ศัลยกรรมปรับโครงหน้า
ศัลยกรรมหน้าอก
ศัลยกรรมดูดไขมัน
ตัดหนังหน้าท้อง
ศัลยกรรมเสริมจมูก
ศัลยกรรมดึงหน้า

กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ

บริษัท โรงพยาบาลคอสเมติก จำกัด จะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด

ปรึกษาศัลยกรรม

ปรึกษาศัลยกรรม

โปรแกรม ศัลยกรรมคาง เสริมคาง แก้คางสั้น ปรับรูปหน้าเรียวสวย

ศัลยกรรมเสริมคาง-เสริมคาง

สรุปสั้น/Quick Answer: เสริมคาง (Chin Implant หรือ Mentoplasty) คือการผ่าตัดปรับโครงสร้างกระดูกคางให้ได้รูปทรงและสัดส่วนตามที่ต้องการ โดยใส่ซิลิโคนเสริมคาง หรือใช้ฟิลเลอร์ในกรณีที่ไม่ต้องการผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีคางสั้น คางเล็ก หรือต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุล ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 45–90 นาที ระยะพักฟื้นเบื้องต้น 7–14 วัน เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 1–3 เดือน

Key Takeaways:
  • เสริมคาง คือการผ่าตัดปรับโครงสร้างกระดูกคางโดยใส่ซิลิโคน (ถาวร) หรือฉีดฟิลเลอร์ (ชั่วคราว) เพื่อให้ใบหน้าได้สัดส่วนและดูเรียวขึ้น
  • เสริมคางทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น เสริมจมูก ตัดกราม ร้อยไหม หรือฉีดโบท็อกซ์ปรับรูปหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่สมดุลยิ่งขึ้น
  • เสริมคางเหมาะกับ ผู้ที่มีคางสั้น คางเล็ก หรือคางถอยหลัง อายุ 20 ปีขึ้นไป สุขภาพแข็งแรง และต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้เป็น V-shape โดยไม่ตัดกราม
  • ก่อนเสริมคางควร งดยาละลายลิ่มเลือดและอาหารเสริมอย่างน้อย 2 สัปดาห์ งดสูบบุหรี่ และงดอาหาร-น้ำก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
  • หลังเสริมคางควร นอนศีรษะสูง ประคบเย็น รับประทานอาหารอ่อน และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์
  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ บวมและช้ำบริเวณคาง (หายเองใน 1-2 สัปดาห์) และอาจมีอาการชาเล็กน้อยที่มักหายใน 3-6 เดือน
  • ดูแลโดย ศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง นพ.ทนงศักดิ์ ปัญญาวิรุฬห์โรจน์ (ว.22884) ราคาเริ่มต้น 45,000 บาท

เสริมคาง คืออะไร?

เสริมคาง หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า Mentoplasty หรือ Chin Augmentation คือหัตถการศัลยกรรมตกแต่งเพื่อปรับโครงสร้างและรูปทรงของกระดูกคางให้สมดุลกับโครงหน้าโดยรวม ซึ่งเป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยสร้าง V-shape และทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น

ในทางการแพทย์ความงาม การพิจารณาสัดส่วนใบหน้าที่สมดุลนิยมอ้างอิงจาก Golden Ratio ซึ่งกำหนดให้คางควรอยู่ในระดับที่สัมพันธ์กับริมฝีปากและจมูก หากคางสั้นหรือเล็กกว่าสัดส่วนมาตรฐาน ใบหน้าจะดูไม่สมดุลและขาดความคมชัด

สัดส่วนใบหน้า-เสริมคาง

ประเภทของการเสริมคาง

การเสริมคางในปัจจุบันมี 2 วิธีหลัก ที่แพทย์จะแนะนำตามสภาพกระดูกและความต้องการของแต่ละบุคคล

