ศัลยกรรมปรับโครงหน้า
ศัลยกรรมหน้าอก
ศัลยกรรมดูดไขมัน
ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง
ศัลยกรรมเสริมจมูก
ศัลยกรรมดึงหน้า

กรอกข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ

บริษัท โรงพยาบาลคอสเมติก จำกัด จะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด

  • อัปเดตล่าสุดเมื่อ: กันยายน 9, 2026 | บทความนี้ตรวจสอบโดย นพ.ธนคม ใหลสกุล ศัลยแพทย์ตกแต่ง

ปรึกษาศัลยกรรม

ปรึกษาศัลยกรรม

โปรแกรมศัลยกรรม ดูดไขมัน Vaser Liposuction

ดูดไขมัน-Vaser-liposuction

สรุปสั้น / Quick Answer: ดูดไขมัน VASER คือการผ่าตัดกำจัดไขมันส่วนเกินโดยใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงสลายเซลล์ไขมันให้เป็นของเหลวก่อน จึงดูดออกด้วยหัวแคนนูลา (Cannula) ทำให้กระบวนการดูดไขมันทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณที่มีไขมันหนาแน่นหรือแข็ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักใกล้เกณฑ์มาตรฐานแต่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด โดยทั่วไปใช้เวลาผ่าตัด 2–4 ชั่วโมง และมีระยะพักฟื้นเบื้องต้นประมาณ 1–2 สัปดาห์

ดูดไขมัน VASER คืออะไร?

การดูดไขมัน VASER ด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound-Assisted Liposuction) คือหัตถการศัลยกรรมตกแต่งที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงนำส่งผ่านเข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อทำให้เซลล์ไขมันแตกออกและกลายเป็นของเหลว ก่อนที่ศัลยแพทย์จะดูดไขมันออกด้วยหัวแคนนูลา

ความแตกต่างสำคัญจากการดูดไขมันแบบดั้งเดิม คือขั้นตอนการสลายไขมันล่วงหน้า ซึ่งช่วยลดแรงที่ศัลยแพทย์ต้องใช้ในการดูดออก ส่งผลให้เนื้อเยื่อโดยรอบ เช่น หลอดเลือดและเส้นประสาท ได้รับบาดเจ็บน้อยกว่า

เทคโนโลยีนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลและมีงานวิจัยรองรับจาก American Society of Plastic Surgeons (ASPS) ว่ามีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีไขมันหนาแน่น เช่น หลัง, ต้นแขน, และหน้าท้องส่วนล่าง รวมถึงยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการกระชับของผิวหนังจากพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นในกระบวนการ

เปรียบเทียบ ดูดไขมัน Vaser กับ ทั่วไป

คำถามที่หมอถูกถามบ่อยถามบ่อยที่สุดเกี่ยวกับดูดไขมันคือ “ดูดไขมัน Vaser กับ ดูดไขมันแบบธรรมดา ต่างกันตรงไหน ทำแบบไหนดีกว่ากัน?” คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการทำ ชนิดของไขมัน และเป้าหมายของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งศัลยแพทย์เท่านั้นที่สามารถประเมินได้ถูกต้อง

หัวข้อ  ดูดไขมันแบบดั้งเดิม (SAL)  ดูดไขมัน VASER
กลไกการทำงาน  ดูดไขมันออกโดยตรงด้วยแรงดัน สลายไขมันด้วยคลื่นเสียงก่อน แล้วจึงดูด
ความเหมาะสมกับไขมัน  ไขมันอ่อน / บริเวณทั่วไป  ไขมันแข็ง / หนาแน่น / พื้นที่ซับซ้อน
การกระตุ้นผิวให้กระชับ น้อย มีผลบ้าง (จากพลังงานความร้อน)
รอยช้ำและบวมหลังทำ  อาจมีมากกว่า  โดยทั่วไปน้อยกว่า*
ระยะเวลาผ่าตัด  สั้นกว่าเล็กน้อย  นานกว่าเล็กน้อย
ความเสี่ยงแผลไหม้ผิว ไม่มี มีโอกาสเล็กน้อยหากใช้ไม่ถูกวิธี
ราคา ต่ำกว่า สูงกว่า (เพราะใช้เทคโนโลยีพิเศษ)
เหมาะกับบริเวณ หน้าท้อง ต้นขา สะโพก  หลัง ต้นแขน เหนียง ผู้ทำซ้ำ

