






บอกลาหน้าเหลี่ยม ปรับโครงหน้าครั้งเดียวให้ละมุนขึ้นแบบที่อยากได้
สรุปสั้น: จากคนที่มีโครงหน้าใหญ่และกรอบหน้าชัด จนเพื่อนๆ เชียร์ให้ไปทางสายฝอแบบกรอบหน้าคมๆ แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ เพราะใจจริงอยากให้หน้าดูละมุนและอ่อนวัยลงมากกว่า สุดท้ายจึงตัดสินใจปรับโครงหน้าครบทั้ง ยุบโหนก ตัดกราม กรอกราม และแก้ไขคางเล็ก ที่โรงพยาบาลเอเซีย โดยตั้งใจทำให้จบในครั้งเดียว เพื่อพักฟื้นเพียงรอบเดียว หลังผ่านไปประมาณ 2-3 เดือน ความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าก็เริ่มชัดขึ้น และยังมีแนวโน้มเข้าที่มากขึ้นเรื่อยๆ

หน้าใหญ่ กรอบหน้าชัด แต่ไม่ได้อยากได้ลุคสายฝอ
ปัญหาหลักของเราคือเป็นคนโครงหน้าใหญ่และมีกรอบหน้าชัดมาก ชัดจนเพื่อนๆ หลายคนบอกว่า “งั้นไปสายฝอเลยไหม” เพราะโครงหน้าเดิมค่อนข้างเหมาะกับลุคที่มีกรอบหน้าคมๆ
แต่สำหรับเรา…ใจมันไม่ได้อยากไปทางนั้นค่ะ
สิ่งที่อยากได้จริงๆ คือใบหน้าที่ดูละมุนขึ้น ดูอ่อนวัยลง และลดความรู้สึกแข็งของกรอบหน้าเดิม เราเลยเริ่มหาข้อมูลหลายที่ ทั้งคลินิกและโรงพยาบาล บางแห่งก็ยอมจ่ายค่าปรึกษาเพื่อเข้าไปคุยโดยตรง เพราะเรื่องปรับโครงหน้าเป็นการตัดสินใจใหญ่ เลยอยากมั่นใจก่อนทำจริง
จนสุดท้ายมาสะดุดที่ โรงพยาบาลเอเซีย นนทบุรี
สิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจคือคำแนะนำของคุณหมอทนงศักดิ์ ปัญญาวิรุฬห์โรจน์ รู้สึกว่าคุยแล้วเข้าใจสิ่งที่เราต้องการ และสามารถวางแผนทำหลายจุดให้จบในครั้งเดียวได้ ยุบโหนก ตัดกราม กรอกราม แก้ไขคางเล็ก ที่สำคัญคือสามารถนอนพักที่โรงพยาบาลหลังผ่าตัดได้ด้วย