  1. เสริมคาง ด้วยซิลิโคน (Chin Implant / Silicone Mentoplasty) — ใส่ซิลิโคนรูปทรงคางเข้าไปในช่องว่างระหว่างกระดูกกับเนื้อเยื่อ ผลลัพธ์ถาวร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงชัดเจนและยั่งยืน
  2. เสริมคาง ด้วยฟิลเลอร์ (Filler Chin Augmentation) — ฉีดสาร Hyaluronic Acid เพื่อเพิ่มปริมาตรบริเวณคาง ไม่ต้องผ่าตัด พักฟื้นสั้น แต่ผลชั่วคราว ต้องทำซ้ำทุก 12–18 เดือน
หัวข้อ เสริมคาง ด้วยซิลิโคน เสริมคาง ด้วยฟิลเลอร์
ความถาวร ถาวร (ตลอดชีวิต) ชั่วคราว (12–18 เดือน)
การผ่าตัด ต้องผ่าตัด ไม่ต้องผ่าตัด (ฉีด)
ระยะพักฟื้น 7–14 วัน 1–3 วัน
ความยืดหยุ่น ถอดออกได้ถ้าต้องการแก้ไข ละลายได้ด้วย Hyaluronidase
เหมาะกับ ต้องการผลถาวร, ปรับโครงสร้างชัดเจน ทดลองรูปทรง, บวมน้อย
ราคาระยะยาว คุ้มค่ากว่าในระยะยาว ต้องทำซ้ำทุก 1–2 ปี

เสริมคาง เหมาะกับใคร?

การเสริมคางเหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • คางสั้น คางเล็ก หรือคางถอย (ทำให้ใบหน้าดูกลม หรือคอดูสั้น
  • ต้องการสร้างสัดส่วน V-shape ให้ใบหน้า โดยไม่ต้องการตัดกราม
  • ต้องการให้ใบหน้าดูมีมิติ คมขึ้น และสมดุลระหว่างจมูก ริมฝีปาก และคาง
  • ผู้ที่มีปัญหาคางหลุบ หน้าสั้น ใบหน้ากว้าง ไม่สมส่วน
เสริมคาง-เหมาะกับใคร

การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วยซิลิโคนทางการแพทย์ เป็นหัตถการที่ช่วยปรับรูปคางและสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมดุลมากขึ้น โดยแพทย์จะเลือกชนิดและรูปทรงของซิลิโคนให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าเดิม ปัญหาของคาง และผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการ ซึ่งโดยทั่วไปซิลิโคนเสริมคางสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะหลัก ได้แก่ ซิลิโคนขาสั้น และซิลิโคนขายาว

1. ซิลิโคนขาสั้น

ซิลิโคนขาสั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานโครงสร้างคางค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่ต้องการเพิ่มความยาวหรือปรับเฉพาะบริเวณปลายคางให้ได้สัดส่วนมากขึ้น ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวยาวและสมดุลขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างบริเวณกรอบหน้ามากนัก

ซิลิโคนลักษณะนี้มักเหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมปลายคางให้ดูชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยควรเลือกใช้ซิลิโคนที่มีความนิ่มในระดับปานกลาง เพื่อให้รับกับเนื้อเยื่อบริเวณคางได้ดี และช่วยให้ผลลัพธ์หลังเสริมดูละมุน ไม่แข็งหรือเป็นแท่งจนเกินไป

ซิลิโคนเสริมคาง-เสริมคาง

2. ซิลิโคนขายาว

ซิลิโคนขายาวเป็นซิลิโคนที่มีส่วนขาวางยาวและโค้งครอบไปตามแนวกระดูกบริเวณปลายคาง ช่วยให้ซิลิโคนแนบไปกับโครงสร้างกรอบหน้าได้ดี และอยู่ในองศาที่รับกับแนวกรามมากขึ้น จึงช่วยลดโอกาสเกิดรอยต่อระหว่างแก้มกับคาง ทำให้ใบหน้าดูต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติมากกว่า