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเทคนิคของศัลยแพทย์และสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย

บริเวณที่เหมาะกับการดูดไขมัน VASER มีที่ไหนบ้าง?

การดูดไขมัน VASER ไม่ได้ทำได้เฉพาะหน้าท้อง หลายคนไม่ทราบว่าสามารถทำได้หลากหลายบริเวณ ขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์ว่าบริเวณไหนเหมาะกับเทคนิคใด

เทคนิค Vaser ดูดไขมันบนร่างกาย

บริเวณหน้าท้องและเอว

ดูดไขมันหน้าท้อง เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะหน้าท้องส่วนล่างและบริเวณรอบสะดือที่ไขมันสะสมยาก จะดูดร่วมกันหรือผสานกับบริเวณเอวเพื่อให้ได้รูปทรงที่เป็นธรรมชาติ สำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วย ศัลยแพทย์อาจพิจารณาทำควบคู่กับการตัดหนังหน้าท้อง (Abdominoplasty) เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ต้นขาและก้น

ดูดไขมันต้นขา ทั้งบริเวณต้นขาด้านในและด้านนอก รวมถึงบริเวณต้นขาส่วนหลัง เป็นจุดที่ไขมันมักดื้อต่อการออกกำลังกาย เทคโนโลยีคลื่นเสียงมีประสิทธิภาพดีในบริเวณต้นขาด้านในที่ผิวสัมผัสกัน เนื่องจากผิวบริเวณนั้นมักบางและต้องการความแม่นยำสูง

ต้นแขนและหลัง

ดูดไขมันต้นแขน ส่วนนี้เป็นหนึ่งในบริเวณที่เทคโนโลยีคลื่นเสียงให้ผลดีที่สุด เนื่องจากไขมันบริเวณนี้มักแข็งและมีเนื้อเยื่อแน่น สำหรับหลังส่วนบนและปีกหลัง (Bra Roll) เทคโนโลยีคลื่นเสียงช่วยให้ดูดได้ราบรื่นและลดโอกาสเกิดผิวขรุขระหลังผ่าตัด

บริเวณใบหน้าและคอ

ดูดไขมันเหนียง (Double Chin / Submental Fat) และแก้ม เป็นหัตถการที่ต้องใช้ความละเอียดสูงมาก ศัลยแพทย์อาจเลือกใช้หรือไม่ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและโครงสร้างใบหน้าของผู้ป่วยแต่ละราย

ข้อดีของเทคนิคดูดไขมัน VASER

ข้อดีของ VASER เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูง

VASER เทคโนโลยีคลื่นเสียงมีข้อได้เปรียบ ดังนี้

  • ไขมันแข็งและหนาแน่น — บริเวณหลังส่วนบน, ต้นแขน, และเอว ซึ่งมีเนื้อเยื่อแน่นกว่าบริเวณอื่น เทคโนโลยีคลื่นเสียงช่วยให้ดูดออกได้ราบรื่นกว่า
  • การแก้ไขหลังทำครั้งแรก (Revision Liposuction) — เนื้อเยื่อหลังผ่าตัดมักมีพังผืดมากขึ้น คลื่นเสียงช่วยสลายพังผืดเหล่านี้ได้
  • ต้องการผิวกระชับขึ้น — พลังงานความร้อนช่วยกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen) บางส่วน ส่งผลให้ผิวในบริเวณนั้นกระชับขึ้นหลังพักฟื้น
  • ต้องการดูดไขมันหลายบริเวณพร้อมกัน — ช่วยลดความเหนื่อยล้าของศัลยแพทย์ระหว่างผ่าตัดนาน

