ศัลยกรรมปรับโครงหน้า
ศัลยกรรมหน้าอก
ศัลยกรรมดูดไขมัน
ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง
ศัลยกรรมเสริมจมูก
ศัลยกรรมดึงหน้า

กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ

บริษัท โรงพยาบาลคอสเมติก จำกัด จะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด

  • อัปเดตล่าสุดเมื่อ: กันยายน 9, 2026 | บทความนี้ตรวจสอบโดย นพ.ธนคม ใหลสกุล ศัลยแพทย์ตกแต่ง

ปรึกษาศัลยกรรม

ปรึกษาศัลยกรรม

ดูดไขมันต้นแขน (Arm Liposuction) คืออะไร? ขั้นตอน การพักฟื้นที่ และความเสี่ยง

ดูดไขมันต้นแขน

สรุปสั้น / Quick Answer: การดูดไขมันต้นแขน (Arm Liposuction) คือหัตถการทางศัลยกรรมที่ใช้เครื่องดูดไขมันส่วนเกินออกจากบริเวณต้นแขน เพื่อให้แขนมีรูปทรงที่กระชับและสมส่วนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณต้นแขนโดยที่ผิวหนังยังมีความยืดหยุ่นดี โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง และมีระยะพักฟื้นเบื้องต้นประมาณ 1–2 สัปดาห์

ดูดไขมันต้นแขน คืออะไร?

การดูดไขมันต้นแขน (Arm Liposuction หรือ Upper Arm Liposuction) คือหัตถการทางศัลยกรรมตกแต่ง (Cosmetic Surgery) ที่ใช้ท่อขนาดเล็กเรียกว่า แคนนูล่า (Cannula) สอดเข้าไปผ่านแผลเล็กๆ บริเวณต้นแขน เพื่อดูดไขมันส่วนเกินออกมา หัตถการนี้มีจุดประสงค์เพื่อปรับรูปทรงแขนให้กระชับ ลดส่วนที่ตุ้ยหรือหย่อนคล้อยจากการสะสมของไขมัน

ไขมันบริเวณต้นแขนด้านหลัง (Posterior Upper Arm) เป็นหนึ่งในบริเวณที่ลดได้ยากด้วยการออกกำลังกายหรือการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว เนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรมและฮอร์โมนมีผลต่อการกระจายตัวของไขมันในบริเวณนี้ การดูดไขมันจึงเป็นทางเลือกที่ศัลยแพทย์พิจารณาเมื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล

ความแตกต่างระหว่างดูดไขมันต้นแขนกับการตัดหนังส่วนเกิน

หัตถการสองประเภทนี้มักถูกสับสน แต่มีความแตกต่างที่สำคัญ การดูดไขมันต้นแขน (Arm Liposuction) เน้นที่การลดปริมาณไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวหนังยังยืดหยุ่นดีพอ ส่วนการตัดหนังส่วนเกินต้นแขน (Brachioplasty หรือ Arm Lift) เหมาะสำหรับผู้ที่มีทั้งไขมันและผิวหนังที่หย่อนคล้อยมาก เช่น หลังการลดน้ำหนักจำนวนมาก

หัวข้อ  ดูดไขมันต้นแขน (Arm Liposuction) ตัดหนังต้นแขน
จุดประสงค์  ลดไขมัน ลดทั้งไขมันและผิวหนังส่วนเกิน
แผล เล็กมาก (< 1 ซม.)  แผลยาวตลอดแขน
เหมาะกับ ผิวยืดหยุ่นดี ผิวหย่อนคล้อยมาก
ระยะพักฟื้น  สั้นกว่า  นานกว่า

เทคนิคที่ใช้ในการดูดไขมันต้นแขน

ศัลยแพทย์อาจเลือกใช้เทคนิคหลายแบบขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและสภาพผิว เทคนิคที่พบบ่อยได้แก่ Tumescent Liposuction ซึ่งฉีดน้ำเกลือผสมยาชาและยาหดหลอดเลือดเข้าบริเวณที่จะดูด เพื่อลดเลือดออกและเพิ่มความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีเทคนิค Laser-Assisted Liposuction (LAL) และ Power-Assisted Liposuction (PAL) ที่ช่วยให้แคนนูล่าสลายไขมันได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์เป็นรายบุคคล