จุดเด่นของซิลิโคนขายาว คือส่วนขาของซิลิโคนสามารถช่วยพยุงและล็อกตำแหน่งกับกระดูกคางได้ดี ลดความเสี่ยงที่ซิลิโคนจะเลื่อน ต่ำ ห้อย หรือเอียงหลังผ่าตัด อีกทั้งยังช่วยครอบแนวกระดูกคางเพื่อเพิ่มความมั่นคง และช่วยป้องกันปัญหาคางเบี้ยวหรือคางเอียงได้ในระดับหนึ่ง

ซิลิโคนขายาวเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย หรือคางเหลี่ยมค่อนข้างชัดเจน รวมถึงผู้ที่ต้องการปรับช่วงคางให้เชื่อมต่อกับแนวกรามอย่างกลมกลืน เนื่องจากตัวซิลิโคนสามารถครอบคลุมบริเวณรอยต่อของคางและกรอบหน้าได้มากกว่า ช่วยให้รูปหน้าโดยรวมดูได้สัดส่วน เรียวสมดุล และรับกับโครงหน้ามากขึ้น

ทั้งนี้ การเลือกซิลิโคนเสริมคางควรประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าเดิม ความหนาของเนื้อคาง ลักษณะกระดูก และเป้าหมายของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

เสริมคาง-แผลในปาก-แผลนอกปาก

เสริมคาง เทคนิคแผลนอก

การเสริมคางเทคนิคแผลนอก เป็นวิธีการเสริมคางโดยศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณใต้คาง ซึ่งโดยทั่วไปแผลจะมีขนาดไม่เกินประมาณ 3 เซนติเมตร จากนั้นจึงใส่ซิลิโคนทางการแพทย์เข้าไปยังตำแหน่งที่วางแผนไว้ เพื่อปรับรูปทรงคางให้ได้สัดส่วนมากขึ้น ก่อนเย็บปิดแผลอย่างประณีต โดยขั้นตอนการผ่าตัดมักใช้เวลาประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับโครงสร้างคางและเทคนิคของแพทย์แต่ละราย

ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

การเสริมคางแบบแผลนอกมีข้อดีในด้านการมองเห็นตำแหน่งผ่าตัดได้ชัดเจน ทำให้แพทย์สามารถวางซิลิโคนได้อย่างแม่นยำ และปรับแต่งรูปทรงคางได้หลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นองศาของคาง ความยาว หรือความสมดุลของปลายคาง รวมถึงสามารถตกแต่งผิวหนังบริเวณใต้คางได้ในบางกรณี

นอกจากนี้ แผลผ่าตัดยังอยู่ภายนอกช่องปาก จึงดูแลความสะอาดได้ง่ายกว่า ลดโอกาสการปนเปื้อนจากน้ำลายหรือแบคทีเรียในช่องปาก ทำให้มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าบางเทคนิค แผลมีขนาดเล็ก ฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว และช่วยให้การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดทำได้สะดวกมากขึ้น

อีกหนึ่งจุดเด่นคือ เทคนิคแผลนอกมักรบกวนกล้ามเนื้อและเส้นประสาทบริเวณคางน้อยกว่าในบางกรณี จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมคางให้ได้ตำแหน่งซิลิโคนที่มั่นคง ควบคุมรูปทรงได้ดี และลดความยุ่งยากในการดูแลแผลหลังผ่าตัด

ข้อจำกัดของการเสริมคางแผลนอก

ข้อจำกัดที่ควรพิจารณาของการเสริมคางแผลนอก คืออาจมีรอยแผลบริเวณใต้คางหลังผ่าตัด แม้ตำแหน่งแผลจะอยู่ในจุดที่สังเกตเห็นได้ไม่ชัด แต่ในบางรายอาจเกิดรอยแผลเป็นหรือแผลเป็นนูนได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเป็นคีลอยด์ง่าย หรือมีการดูแลแผลหลังผ่าตัดไม่เหมาะสม

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเสริมคางด้วยเทคนิคแผลนอก ควรเข้ารับการประเมินกับศัลยแพทย์ เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ลักษณะผิว ประวัติการเกิดแผลเป็น และเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