ข้อจำกัดที่ควรรู้

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป ข้อจำกัดที่สำคัญ ได้แก่:

  • ราคาสูงกว่าการดูดไขมันแบบดั้งเดิม เนื่องจากใช้อุปกรณ์พิเศษ
  • ต้องการศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์กับเทคโนโลยีนี้โดยเฉพาะ หากใช้พลังงานสูงเกินไปอาจเกิดการไหม้ใต้ผิวหนัง
  • ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักและไม่สามารถรักษาโรคอ้วนได้
  • ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอยู่กับการดูแลหลังผ่าตัดและการรักษาน้ำหนักของผู้ป่วยด้วย

บริเวณอื่น ๆ ที่ทำได้: ดูดไขมันน่อง, ดูดไขมันหัวเข่า, ดูดไขมันหน้าอก (ในเพศชาย กรณี Gynecomastia), และบริเวณหัวหน่าว (Pubic Area / Mons Pubis)

ศัลยกรรมดูดไขมันหน้าท้อง

ดูดไขมัน VASER เหมาะกับใคร?

การดูดไขมัน VASER เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมค่อนข้างมาก หรือมีชั้นไขมันหนาแน่น ต้องการลดไขมันเฉพาะจุดและปรับสัดส่วนให้ดูสมส่วนขึ้น

ผู้ที่เหมาะกับการดูดไขมัน

  • ผู้ที่มีไขมันสะสมปริมาณมาก หรือมีชั้นไขมันค่อนข้างหนา
  • ผู้ที่มีไขมันจับตัวแน่น เช่น ผู้ชาย หรือผู้ที่มีไขมันสะสมมานาน
  • ผู้ที่กังวลเรื่องรูปร่างและสัดส่วนบางจุดของร่างกาย
  • ผู้ที่ออกกำลังกายหรือควบคุมน้ำหนักแล้ว แต่สัดส่วนยังไม่ลดลงตามต้องการ
  • ผู้ที่ต้องการดูดไขมันออกจากร่างกาย โดยไม่ได้มีแผนนำไขมันไปเติมเต็มบริเวณอื่น
  • น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือใกล้เคียง (BMI ไม่เกิน 30) ไม่สามารถลดได้ด้วยการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร

ข้อห้ามและกลุ่มที่ควรระมัดระวัง

  • ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือหลอดเลือด โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ — ดูดไขมันไม่ใช่การรักษาโรคอ้วน
  • ผู้ที่ผิวหนังหย่อนคล้อยมาก — หลังดูดออกอาจทำให้ผิวยิ่งย่นหรือหย่อน ต้องปรึกษาศัลยแพทย์ถึงทางเลือกที่เหมาะสม

เครื่อง ดูดไขมัน VASER ทำงานอย่างไร?

โปรแกรม VASER Liposuction ทำงานโดยการปล่อยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound Energy) ผ่านหัวโพรบขนาดเล็กที่สอดเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง คลื่นเสียงนี้จะสั่นสะเทือนเฉพาะจุดเพื่อสลายผนังเซลล์ไขมันให้แตกตัวออกจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน หลอดเลือด และเส้นประสาทโดยรอบ ก่อนที่แพทย์จะใช้ท่อดูดนำไขมันที่สลายตัวแล้วออกจากร่างกาย

เครื่อง VASER กำจัดไขมันได้อย่างไร?

