
รีวิวปรับโครงหน้า เปลี่ยนหน้าบานให้ละมุน มั่นใจขึ้นในแบบของเรา
สรุปสั้น: จากคำล้อเรื่องหน้าบาน สู่วันที่เรากล้ามองหน้าตัวเองด้วยความมั่นใจ เมื่อก่อนเรามองตัวเองว่าเป็นคนหน้าบ้านๆ หน้าค่อนข้างบาน แถมยังเคยเจอคำพูดที่ฝังใจอย่าง “หน้าอีสานอย่างเราใครจะคบ” ฟังบ่อยๆ เข้าก็กลายเป็นปมโดยไม่รู้ตัว จนวันหนึ่งเราตัดสินใจว่า แทนที่จะเอาคำพูดลบๆ ของคนอื่นมาทำร้ายตัวเอง เราขอเปลี่ยนมันเป็นแรงผลักดัน และเลือกแก้สิ่งที่ทำให้เราไม่มั่นใจด้วยการปรับโครงหน้าที่โรงพยาบาลเอเซีย
ปัญหาก่อนผ่าตัด
จากคำพูดของคนอื่น กลายเป็นปมที่เราอยากก้าวข้าม ก่อนทำศัลยกรรม เรารู้สึกว่าหน้าตัวเองค่อนข้างบาน และภาพรวมของใบหน้าทำให้เราไม่มั่นใจ ยิ่งมีคนพูดแซวหรือพูดล้อเรื่องหน้าตา ก็ยิ่งทำให้เก็บมาคิด
แต่สุดท้ายเราเลือกเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ไม่จำเป็นต้องไปเอาชนะหรือเถียงกับใคร สิ่งที่อยากชนะจริงๆ คือใจของตัวเองมากกว่า
เราอยากข้ามผ่านสิ่งที่เรียกว่า “ปม” แล้วหยุดทุกข์กับคำพูดที่คนอื่นโยนมาให้เสียที
หาข้อมูลอยู่ 2 ปี รอจนวันที่ทุกอย่างพร้อม
เรื่องศัลยกรรมไม่ใช่สิ่งที่เราตัดสินใจแบบทันทีทันใด เราหาข้อมูลมาประมาณ 2 ปี เพราะในช่วงแรกอายุยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม จึงเลือกที่จะรอ
จนวันที่ทั้งอายุพร้อม เงินพร้อม และครอบครัวเข้าใจ เราถึงเริ่มมองหาโรงพยาบาลอย่างจริงจัง
เหตุผลที่เลือกโรงพยาบาลเอเซีย เพราะเราเห็นรีวิวและเคสค่อนข้างเยอะ สิ่งที่ชอบคือผลลัพธ์ของแต่ละคนไม่ได้ออกมาเหมือนกันทั้งหมด ไม่ได้ดูเป็นบล็อกหรือเหมือนทำหน้าออกมาจากพิมพ์เดียวกัน แต่ยังเห็นความแตกต่างและความเปลี่ยนแปลงของแต่ละเคส
ตอนดูรีวิวก็รู้สึกว่าน่าสนใจอยู่แล้ว จนวันที่ได้มาเจอกับตัวเองจริงๆ ยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้น

เข้ามาปรึกษา ก่อนตัดสินใจทำตามคำแนะนำของอาจารย์แพทย์
ตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่โรงพยาบาลครั้งแรก เราก็ยังแอบคิดเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่เหมือนกัน เพราะก่อนมาได้สอบถามข้อมูลไว้ว่าเริ่มต้นประมาณ 72,000 บาท ในใจก็มีคิดขำๆ ว่า ถ้าประเมินหน้าเราแล้วไปถึงหลักล้านก็คงต้องขอกลับไปรอก่อน
แต่พอได้เข้าพบอาจารย์แพทย์และพูดคุยกัน ใช้เวลาไม่นานเราก็ตัดสินใจทำตามคำแนะนำของคุณหมอ เพราะรู้สึกว่าภาพที่เราอยากเห็นเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากนั้นได้คิวผ่าตัดในสัปดาห์ถัดไป ทางโรงพยาบาลมีการตรวจร่างกายมากกว่าสิบรายการก่อนผ่าตัด ซึ่งเรารู้สึกว่าค่อนข้างละเอียด ทำให้มั่นใจกับการเตรียมตัวมากขึ้น
วันผ่าตัดใหญ่ครั้งแรกในชีวิต