เสริมคาง เทคนิคแผลใน

การเสริมคางเทคนิคแผลใน เป็นวิธีการเสริมคางที่ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณภายในช่องปาก โดยตำแหน่งแผลมักอยู่บริเวณร่องเหงือกระหว่างเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลโดยทั่วไปประมาณ 2 เซนติเมตร หรืออาจปรับตามขนาดและรูปทรงของซิลิโคนที่ใช้

หลังจากเปิดแผลแล้ว แพทย์จะทำการแยกชั้นเยื่อหุ้มกระดูกบริเวณขอบล่างของคาง เพื่อสร้างช่องว่างสำหรับวางซิลิโคน จากนั้นจึงใส่ซิลิโคนทางการแพทย์เข้าไปยังตำแหน่งที่วางแผนไว้ให้เหมาะสมกับโครงสร้างคางและรูปหน้า ก่อนเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย โดยขั้นตอนการผ่าตัดมักใช้เวลาประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละเคส

ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

จุดเด่นของการเสริมคางด้วยเทคนิคแผลใน คือไม่เห็นรอยแผลเป็นจากภายนอก เนื่องจากแผลผ่าตัดซ่อนอยู่ภายในช่องปาก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องรอยแผลบริเวณใต้คาง หรือไม่ต้องการให้มีแผลภายนอกหลังผ่าตัด

เทคนิคนี้ช่วยให้ภาพรวมภายนอกของใบหน้าดูเรียบเนียน ไม่มีร่องรอยการผ่าตัดที่สังเกตเห็นได้ชัดจากภายนอก หากดูแลแผลอย่างเหมาะสมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็สามารถช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ข้อจำกัดของการเสริมคางแผลใน

แม้การเสริมคางแผลในจะมีข้อดีเรื่องการซ่อนรอยแผล แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาเช่นกัน โดยแผลภายในช่องปากมักมีขนาดค่อนข้างกว้างเมื่อเทียบกับบางเทคนิค และอยู่ในบริเวณที่ต้องสัมผัสกับน้ำลาย เศษอาหาร และแบคทีเรียในช่องปาก จึงอาจมีโอกาสเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ หากดูแลความสะอาดไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ บริเวณที่วางซิลิโคนอยู่ใกล้กับกล้ามเนื้อที่มีการขยับบ่อยจากการพูด เคี้ยวอาหาร หรือแสดงสีหน้า จึงอาจมีโอกาสที่ซิลิโคนจะเคลื่อนตำแหน่งได้มากขึ้นในบางราย โดยเฉพาะหากมีการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น หรือไม่ได้ปฏิบัติตามข้อแนะนำหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสม

เสริมคาง

ขั้นตอนเสริมคาง

โรงพยาบาลเอเซียดำเนินงานตามมาตรฐาน JCI (Joint Commission International) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลสูงสุดสำหรับโรงพยาบาล กระบวนการทุกขั้นตอนได้รับการออกแบบเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก

ขั้นที่ 1: ปรึกษาแพทย์และประเมินโครงสร้าง

ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ประเมินโครงสร้างกระดูกคาง วิเคราะห์สัดส่วนใบหน้า วางแผนรูปทรงและขนาดซิลิโคนที่เหมาะสม พร้อมอธิบายขั้นตอนและความเสี่ยงอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

ขั้นที่ 2: ประเมินสุขภาพก่อนผ่าตัด

โรงพยาบาลเอเซียให้ อายุรแพทย์โรคหัวใจประเมินทุกเคสก่อนผ่าตัด เพื่อตรวจสอบความพร้อมของระบบหัวใจและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนระหว่างการวางยาสลบ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่เหนือกว่าโรงพยาบาลทั่วไป

ขั้นที่ 3: การวางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง

ทีมวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง (Anesthesiologist) ดูแลการวางยาสลบแบบ General Anesthesia ตลอดการผ่าตัด พร้อม monitor ระบบหัวใจ ความดัน และออกซิเจนในเลือดอย่างใกล้ชิด ทำให้กระบวนการปลอดภัยสูงสุด

