณีที่ดูแลแผลตามคำแนะนำ แต่ถ้าเกิดการติดเชื้อต้องรีบพบแพทย์
- ความไม่สมมาตร (Asymmetry) — มีความเป็นไปได้ที่สองแขนอาจดูไม่เท่ากันหลังผ่าตัด ซึ่งอาจต้องพิจารณาแก้ไขในภายหลัง
- การบาดเจ็บของเส้นประสาท — ถ้ามีอาการแขนตึง กำลังลดลง หรือความรู้สึกเปลี่ยนไปผิดปกติหลังผ่าตัด ควรรีบแจ้งแพทย์ทันที
- ผิวหนังหย่อนหลังดูดไขมัน โดยเฉพาะในผู้ที่ผิวยืดหยุ่นน้อยอยู่แล้ว
สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที: หายใจลำบาก, บวมมากผิดปกติ, มีไข้, มีของเหลวหรือหนองซึมออกจากแผล, ปวดมากขึ้นแทนที่จะลด
เตรียมตัวก่อนดูดไขมันต้นแขน
2–4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- แจ้งประวัติยา อาหารเสริม และโรคประจำตัวทั้งหมด โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น Aspirin, NSAIDs, วิตามิน E, น้ำมันปลา
- งดสูบบุหรี่ เพราะนิโคตินลดการไหลเวียนเลือดและขัดขวางการหายของแผล แพทย์บางท่านแนะนำให้หยุดอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- ตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัดตามที่แพทย์นัด
24–48 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
- งดน้ำและอาหารตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด (โดยปกติงดอาหาร 6–8 ชั่วโมงก่อน หากใช้ยาสลบ)
- เตรียมผู้ดูแลพาไปกลับและดูแลคืนแรกหลังผ่าตัด — อย่าขับรถเอง
- เตรียมเสื้อผ้าแขนกว้างสวมง่าย และปลอกรัดกระชับกล้ามเนื้อแขนที่แพทย์แนะนำ
การพักฟื้นหลังดูดไขมันต้นแขน
ระยะพักฟื้นโดยรวมแบ่งเป็น 3 ช่วงหลัก: Initial Recovery ช่วงพักฟื้นแรก (1–2 สัปดาห์), ช่วงร่างกายฟื้นตัว (4–6 สัปดาห์) และช่วงเห็นผลลัพธ์ชัดขึ้น (3–6 เดือน)
- วันที่ 1–3 (ช่วงบวมสูงสุด)
บวมและช้ำมากที่สุดในช่วงนี้ แนะนำให้ยกแขนสูงกว่าระดับหัวใจบ่อยๆ เพื่อช่วยระบายบวม ใส่ปลอกรัดกระชับกล้ามเนื้อแขนตลอดเวลา ทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง อาการปวดมักไม่รุนแรงมาก ผู้รับบริการส่วนใหญ่อธิบายว่าเป็นความรู้สึกปวดตื้อๆ มากกว่าจะเจ็บแปลบ - สัปดาห์ที่ 1–2 (กลับสู่กิจวัตรเบาๆ)
บวมเริ่มลดลงแต่ยังเห็นอยู่บ้างเล็กน้อย ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับมาทำกิจกรรมเบาๆ ได้ในสัปดาห์ที่สอง ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกกำลังกายที่ใช้แรงแขน และการงอแขนซ้ำๆ - สัปดาห์ที่ 3–6 (อาการบวมลดลงชัดเจน)
เริ่มเห็นรูปทรงแขนเปลี่ยนแปลง อาการบวมลดลงมากกว่าครึ่ง สามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้ตามที่แพทย์อนุญาต แพทย์อาจปรับจากปลอกรัดกระชับกล้ามเนื้อแขนตลอด 24 ชั่วโมง เป็นใส่เฉพาะช่วงกลางวัน - เดือนที่ 3–6 (เห็นผลลัพธ์สุดท้าย)
อาการบวมหายสนิท ผิวหนังปรับตัวตามรูปทรงใหม่ รอยแผลเล็กจางลงอย่างชีดเจน นี่คือช่วงที่เห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงครับ

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้
ไขมันแขนที่ถูกดูดออกไปแล้วจะไม่กลับมาเพิ่มที่จุดเดิม การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยรักษารูปทรงแขนในระยะยาว แต่ถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลังผ่าตัด เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่บริเวณอื่นของแขนอาจขยายตัวและส่งผลต่อรูปทรงโดยรวม
ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ตามจริง คือ แขนมีรูปทรงที่กระชับ สัดส่วนดีขึ้น และสวมใส่เสื้อแขนสั้นได้สบายใจขึ้น ไม่ใช่แขนเรียวเล็กหรือผลลัพธ์เดียวกันกับทุกคน เพราะสภาพผิว อายุ ปริมาณไขมัน และพันธุกรรมล้วนมีผลต่อการรักษา
รีวิวดูดไขมันต้นแขน




ดูดไขมันต้นแขน ราคาเท่าไหร่
โปรแกรมดูดไขมันต้นแขน ที่โรงพยาบาลเอเซีย ราคาเริ่มต้น 29,000 – 99,000 บาท ราคาขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ โดยรายละเอียดราคา มีดังนี้
- ดูดไขมันต้นแขน (น้ำหนักไม่เกิน 60 กก.) ราคาเริ่มต้น 29,000 – 49,000 บาท
- ดูดไขมันต้นแขน (นน. 61-70 กก.) ราคาเริ่มต้น 39,000 – 69,000 บาท
- ดูดไขมันต้นแขน (นน. 71-85 กก.) ราคาเริ่มต้น 49,000 – 89,000 บาท
- ดูดไขมันต้นแขน (นน. 86-100 กก.) ราคาเริ่มต้น 59,000 – 99,000 บาท
- ดูดไขมันต้นแขน (นน. 100 กก. ขึ้นไป) ราคาเริ่มต้น 100,000 บาท
ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ปริมาณไขมันที่ดูด บริเวณที่ทำ (เฉพาะด้านหลัง หรือรอบทั้งแขน) ประเภทยาชา/ยาสลบ เทคนิคที่ใช้ และมาตรฐานสถานพยาบาล
ทีมแพทย์ดูดไขมัน
ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลเอเซีย




มาตรฐานของโรงพยาบาลเอเซีย
- ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง มีประสบการณ์ด้านการดูดไขมันต้นแขน สามารถออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับสรีระของผู้รับบริการ เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับความคาดหวัง
- มาตรฐานสถานพยาบาลระดับสากล โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากล JCI มีระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดทั้งในห้องผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด
- เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
- การดูแลอย่างใกล้ชิด มีระบบดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด การผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ไปจนถึงการติดตามผลและการฟื้นฟูหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
- ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้แนวทางความปลอดภัยทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ทั้งในระหว่างการรักษาและช่วงพักฟื้น
FAQ คำถามที่พบบ่อย
สรุป
การดูดไขมันต้นแขน (Arm Liposuction) เป็นหัตถการที่ช่วยปรับรูปทรงเฉพาะจุด ทางเลือกสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณต้นแขนและมีผิวยืดหยุ่นดี ต้องการปรับรูปทรงให้กระชับโดยที่วิธีการลดน้ำหนักทั่วไปไม่สามารถเห็นผลได้ หัตถการนี้ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานหากรักษาน้ำหนักให้คงที่ แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ก่อนตัดสินใจ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ผู้ได้รับวุฒิบัตรโดยตรง เพื่อให้ได้รับการประเมินตามสภาพร่างกายจริง และรับทราบข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
ปรึกษาทีมแพทย์โรงพยาบาลเอเซีย ได้ที่ Line Official @asiacosmetic หรือ คลิกที่นี่เพื่อปรึกษาคุณหมอของเรา
อ้างอิง
- American Society of Plastic Surgeons (ASPS) https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/liposuction
- Cleveland Clinic — Brachioplasty Overview http://my.clevelandclinic.org
- Wikipedia — Brachioplasty http://en.wikipedia.org/wiki/Brachioplasty
- International Society of Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS) https://www.isaps.org/
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผลลัพธ์จากการทำหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดหรือหัตถการใดๆ
บริษัท โรงพยาบาลเอเซียคอสเมติก จำกัด เลขที่จดทะเบียนบริษัท: 0125557002137 | เลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการ: 10202000359 | เลขที่อนุมัติ ฆสพ.นบ 280/2569

ช่องทางติดต่อสอบถาม
5 ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000