กระบวนการทำงานของเครื่อง VASER แบ่งเป็นขั้นตอนหลัก

  1. ฉีดสารละลาย Tumescent เข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อลดเลือดออกและช่วยให้พลังงานคลื่นเสียงกระจายตัวได้ดี
  2. ปล่อยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง ผ่านหัวโพรบเพื่อสลายผนังเซลล์ไขมันแบบเฉพาะจุด
  3. ดูดไขมันที่สลายตัวแล้วออก ด้วยท่อดูดขนาดเล็ก ทำให้ไขมันไหลออกได้ง่ายขึ้นและลดแรงกระแทกต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง

ทำไมถึงนิยมดูดไขมัน VASER

เหตุผลที่ VASER ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เข้ารับบริการ ได้แก่

  • ความสามารถในการสลายไขมันแบบเฉพาะจุด โดยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อโดยรอบเมื่อเทียบกับเทคนิคดั้งเดิม
  • ช่วยให้ผิวหนังกระชับตัวได้ดีขึ้นในหลายเคส เนื่องจากความร้อนจากคลื่นเสียงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • เหมาะกับการปรับรูปทรงกล้ามเนื้อ (Body Contouring) ในบริเวณที่ต้องการความละเอียด เช่น หน้าท้องแบบมีลายกล้ามเนื้อ
  • ระยะเวลาพักฟื้นในหลายเคสสั้นกว่าเทคนิคดั้งเดิม แต่ผลลัพธ์และระยะพักฟื้นที่แท้จริงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและดุลยพินิจของศัลยแพทย์

ขั้นตอนการดูดไขมัน VASER

abdominal-liposuction-ดูดไขมันหน้าท้อง

วันผ่าตัด: ขั้นตอน Step-by-Step

  1. ทำเครื่องหมาย (Marking) — ศัลยแพทย์จะทำเครื่องหมายบนผิวหนังบริเวณที่จะทำในท่ายืน เพื่อให้เห็นการกระจายของไขมันชัดเจนที่สุด
  2. ฉีด Tumescent Fluid — สารละลายที่มีน้ำเกลือ, ยาชา (Lidocaine), และยาหดหลอดเลือด (Epinephrine) ฉีดเข้าพื้นที่เพื่อลดอาการปวด ลดเลือดออก และทำให้ไขมันบวมขึ้นสำหรับการทำงาน
  3. เปิดแผลเล็ก (Incision) — ทำแผลขนาดเล็กประมาณ 3–5 มม. ในบริเวณที่ซ่อนได้ เช่น รอยพับผิว, สะดือ
  4. นำส่งคลื่นเสียง (Ultrasound Energy Delivery) — สอดโพรบที่ปล่อยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปในชั้นไขมัน เพื่อทำให้เซลล์ไขมันแตกและเป็นของเหลว ขั้นตอนนี้ใช้เวลาขึ้นอยู่กับพื้นที่และปริมาณไขมัน
  5. ดูดไขมันออก (Fat Aspiration) — สอดแคนนูลา (Cannula) ขนาดเล็กเข้าไป ดูดไขมันที่ถูกสลายออกด้วยแรงดันลบ (Negative Pressure)
  6. เย็บปิดแผล — แผลขนาดเล็กอาจใช้ไหมละลายหรือปิดด้วย Steri-Strip และสวมชุดรัดกระชับทันที

ประเภทยาสลบที่ใช้

ประเภทยาสลบขึ้นอยู่กับพื้นที่และปริมาณไขมันที่ทำ:

  • ยาสลบเฉพาะที่ (Local Anesthesia + Sedation) — เหมาะกับพื้นที่เล็กน้อย ผู้ป่วยตื่นอยู่แต่ไม่รู้สึกเจ็บ
  • ยาสลบกึ่งหลับ (IV Sedation / MAC Anesthesia) — พักผ่อนแต่ไม่หลับสนิท ใช้บ่อยในการทำหลายจุดพร้อมกัน
  • การดมยาสลบทั่วไป (General Anesthesia) — ใช้ในกรณีที่ทำหลายบริเวณพร้อมกันหรือบริเวณกว้าง

รีวิว ดูดไขมัน VASER

รีวิวดูดไขมัน-VASER
รีวิวดูดไขมัน-VASER
รีวิวดูดไขมัน-VASER
รีวิวดูดไขมัน-VASER
รีวิวดูดไขมัน-VASER
รีวิวดูดไขมัน-VASER