  • ดูดไขมันด้วยเลเซอร์ (Laser Liposuction) : เป็นเทคนิคที่ใช้พลังงานเลเซอร์ช่วยทำให้ไขมันอ่อนตัวก่อนดูดออกจากร่างกาย ช่วยให้แพทย์นำไขมันออกได้สะดวกขึ้น และอาจลดการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อรอบข้างในบางราย

  • ดูดไขมันด้วยคลื่นเสียง (Ultrasound Liposuction) : เป็นวิธีที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงช่วยสลายและแยกชั้นไขมันก่อนดูดออก เหมาะกับบริเวณที่มีไขมันสะสมมาก หรือต้องการปรับสัดส่วนอย่างละเอียด โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปริมาณไขมัน และดุลยพินิจของแพทย์

  • เทคนิคดั้งเดิม (Tumescent Liposuction) : เป็นการฉีดสารละลายที่มีน้ำเกลือ ยาชา และยาช่วยหดหลอดเลือดเข้าสู่บริเวณที่ต้องการดูดไขมัน เพื่อให้ชั้นไขมันแยกตัว ลดการเสียเลือด และช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์

ใครเหมาะกับการดูดไขมันต้นแขน

การดูดไขมันต้นแขนไม่ใช่วิธีการลดน้ำหนัก แต่เป็นการปรับรูปทรงเฉพาะจุด ศัลยแพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมจากปัจจัยหลายด้าน ผู้ที่เหมาะสมกับหัตถการนี้โดยทั่วไปมีลักษณะดังนี้

ผู้ที่เหมาะกับการดูดไขมันแขน:

  • ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณต้นแขนมาก แม้จะพยายามลดน้ำหนักหรือออกกำลังกาย ไขมันก็ไม่ลดลง
  • ผู้ที่มีต้นแขนใหญ่ ไม่สมส่วนกับร่างกาย
  • ผู้ที่มีผิวหนังบริเวณต้นแขนหย่อนคล้อย ไม่กระชับ

เกณฑ์ที่เหมาะสม (Indications):

  • น้ำหนักใกล้เคียงน้ำหนักที่เหมาะสม (BMI ปกติถึงน้ำหนักเกินเล็กน้อย) และมีไขมันสะสมเฉพาะจุดบริเวณต้นแขน
  • ผิวหนังมีความยืดหยุ่น (Skin Elasticity) ดีพอ สามารถหดตัวกลับได้หลังดูดไขมัน
  • สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้าม
  • ไม่สูบบุหรี่ หรือสามารถหยุดสูบบุหรี่ก่อนและหลังการผ่าตัดได้ตามที่แพทย์กำหนด

ข้อห้ามและกลุ่มที่ควรระวัง :

  • ผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยมาก (อาจต้องพิจารณาการตัดหนังต้นแขนแทนหรือร่วมด้วย)
  • ผู้ที่มีโรคเลือดหรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (Coagulation Disorders)
  • ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีความคาดหวังเกินจริงหรือต้องการลดน้ำหนักเป็นหลัก
ดูดไขมัน

ขั้นตอนการดูดไขมันต้นแขน

การดูดไขมันต้นแขนดำเนินการภายใต้การดูแลของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมวิสัญญีแพทย์ (Anesthesiologist) โดยมีขั้นตอนโดยทั่วไปดังนี้