ปรับโครงหน้าครบในครั้งเดียว พักฟื้นรอบเดียว
ครั้งนี้เราตั้งใจแก้ปัญหาโครงหน้าแบบครบๆ เพราะไหนๆ จะผ่าตัดแล้ว ก็อยากทำให้จบและพักฟื้นทีเดียว
เทคนิคที่ทำมีทั้งหมดคือ
- ยุบโหนก
- ตัดกราม
- กรอกราม
- แก้ไขคางเล็ก
เหตุผลหลักคืออยากลดความใหญ่และความชัดของโครงหน้าเดิม ให้ภาพรวมของใบหน้าดูเรียวและละมุนขึ้น โดยไม่ต้องแยกทำหลายครั้งแล้วกลับมาพักฟื้นซ้ำอีกหลายรอบ
ก่อนหน้านี้เราเคยไปสอบถามศูนย์ตัวแทนที่ส่งไปศัลยกรรมใบหน้าที่เกาหลีด้วย พอประเมินค่าใช้จ่ายของหน้าเราออกมา รวมๆ แล้วประมาณ 2 ล้านบาท ตอนนั้นคือช็อกมากค่ะ เลยกลับมาศึกษาและเปรียบเทียบทางเลือกในไทยอย่างจริงจังมากขึ้น
ระหว่างพักฟื้นเราก็เก็บรูปตัวเองไว้เป็นระยะๆ เหมือนที่เคยเห็นคนทำศัลยกรรมที่เกาหลีอัปเดตกัน เพราะอยากเห็นชัดๆ ว่าใบหน้าของเราค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ไทม์ไลน์พักฟื้นหลังปรับโครงหน้า
ช่วงก่อนครบ 1 เดือน
เราเก็บภาพใบหน้าไว้ก่อนเดินทางไปพบคุณหมอเพื่อติดตามอาการตอนครบ 1 เดือน ช่วงที่อยู่บ้านจะพันหน้าไว้ตลอด ทำให้รู้สึกว่าใบหน้าเข้ารูปค่อนข้างไว
ปกติเราเป็นคนที่เขียวช้ำง่ายมาก แต่รอบนี้กลับรู้สึกว่ารอยช้ำน้อยกว่าที่คิดไว้เยอะ
ประมาณ 1 เดือน
ตอนที่ไปติดตามอาการยังมีรอยบางจุดหลงเหลืออยู่ ลักษณะคล้ายรอยจากการแกะสิว ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าสามารถทายาและรอยจะค่อยๆ หายได้ พอได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์หลังปรับโครงหน้า
ก่อนผ่าตัด
โครงหน้าเดิมค่อนข้างใหญ่ กรอบหน้าชัด และให้ความรู้สึกคมมากกว่าความละมุน ซึ่งไม่ใช่ลุคที่เราอยากได้
ประมาณ 1 เดือน
ใบหน้าเริ่มเข้ารูปมากขึ้น จากการที่เราพันหน้าเป็นประจำระหว่างอยู่บ้าน ขณะที่รอยช้ำโดยรวมถือว่าน้อยกว่าที่กังวลไว้ก่อนผ่าตัด
ประมาณ 2-3 เดือน
เป็นช่วงที่เรารู้สึกสบายใจกับความเปลี่ยนแปลงของตัวเองมากขึ้น เพราะเริ่มเห็นภาพรวมของใบหน้าชัดเจนกว่าเดิม
วันที่กลับไปพบคุณหมอ คุณหมอแจ้งว่าอาการบวมจะยังค่อยๆ ลดลงได้อีก และใบหน้าจะค่อยๆ เรียวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เรายิ่งรู้สึกมั่นใจกับการตัดสินใจครั้งนี้มากขึ้น
พอลองย้อนเปิดรูปตั้งแต่ก่อนทำมาไล่ดูทีเดียว ก็เห็นเลยว่าใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลงไปทีละช่วงจริงๆ
ทำไมถึงเลือกโรงพยาบาลเอเซีย
ก่อนตัดสินใจเราไม่ได้ดูแค่ที่เดียว แต่หาข้อมูลทั้งคลินิก โรงพยาบาล รวมถึงเคยสอบถามเรื่องการไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีมาแล้วด้วย
สิ่งที่ทำให้สุดท้ายเลือกโรงพยาบาลเอเซีย คือคำแนะนำจากคุณหมอที่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจว่าสามารถจัดการปัญหาโครงหน้าในจุดที่เรากังวลได้ครบ ทั้งยุบโหนก ตัดกราม กรอกราม และแก้ไขคางเล็ก โดยทำในครั้งเดียวและพักฟื้นรอบเดียวตามที่ตั้งใจไว้
หลังจากผ่านช่วงพักฟื้นและได้เห็นใบหน้าค่อยๆ เปลี่ยนไปในช่วง 2-3 เดือน ความรู้สึกจากที่เคยกังวลก่อนทำก็เปลี่ยนเป็นความสบายใจมากขึ้น
สำหรับเรา นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสุดท้ายถึงไว้ใจโรงพยาบาลเอเซียค่ะ