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

ราคาดูดไขมัน VASER

ราคาดูดไขมัน ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ ขนาดพื้นที่ที่ทำ จำนวนบริเวณ เทคโนโลยีที่ใช้ ประสบการณ์ของศัลยแพทย์ และมาตรฐานของโรงพยาบาล ที่โรงพยาบาลเอเซีย ราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท/จุด

โปรแกรมดูดไขมัน

ราคา เริ่มต้น

ดูดไขมัน VASER 29,000 บาท
ดูดไขมันรอบเอว 39,000 บาท
ดูดไขมันหน้าท้อง 49,000 บาท
ดูดไขมันต้นแขน 29,000 บาท
ดูดไขมันต้นขา 49,000 บาท

ปรึกษาคุณหมอ โรงพยาบาลเอเซีย

การเตรียมตัวก่อนดูดไขมัน VASER

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยจะต้องผ่านกระบวนการประเมินโดยศัลยแพทย์อย่างละเอียด และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนดูดไขมัน

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  • การตรวจสุขภาพพื้นฐาน เจาะเลือด ตรวจค่าการแข็งตัวของเลือด และตรวจ EKG
  • ในรายที่จำเป็น
    หยุดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (Aspirin), ยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • หยุดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงด้านการสมานแผล
  • งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
  • เตรียมชุดรัดกระชับ (Compression Garment) ที่ศัลยแพทย์แนะนำ ซึ่งต้องใส่ตั้งแต่หลังผ่าตัดทันที

ระยะเวลาพักฟื้นหลังดูดไขมัน VASER

  • วันที่ 1–3 หลังผ่าตัด

    ช่วงนี้เป็นช่วงที่รู้สึกไม่สบายตัวมากที่สุด อาการบวมและช้ำจะอยู่ในระดับสูงสุด ของเหลวที่เหลือจาก Tumescent อาจไหลออกทางแผลเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ผู้ป่วยต้องใส่ชุดรัดกระชับตลอดเวลา ลุกเดินได้แต่ห้ามออกแรงมาก

  • สัปดาห์ที่ 1–2

    อาการปวดลดลงอย่างชัดเจน สามารถกลับไปทำงานประเภทนั่งโต๊ะได้ประมาณวันที่ 5–7 (ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ที่ทำ) อาการบวมยังคงมีอยู่มาก ยังต้องใส่ชุดรัดกระชับต่อเนื่อง และยังไม่เห็นรูปร่างที่แท้จริง ห้ามออกกำลังกายหนัก

  • เดือนที่ 1

    อาการบวมลดลงประมาณ 50–70% เริ่มเห็นรูปร่างที่เปลี่ยนไปบ้าง สามารถกลับมาออกกำลังกายเบา ๆ ได้ตามที่แพทย์อนุญาต อาจยังรู้สึกชาหรือผิวแข็งในบริเวณที่ผ่าตัด ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

  • เดือนที่ 3–6

    อาการบวมลดลงเหลือน้อยมาก เริ่มเห็นผลลัพธ์ใกล้เคียงขั้นสุดท้าย ผิวเริ่มปรับตัวและกระชับมากขึ้น สามารถกลับมาออกกำลังกายหนักได้ตามปกติ รอยนูนหรือขรุขระชั่วคราวที่อาจมีในช่วงต้นจะค่อย ๆ หายไป

  • เดือนที่ 6–12 และหลังจากนั้น

    นี้คือช่วงที่เห็นผลลัพธ์สมบูรณ์ที่สุด ผิวหนังปรับตัวเต็มที่ รูปร่างนิ่งตัว รอยแผลเล็กจะจางลงอย่างมากจนแทบมองไม่เห็นในที่สุด ผลลัพธ์จะอยู่ได้ยาวนานหากรักษาน้ำหนักให้คงที่