  1. การปรึกษาและวางแผนก่อนผ่าตัด ศัลยแพทย์จะประเมินสภาพร่างกาย ตรวจวัดความยืดหยุ่นของผิว ถ่ายรูป และกำหนดบริเวณที่จะดูด
  2. การให้ยาชาระงับความรู้สึก ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและการตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วย อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthesia) ร่วมกับยากล่อมประสาท (Sedation) หรือยาสลบ (General Anesthesia)
  3. การฉีด Tumescent Solution ศัลยแพทย์ฉีดน้ำเกลือผสมยาชา (Lidocaine) และยาหดหลอดเลือด (Epinephrine) เข้าบริเวณที่จะดูด เพื่อลดเลือดออกและทำให้ไขมันสลายตัวง่ายขึ้น
  4. การเปิดแผลขนาดเล็ก ศัลยแพทย์เปิดแผลขนาดประมาณ 3–5 มิลลิเมตร บริเวณที่ซ่อนอยู่ตามธรรมชาติของแขน
  5. การดูดไขมัน สอดแคนนูล่าเข้าไปและเคลื่อนไหวในรูปแบบพัดเพื่อดูดไขมันออกอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันไม่ให้ผิวหนังเป็นหลุมบุ๋มหรือไม่สม่ำเสมอ
  6. การปิดแผลและพันผ้ากดทับ (Compression Garment) หลังดูดเสร็จ แผลจะถูกปิดและใส่ชุดรัดกระชับเพื่อช่วยการหดตัวของผิวและลดอาการบวม

โดยทั่วไปหัตถการนี้ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและเทคนิคที่ใช้

ผลข้างเคียงของการดูดไขมันต้นแขน

การดูดไขมันต้นแขนเป็นหัตถการที่ต้องผ่าตัด จึงมีความเสี่ยงที่ผู้รับบริการต้องรับทราบอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ความเสี่ยงแบ่งออกเป็นสองระดับ

ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้ :

  • อาการบวม (Swelling) และช้ำเลือด (Bruising) หลังผ่าตัด ซึ่งจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 2–6 สัปดาห์
  • ความรู้สึกชาหรือเสียวซ่าบริเวณต้นแขนชั่วคราว
  • ผิวหนังไม่เรียบสม่ำเสมอ (Skin Irregularities) ในระยะแรก
  • อาการปวดและไม่สบายบริเวณแผลในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก
  • รอยแผลเป็นขนาดเล็ก ซึ่งจะจางลงตามเวลา

หมายเหตุสำคัญ: ความเสี่ยงและผลข้างเคียงมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวม ปริมาณไขมัน เทคนิคที่ใช้ และประสบการณ์ของศัลยแพทย์ การปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์โดยตรงเป็นสิ่งจำเป็นก่อนตัดสินใจ

เตรียมตัวก่อนดูดไขมันต้นแขน

การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดความเสี่ยงและเอื้อให้กระบวนการพักฟื้นเป็นไปอย่างราบรื่น ศัลยแพทย์จะแนะนำแนวทางเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปมีดังนี้

2–4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด:

  1. หยุดยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (Aspirin), ยาต้านการอักเสบ NSAIDs, วิตามิน E, น้ำมันปลา ตามคำแนะนำของแพทย์
  2. งดสูบบุหรี่ (Smoking) เพราะนิโคตินลดการไหลเวียนของเลือดและขัดขวางการหายของแผล
  3. แจ้งประวัติยาและโรคประจำตัวทั้งหมดอย่างครบถ้วน

24–48 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด:

  • งดน้ำและอาหารตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด (โดยทั่วไป งดอาหาร 6–8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด หากใช้ยาสลบ)
  • เตรียมผู้ดูแลพาไปกลับสถานพยาบาลและดูแลในคืนแรกหลังผ่าตัด
  • เตรียมเสื้อผ้าหลวม ๆ และชุดรัดกระชับ (Compression Sleeve) ตามที่แพทย์แนะนำ

การดูแลตัวหลังดูดไขมันต้นแขน

การพักฟื้นหลังดูดไขมันต้นแขนมีความสำคัญมากต่อผลลัพธ์สุดท้าย โดยมีแนวทางโดยทั่วไปดังนี้

วันที่ 1–3 หลังผ่าตัด:

บริเวณแขนจะมีอาการบวมและช้ำมากที่สุดในช่วงนี้ ควรยกแขนให้สูงกว่าระดับหัวใจเพื่อลดอาการบวม ใส่ชุดรัดกระชับ (Compression Garment) ตลอดเวลาตามคำแนะนำแพทย์ และพักผ่อนให้เพียงพอ

สัปดาห์ที่ 1–2:

อาการบวมและช้ำเริ่มลดลง ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงานออฟฟิศที่ไม่ต้องออกแรงมากได้ภายใน 5–7 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักและกิจกรรมที่ใช้แรงแขนมาก

สัปดาห์ที่ 3–6:

อาการบวมลดลงอย่างเห็นได้ชัด สามารถออกกำลังกายเบา ๆ ได้ตามที่แพทย์อนุญาต ยังควรใส่ชุดรัดกระชับต่อตามคำแนะนำ

เดือนที่ 3–6:

รูปทรงของแขนจะเห็นชัดเจนมากขึ้นเมื่ออาการบวมหายสนิท ผิวหนังจะค่อย ๆ ปรับตัวและหดตัวตามรูปทรงใหม่

เดือนที่ 6–12:

ผลลัพธ์สุดท้ายจะเห็นชัดที่สุดในช่วงนี้ รอยแผลเล็กก็จะจางลงอย่างมีนัยสำคัญ

ศัลยกรรมดูดไขมัน

ราคาดูดไขมันต้นแขน

ค่าใช้จ่ายสำหรับการดูดไขมันต้นแขนมีความหลากหลายและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ได้แก่ ความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ เทคนิคที่เลือกใช้ ปริมาณไขมันที่ดูด ประเภทยาชา/ยาสลบ สถานที่และมาตรฐานสถานพยาบาล รวมถึงค่าบริการหลังผ่าตัด

ที่ โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมดูดไขมันต้นแขน ราคา เริ่มต้นที่ 19,000 บาท สอบถามโปรโมชั่นและรับส่วนลดได้ที่ Line Official @asiacosmetic

โปรแกรมดูดไขมัน

ราคา เริ่มต้น

ดูดไขมันต้นแขน 29,000 บาท
ดูดไขมันต้นขา (ขานอก-ขาใน) 49,000 บาท
ดูดไขมันหน้าท้อง 49,000 บาท
ดูดไขมันปีกหลัง 29,000 บาท

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

รีวิวดูดไขมันต้นแขน

รีวิวดูดไขมันต้นแขน-ดูดไขมันต้นแขน Arm Liposuction
รีวิวดูดไขมันต้นแขน
รีวิวดูดไขมันต้นแขน
รีวิวดูดไขมันต้นแขน

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

ผลลัพธ์ที่คาดหวังและระยะเวลา

การดูดไขมันต้นแขนมีจุดประสงค์เพื่อปรับรูปทรง ไม่ใช่การลดน้ำหนัก ผลลัพธ์ที่คาดหวังโดยทั่วไปคือแขนมีรูปทรงที่สมส่วน กระชับ และสวมใส่เสื้อผ้าได้สบายขึ้น

ผลลัพธ์จะมีความยั่งยืนหากดูแลน้ำหนักให้คงที่ เนื่องจากเซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมา แต่หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากหลังการผ่าตัด เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่บริเวณอื่นในร่างกายอาจขยายตัวและส่งผลต่อรูปทรงโดยรวมได้ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความยืดหยุ่นของผิว อายุ ปริมาณไขมันที่ดูด และการดูแลหลังผ่าตัด และอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

FAQ คำถามที่พบบ่อย

A: ระหว่างผ่าตัดจะได้รับยาชาหรือยาสลบ จึงไม่รู้สึกเจ็บในขณะนั้น หลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดตื้อ ๆ และไม่สบายบริเวณแขน ซึ่งสามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง ส่วนใหญ่อาการปวดจะลดลงภายใน 5–7 วัน