ก่อนวันผ่าตัด เราต้องงดน้ำและงดอาหาร 8 ชั่วโมง เพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ครั้งแรกในชีวิต ยอมรับเลยว่าตื่นเต้นมาก
วันนัดเราเดินทางมาถึงโรงพยาบาลประมาณ 9 โมง หลังจากขึ้นห้องพัก พยาบาลให้เราอาบน้ำและสระผมอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวก่อนขึ้นห้องผ่าตัด
ตอนนั้นความตื่นเต้นยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะเริ่มรู้สึกแล้วว่า “กำลังจะทำจริงๆ แล้วนะ”
การพักฟื้นหลังผ่าตัด
หลังผ่าตัดทันที
พอตื่นขึ้นมา ความรู้สึกแรกคือหน้าตึงๆ หลังจากนั้นได้นอนพักที่โรงพยาบาล โดยสามารถกดเรียกพยาบาลได้ตลอดทั้งคืน ทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้นในช่วงหลังผ่าตัด
หลังกลับบ้าน – 1 สัปดาห์แรก
หลังกลับบ้านเราต้องพันหน้าเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และใส่สายรัดหน้าตลอดตามคำแนะนำ
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราดูหน้าตัวเองแทบทุกวัน เพราะเริ่มเห็นว่าใบหน้าค่อยๆ เปลี่ยนไปค่อนข้างไว
ผลลัพธ์หลังปรับโครงหน้า
ก่อนผ่าตัด
เราเป็นคนที่ไม่มั่นใจกับใบหน้าที่ค่อนข้างบาน และเคยเก็บคำพูดล้อเรื่องหน้าตามาเป็นปมอยู่ตลอด
ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด
แม้ยังอยู่ในช่วงพักฟื้น เราก็เริ่มมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าค่อนข้างเร็ว และรู้ด้วยว่าหลังจากนี้ใบหน้ายังสามารถยุบลงได้อีก
ความรู้สึกตอนนั้นเรียกได้ว่า จากคนที่เคยไม่มั่นใจกับหน้าตัวเอง เรากลับอยากมองหน้าตัวเองทุกวันเพื่อดูว่ามันเปลี่ยนไปแค่ไหน
ถ้าจะพูดแบบขำๆ ก็คงเป็นว่า…คนที่เคยล้อเราว่า “หน้าอีสาน” ลองกลับมาดูงานใหม่ของเรากันอีกที
ทำไมเราถึงเลือกโรงพยาบาลเอเซีย
สำหรับเรา จุดที่ทำให้ตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลเอเซียคือรีวิวและจำนวนเคสที่มีให้ดูค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่แต่ละคนยังมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ได้ดูเหมือนทำออกมาเป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมด
พอได้เข้ามาปรึกษาจริง ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ รวมถึงขั้นตอนการตรวจร่างกายก่อนผ่าตัดที่ละเอียด ก็ยิ่งทำให้เรามั่นใจกับการตัดสินใจครั้งนี้
สุดท้ายแล้ว การทำศัลยกรรมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของการเอาชนะคำพูดใคร แต่คือการพาตัวเองข้ามผ่านปมที่เคยติดอยู่ในใจ
เมื่อเราเริ่มรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น คำพูดลบๆ จากคนอื่นก็ไม่ได้มีน้ำหนักกับเราเหมือนเดิมอีกแล้ว
ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง นพ.ทนงศักดิ์ ปัญญาวิรุฬห์โรจน์ (ว.22884)

ศัลยกรรมที่ให้บริการ