ศัลยกรรมดูดไขมัน

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน

การดูแลหลังผ่าตัดส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของผลลัพธ์ คำแนะนำทั่วไปที่ศัลยแพทย์มักให้ ได้แก่:

  • ใส่ชุดรัดกระชับต่อเนื่อง — โดยทั่วไป 4–6 สัปดาห์ตลอดเวลา และอีก 2–4 สัปดาห์เฉพาะกลางวัน ชุดรัดช่วยลดบวม ลดโอกาส Seroma และช่วยให้ผิวปรับตัวตามรูปร่างใหม่
  • นวดน้ำเหลือง — หลายคลินิกแนะนำให้เริ่มภายใน 1–2 สัปดาห์หลังผ่าตัด ช่วยลดบวมและลดโอกาสเกิดพังผืดได้
  • งดออกกำลังกายหนัก — อย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
  • ดูแลแผล — ทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าปิดแผลตามที่แพทย์สั่ง หลีกเลี่ยงการแช่น้ำ (สระว่ายน้ำ, อ่างอาบน้ำ) จนกว่าแผลจะหายสนิท
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ — โปรตีนสูงเพื่อช่วยสมานแผล ลดอาหารเค็มเพื่อลดการบวม
  • มาตรวจตามนัดทุกครั้ง — ไม่ควรข้ามนัดติดตามผล เพราะแพทย์จะประเมินการฟื้นตัวและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

ผลลัพธ์จากการดูดไขมัน VASER

ผลลัพธ์จากการดูดไขมันอยู่ได้นานหากรักษาน้ำหนักให้คงที่ เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่งอกใหม่ในบริเวณเดิม อย่างไรก็ตาม เซลล์ไขมันที่ยังเหลืออยู่ในร่างกายสามารถขยายตัวได้หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลังผ่าตัด

ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลลัพธ์:

  • ความยืดหยุ่นของผิวหนัง (อายุที่น้อยกว่ามักให้ผลผิวกระชับดีกว่า)
  • ปริมาณไขมันที่ดูดออก
  • เทคนิคและประสบการณ์ของศัลยแพทย์
  • การดูแลหลังผ่าตัดและการใส่ชุดรัดกระชับ
  • การรักษาน้ำหนักหลังผ่าตัด

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ตอบ : การดูดไขมันกำจัดไขมันใต้ผิวหนังเฉพาะจุด แต่ไม่ได้แก้ผิวหย่อนหรือกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แยก ส่วนการตัดหนังหน้าท้องตัดผิวหนังส่วนเกินออกและขึงกล้ามเนื้อด้วย เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนมากหลังลดน้ำหนักหรือหลังคลอด ในบางกรณีศัลยแพทย์อาจทำร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ตอบ : ขึ้นอยู่กับบริเวณและชนิดของไขมัน ไขมันแข็งหรือบริเวณที่มีเนื้อเยื่อหนาแน่น เช่น หลัง ต้นแขน หรือผู้ที่เคยดูดไขมันมาก่อน มักได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลื่นเสียงมากกว่า ส่วนบริเวณทั่วไปที่ไขมันอ่อน การดูดแบบดั้งเดิมก็ให้ผลดีเช่นกัน ควรปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อการประเมินที่ถูกต้อง
ตอบ : เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกจะไม่งอกใหม่ในบริเวณเดิม แต่หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหลังผ่าตัด เซลล์ไขมันที่ยังเหลืออยู่ทั่วร่างกายก็ยังสามารถขยายตัวได้ ผลลัพธ์จึงอยู่ได้นานหากรักษาน้ำหนักให้คงที่ด้วยการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่ดี
ตอบ : สำหรับงานที่นั่งโต๊ะ โดยทั่วไปสามารถกลับมาทำงานได้ภายใน 5–7 วัน งานที่ต้องออกแรงหรือยืนนาน อาจต้องพักถึง 2–3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ที่ทำและการฟื้นตัวของแต่ละคน
ตอบ : ส่วนใหญ่ผู้ป่วยรายงานว่ารู้สึกเจ็บปวดระดับปานกลางในช่วง 2–3 วันแรก คล้ายกับอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายหนัก ซึ่งควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง ความเจ็บปวดแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ตอบ : การดูดไขมันกำจัดเซลล์ไขมันออกโดยตรง เหมาะกับไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ดื้อต่อการออกกำลังกาย ไม่ใช่ทางเลือกแทนการควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกาย แต่เป็นการปรับรูปทรงในจุดที่ต้องการ ควรทำควบคู่กับการดูแลสุขภาพโดยรวม
ตอบ : โดยทั่วไปแพทย์แนะนำให้ใส่ตลอดเวลาในช่วง 4–6 สัปดาห์แรก และต่อเนื่องเฉพาะกลางวันอีก 2–4 สัปดาห์ ชุดรัดกระชับมีความสำคัญมากต่อผลลัพธ์ระยะยาว ไม่ควรถอดก่อนที่แพทย์จะอนุญาต
ตอบ : ทำได้ในบางกรณี แต่มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย ปริมาณไขมันที่ดูดออกรวมต่อครั้ง และระยะเวลาผ่าตัด ศัลยแพทย์จะประเมินว่าสามารถทำกี่บริเวณในครั้งเดียวได้อย่างปลอดภัย บางรายอาจต้องแบ่งทำเป็น 2 ครั้ง