A: การดูดไขมันเป็นการกำจัดเซลล์ไขมันออกจากบริเวณเฉพาะ เพื่อปรับรูปทรงไม่ใช่เพื่อลดน้ำหนักโดยรวม น้ำหนักตัวอาจลดลงเพียงเล็กน้อยหลังผ่าตัด ผู้ที่เหมาะสมกับหัตถการนี้ควรมีน้ำหนักใกล้เคียงค่าเหมาะสมอยู่แล้ว

A: โดยทั่วไปผู้ที่ทำงานออฟฟิศสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 5–7 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำ

A: เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปแล้วจะไม่กลับมา อย่างไรก็ตาม หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังผ่าตัด รูปทรงแขนอาจเปลี่ยนแปลงได้ การรักษาน้ำหนักให้คงที่และดูแลสุขภาพต่อเนื่องช่วยให้ผลลัพธ์ยาวนาน

A: ผู้ที่ผิวยืดหยุ่นดีมักไม่มีปัญหาผิวหย่อนหลังผ่าตัด แต่ในผู้ที่อายุมากหรือผิวยืดหยุ่นน้อยอยู่แล้ว อาจมีผิวหนังหย่อนบ้างหลังไขมันถูกดูดออก ซึ่งศัลยแพทย์จะประเมินและแนะนำทางเลือกที่เหมาะสมในขั้นตอนการปรึกษา

A: ในช่วงพักฟื้น (ประมาณ 4–6 สัปดาห์แรก) ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้แขนหนัก หลังจากนั้นสามารถค่อย ๆ กลับมาออกกำลังกายได้ตามที่แพทย์อนุญาต การออกกำลังกายสม่ำเสมอหลังพักฟื้นครบช่วยรักษารูปทรงแขนในระยะยาว

A: ผู้ที่ไม่เหมาะสมได้แก่ ผู้ที่มีโรคเลือด หัวใจ หรือโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูง ผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยมาก ผู้ที่ตั้งครรภ์ และผู้ที่มีความคาดหวังเกินจริง ทั้งนี้ การประเมินโดยศัลยแพทย์โดยตรงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจ

A: โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องทำซ้ำหากน้ำหนักคงที่ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีที่ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอหรือมีไขมันที่ต้องการปรับเพิ่มเติม ศัลยแพทย์อาจพิจารณาหัตถการเสริมได้ในภายหลัง

สรุป

การดูดไขมันต้นแขน (Arm Liposuction) เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดบริเวณต้นแขนและมีผิวยืดหยุ่นดี ต้องการปรับรูปทรงให้กระชับโดยที่วิธีการลดน้ำหนักทั่วไปไม่สามารถเห็นผลได้ หัตถการนี้ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานหากรักษาน้ำหนักให้คงที่ แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

สิ่งสำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจคือการปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง เพื่อรับการประเมินสภาพร่างกายและรับทราบข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลเอเซีย

โรงพยาบาลเอเซียได้การรับรองมาตรฐาน-JCI
อายุรแพทย์หัวใจ-ประเมินก่อนการผ่าตัดทุกเคส
ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์-ดูแลตลอดการผ่าตัด

จุดเด่นของการดูดไขมันต้นแขนกับโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเซีย

  • ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง มีประสบการณ์ด้านการดูดไขมันต้นแขน สามารถออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับสรีระของผู้รับบริการ เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับความคาดหวัง
  • มาตรฐานสถานพยาบาลระดับสากล โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากล JCI มีระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดทั้งในห้องผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด
  • เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
  • การดูแลอย่างใกล้ชิด มีระบบดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด การผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ไปจนถึงการติดตามผลและการฟื้นฟูหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
  • ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้แนวทางความปลอดภัยทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ทั้งในระหว่างการรักษาและช่วงพักฟื้น
ศัลยกรรมดูดไขมัน

ช่องทางติดต่อสอบถาม

  • โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง

เลขที่ 1 ซ.รัตนาธิเบศร์ 30 บางกระสอ เมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000

พูดคุยกับเรา

ปรึกษาและสอบถามโปรโมชั่นประจำเดือนนี้