ขั้นที่ 4: ผ่าตัดใส่ซิลิโคนคาง

ศัลยแพทย์ผ่าตัดผ่านแผลเล็กๆ ใต้คางหรือในช่องปาก (แล้วแต่เทคนิคที่แพทย์เลือก) สร้างช่องว่างระหว่างกระดูกกับเนื้อเยื่อ แล้วใส่ซิลิโคนคางขนาดที่วางแผนไว้ เย็บปิดแผลด้วยด้ายละลาย ใช้เวลา 45–90 นาที

ขั้นที่ 5: พักฟื้นและติดตามผล

พักในโรงพยาบาล 1 คืน ภายใต้การดูแลของทีมพยาบาล ติดตามผลตามนัดที่ 1 สัปดาห์, 1 เดือน, และ 3 เดือน เพื่อประเมินผลลัพธ์และภาวะแทรกซ้อน

ความเสี่ยงและผลข้างเคียง

ทุกหัตถการศัลยกรรมมีความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น การทราบข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้รับบริการตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ และปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดได้อย่างถูกต้อง

ความเสี่ยง ระดับ วิธีป้องกัน/จัดการ
บวม ช้ำหลังผ่าตัด พบบ่อย — หายเอง ประคบเย็น นอนศีรษะสูง
ติดเชื้อบริเวณแผล พบน้อย ยาปฏิชีวนะ ดูแลความสะอาดแผล
รู้สึกชาบริเวณคาง พบน้อย-ปานกลาง มักหายเองใน 3–6 เดือน
ซิลิโคนเคลื่อนที่ พบน้อยมาก เย็บยึดตำแหน่งให้มั่นคง ทำโดยผู้เชี่ยวชาญ
ผลลัพธ์ไม่สมมาตร พบน้อย วางแผนก่อนผ่าตัดละเอียด อาจแก้ไขได้
แพ้ยาสลบ/ภาวะแทรกซ้อนหัวใจ หายาก แต่รุนแรง ประเมินโดยอายุรแพทย์หัวใจก่อนทุกเคส

*หากหลังผ่าตัดมีอาการไข้สูง บวมแดงมากผิดปกติ หรือปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ควรติดต่อโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอจนอาการรุนแรง

รีวิวเสริมคาง

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อัพเดตภาพโดยทีมงานการตลาด

รีวิวเสริมคาง_เสริมคางผู้ชาย

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

เสริมคาง ราคาเท่าไหร่

ที่โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมเสริมคาง ราคาเริ่มต้นที่ 45,000 บาท สอบถามโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ Line Official @asiacosmetic

โปรแกรมปรับรูปหน้า

ราคา เริ่มต้น

เสริมคาง ราคา 45,000 บาท
ตัดกราม 72,000 บาท
ยุบโหนกแก้ม 72,000 บาท

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

การเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์

  • หยุดยาละลายลิ่มเลือด เช่น Aspirin, Warfarin, Ibuprofen ตามที่แพทย์กำหนด
  • งดอาหารเสริมที่มีวิตามิน E สูง กระเทียม ขิง และสมุนไพรบางชนิดที่ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด
  • งดสูบบุหรี่ — ควันบุหรี่ลดการไหลเวียนโลหิต ทำให้แผลหายช้าและเพิ่มความเสี่ยง
  • แจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัวและยาที่รับประทานทุกชนิด

ก่อนผ่าตัด 1 วัน / วันผ่าตัด

  • งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงก่อนเวลาผ่าตัด
  • ไม่ทาครีม เครื่องสำอาง หรือโลชั่นบริเวณใบหน้า
  • สวมเสื้อผ้าที่ถอดสะดวก ไม่ต้องสวมผ่านศีรษะ
  • จัดเตรียมผู้พาออกจากโรงพยาบาลหลังผ่าตัด — ห้ามขับรถเอง