สรุป

การดูดไขมัน VASER ด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงเป็นหัตถการที่มีข้อมูลทางการแพทย์รองรับและให้ผลลัพธ์ที่ดีในผู้ป่วยที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ไม่ตอบสนองต่อการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย ความแตกต่างจากการดูดไขมันแบบดั้งเดิมอยู่ที่กลไกการสลายไขมันล่วงหน้า ซึ่งเหมาะกับบริเวณที่มีเนื้อเยื่อหนาแน่นหรือผู้ที่ต้องการทำซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยพร้อมกัน ได้แก่ ความเหมาะสมของผู้ป่วย ประสบการณ์ของศัลยแพทย์ การดูแลหลังผ่าตัด และที่สำคัญที่สุดคือการรักษาน้ำหนักให้คงที่ในระยะยาว การตัดสินใจที่ดีที่สุดเริ่มต้นจากการปรึกษาศัลยแพทย์ที่มีคุณสมบัติและได้รับการรับรองเพื่อรับการประเมินที่เหมาะกับสภาพร่างกายของคุณโดยเฉพาะ

ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลเอเซีย

โรงพยาบาลเอเซียได้การรับรองมาตรฐาน-JCI
อายุรแพทย์หัวใจ-ประเมินก่อนการผ่าตัดทุกเคส
ดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์-ดูแลตลอดการผ่าตัด

จุดเด่นของการดูดไขมัน VASER กับโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเซีย

  • ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง มีประสบการณ์ด้านการดูดไขมัน Vaser สามารถออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับสรีระของผู้รับบริการ เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับความคาดหวัง
  • มาตรฐานสถานพยาบาลระดับสากล โรงพยาบาลเอเซียได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากล JCI มีระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดทั้งในห้องผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด
  • เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
  • การดูแลอย่างใกล้ชิด มีระบบดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด การผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ไปจนถึงการติดตามผลและการฟื้นฟูหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
  • ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้แนวทางความปลอดภัยทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ทั้งในระหว่างการรักษาและช่วงพักฟื้น
ศัลยกรรมดูดไขมัน

ช่องทางติดต่อสอบถาม

  • โรงพยาบาลเอเซีย ศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง

เลขที่ 1 ซ.รัตนาธิเบศร์ 30 บางกระสอ เมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000

พูดคุยกับเรา

ปรึกษาและสอบถามโปรโมชั่นประจำเดือนนี้