การดูแลหลังเสริมคาง

Timeline การพักฟื้น

วันที่ 1–3

  • บวม ช้ำ ปวดเล็กน้อย มีเฝือก/เทปพยุง
  • พักผ่อน ประคบเย็น รับประทานยาตามแพทย์สั่ง

สัปดาห์ที่ 1–2

  • บวมลดลง ช้ำจางหาย สามารถเห็นรูปทรงเบื้องต้น
  • กลับมาทำงานออฟฟิศได้ (หลีกเลี่ยงงานหนัก)

เดือนที่ 1

  • บวมลดลงอย่างต่อเนื่อง รูปทรงชัดเจนขึ้น
  • ออกกำลังกายเบาๆ ได้ หลีกเลี่ยงกระทบกระเทือน

เดือนที่ 3

  • บวมลดลงมาก เห็นผลลัพธ์เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ
  • ใช้ชีวิตปกติได้เต็มที่

เดือนที่ 6

  • เห็นผลลัพธ์เต็มที่ เนื้อเยื่อนิ่มสมบูรณ์
  • ผลลัพธ์ระยะยาว

ข้อปฏิบัติสำคัญหลังผ่าตัด

  • นอนศีรษะสูง 30–45 องศาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ช่วยลดบวม
  • ประคบเย็นบริเวณรอบคาง (ไม่ใช่บนแผลโดยตรง) ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
  • รับประทานอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก ซุป สมูทตี้ ใน 1–2 สัปดาห์แรก
  • ทำความสะอาดช่องปากและแผลตามที่แพทย์แนะนำ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด หรือนวดบริเวณคางโดยไม่จำเป็น
  • งดออกกำลังกายหนัก และงดยกของหนักอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์

ผลลัพธ์จากการเสริมคาง

การเสริมคางด้วยซิลิโคน เป็น หัตถการที่ให้ผลลัพธ์ถาวร ซิลิโคนคุณภาพสูงที่ผ่านมาตรฐาน FDA สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิตหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ผลลัพธ์ที่มักเห็นได้ชัดคือ

  • คางยาวขึ้นและนูนออกมาในสัดส่วนที่สมดุลกับส่วนอื่นของใบหน้า
  • ใบหน้าดูเรียวขึ้น มีความเป็น V-shape โดยไม่ต้องตัดกราม
  • ใบหน้าด้านข้างสมดุลกว่าเดิม คอดูยาวและสง่างาม

ควรทราบว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างกระดูกเดิม ความชำนาญของศัลยแพทย์ และการดูแลหลังผ่าตัด ผู้รับบริการควรปรึกษาแพทย์เพื่อบอกความต้องการของแต่ละคน

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ตอบ: ในระหว่างผ่าตัด ผู้รับบริการจะอยู่ภายใต้ยาสลบ ไม่รู้สึกเจ็บปวด หลังผ่าตัด 1–3 วันแรกอาจมีอาการปวดตื้อๆ ได้ ซึ่งสามารถควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งจ่าย ส่วนใหญ่อาการปวดจะลดลงอย่างมากในสัปดาห์แรก

ตอบ: โดยทั่วไปใช้เวลาพักผ่อนเบื้องต้น 7–14 วัน สามารถกลับไปทำงานออฟฟิศ (งานเบา) ได้ใน 1–2 สัปดาห์ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและกีฬาประสานสัมผัสอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ เห็นผลลัพธ์เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติใน 1–3 เดือน

ตอบ: ความเสี่ยงที่พบได้ ได้แก่ บวมและช้ำหลังผ่าตัด (หายเอง), อาการชาบริเวณคาง (ส่วนใหญ่หายใน 3–6 เดือน), ความเสี่ยงติดเชื้อ (ป้องกันได้ด้วยยาปฏิชีวนะ) และในกรณีหายากมากอาจเกิดซิลิโคนเคลื่อนที่ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบน้อยมากเมื่อทำโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลได้มาตรฐาน
ตอบ: ขึ้นอยู่กับเป้าหมายส่วนตัว: ฟิลเลอร์คางเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองรูปทรง บวมน้อย ไม่ต้องการผ่าตัด แต่ผลชั่วคราว ส่วนซิลิโคนคางเหมาะสำหรับผู้ต้องการผลถาวรและการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนกว่า แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างกระดูกก่อนตัดสินใจ
ตอบ: การเสริมคางด้วยซิลิโคนให้ผลลัพธ์ถาวร ซิลิโคนสามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิตหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ในขณะที่การเสริมคางด้วยฟิลเลอร์จะอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน จึงต้องทำซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์
ตอบ: โรงพยาบาลเอเซีย เสริมคาง ราคาเริ่มต้น 45,000 บาท

ราคาการเสริมคางแตกต่างกันตามปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ เทคนิคที่ใช้ (ซิลิโคน/ฟิลเลอร์), ขนาดและชนิดของซิลิโคน, ค่าห้องผ่าตัด, ค่าวิสัญญีแพทย์ และค่าดูแลหลังผ่าตัด ทางโรงพยาบาลแนะนำให้ปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ตรงกับกรณีของคุณ

ตอบ: การเสริมคางเหมาะสำหรับทุกเพศ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยรูปทรงซิลิโคนจะถูกออกแบบให้เหมาะสมกับโครงหน้าและเพศของแต่ละบุคคล ศัลยแพทย์จะวางแผนร่วมกับผู้รับบริการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการ

ตอบ: เสริมคาง คือการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งที่ใส่ซิลิโคนหรือวัสดุทางการแพทย์เข้าไปในบริเวณกระดูกคาง เพื่อปรับรูปทรงและขนาดคางให้สมดุลกับโครงสร้างใบหน้า เรียกในทางการแพทย์ว่า Mentoplasty หรือ Chin Implant Surgery

สรุป

  • เสริมคาง (Chin Augmentation) เป็นหัตถการที่ช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุล ด้วยความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • มี 2 ตัวเลือกหลัก: ซิลิโคนคาง (ถาวร) และฟิลเลอร์คาง (ชั่วคราว) เหมาะกับคนละกลุ่ม
  • โรงพยาบาลเอเซียเน้นความปลอดภัยด้วยมาตรฐาน JCI พร้อมอายุรแพทย์หัวใจและวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางดูแลทุกเคส
  • ระยะพักฟื้นเบื้องต้น 7–14 วัน เห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 1–3 เดือน
  • ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางก่อนตัดสินใจ เพื่อประเมินความเหมาะสมและตั้งความคาดหวังที่ถูกต้อง

ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลเอเซีย

โรงพยาบาลเอเซียได้การรับรองมาตรฐาน-JCI
ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์-ดูแลตลอดการผ่าตัด
อายุรแพทย์หัวใจ-ประเมินก่อนการผ่าตัดทุกเคส
ศัลยแพทย์ตกแต่ง

จุดเด่นของโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเซีย

  • ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง มีประสบการณ์ด้านศัลยกรรมปรับโครงหน้า เสริมคาง แก้ไขคาง สามารถออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับสรีระของผู้รับบริการ เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับความคาดหวัง
  • มาตรฐานสถานพยาบาลระดับสากล โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากล JCI มีระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดทั้งในห้องผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด
  • เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
  • การดูแลอย่างใกล้ชิด มีระบบดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด การผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ไปจนถึงการติดตามผลและการฟื้นฟูหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
  • ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้แนวทางความปลอดภัยทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ทั้งในระหว่างการรักษาและช่วงพักฟื้น
ศัลยกรรมปรับโครงหน้า

ช่องทางติดต่อสอบถาม

  • โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง

เลขที่ 1 ซ.รัตนาธิเบศร์ 30 บางกระสอ เมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000

พูดคุยกับเรา

ปรึกษาและสอบถามโปรโมชั่นประจำเดือนนี้