
ปรับโครงหน้า โซยังเปลี่ยนหน้าใหญ่ให้ละมุน ถ่ายรูปง่ายขึ้น
สรุปสั้น: เชื่อเราเถอะว่า ถ้าเลือกได้ใครๆ ก็อยากมีใบหน้าที่ตัวเองมองแล้วรู้สึกมั่นใจ สำหรับเรา จุดเริ่มต้นคือเป็นคนอวบและรู้สึกว่าหน้าค่อนข้างใหญ่ แต่พอสังเกตจริงๆ ปัญหาไม่ได้มีแค่นั้น เพราะทั้งโหนกที่ดูใหญ่ มีกราม และคางเชิด ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูไม่ค่อยเข้ารูป หลังหาข้อมูลอยู่ประมาณ 2 เดือน เราจึงตัดสินใจเข้ามาปรึกษาที่โรงพยาบาลเอเซีย และเลือกทำ โซยังปรับโครงหน้า ก่อนเป็นอันดับแรก

ปัญหาก่อนทำ
ก่อนทำ หน้าใหญ่ โหนกเด่น มีกราม จนไม่รู้จะแก้ตรงไหนก่อน ก่อนหน้านี้เราคิดมาตลอดว่า ที่หน้าดูใหญ่คงเป็นเพราะเราเป็นคนอวบ แต่พอมองไปนานๆ ก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องน้ำหนักแล้ว เพราะโครงหน้าของเรามีหลายจุดที่ทำให้ใบหน้าดูไม่เข้ารูป ทั้งโหนกที่ค่อนข้างใหญ่ มีกราม และคางเชิด
ตอนนั้นยอมรับเลยว่าไม่รู้ควรเริ่มแก้จากอะไรก่อน ก็เลยเริ่มค้นหาข้อมูลใน Google จนเจอเรื่อง ยุบโหนก ตัดกราม กรอกราม และวีไลน์ จากนั้นใช้เวลาศึกษาข้อมูลอยู่ประมาณ 2 เดือน ก่อนจะรู้สึกว่าโรงพยาบาลเอเซียน่าจะตอบโจทย์ปัญหาของเราได้ จึงตัดสินใจทำนัดเข้ามาปรึกษา

จากที่คิดว่าต้องทำหลายอย่าง คุณหมอแนะนำให้ดูผลโครงหน้าก่อน
ตอนแรกเราเตรียมใจไว้เลยว่าคงต้องแก้หลายอย่าง ทั้งโครงหน้า ตาตก รวมถึงคาง และแอบกังวลด้วยว่างบอาจจะบานปลาย
แต่หลังเข้ามาปรึกษา อาจารย์หมอแนะนำว่าให้ลองดูผลจากการทำ โซยังปรับโครงหน้า ก่อน แล้วค่อยประเมินอีกครั้งหลังประมาณ 3 เดือน หรือ 6 เดือน ว่าใบหน้าเปลี่ยนไปในทิศทางไหน และยังมีส่วนไหนที่จำเป็นต้องแก้เพิ่มเติมหรือไม่
เราเลยตัดสินใจว่า งั้นเริ่มจากการปรับโครงหน้าครั้งนี้ก่อนเลย

เลือกทำโซยังปรับโครงหน้า เพราะอยากแก้ภาพรวมของใบหน้าก่อน
จากปัญหาที่เรากังวล ทั้งโหนกใหญ่ มีกราม และคางเชิด สิ่งที่เราอยากเห็นมากที่สุดคือภาพรวมของใบหน้าที่ดูเข้ารูปขึ้น
หลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการยุบโหนก ตัดกราม กรอกราม และวีไลน์มาพอสมควร เราจึงเลือกทำ โซยังปรับโครงหน้า ที่โรงพยาบาลเอเซีย และรอดูว่าหลังโครงหน้าเริ่มเข้าที่แล้ว ผลลัพธ์จะตอบโจทย์เรามากแค่ไหน
การพักฟื้นหลังทำโซยังปรับโครงหน้า
ช่วงหลังผ่าตัดแรกๆ
ช่วงที่บวมมากเราไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะรู้สึกว่าหน้าบวมค่อนข้างเยอะ จึงเน้นพักฟื้นและดูแลตัวเองตามคำแนะนำของโรงพยาบาล
หลังทำประมาณ 1 เดือนกว่า
เรายังคงรัดหน้าอย่างต่อเนื่องและทำตามที่โรงพยาบาลแนะนำ ตอนนั้นในความรู้สึกของเราเองยังมองว่าหน้าดูบวมอยู่บ้าง นอกจากนี้เรายังดื่มน้ำมะพร้าวทุกวัน และช่วงพักฟื้นก็แทบไม่ได้แต่งหน้า ทำให้รู้สึกว่าผิวดูกระจ่างขึ้นไปพร้อมกันด้วย
เรื่องแผลก็เป็นอีกจุดที่เราพอใจ เพราะไม่มีรอยแผลให้เห็นชัดจากภายนอก
ผลลัพธ์หลังทำ
จากที่เรายังคิดว่าบวม คนรอบตัวเริ่มทักว่าสวยขึ้น
ก่อนทำ
ใบหน้าของเราดูใหญ่ โหนกค่อนข้างเด่น มีกราม และคางเชิด ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูไม่เข้ารูปอย่างที่ต้องการ
หลังทำประมาณ 1 เดือนกว่า
แม้เราจะยังรู้สึกว่าหน้ายังมีความบวมอยู่ แต่คนรอบตัวเริ่มทักแล้วว่า หน้าดูสวยขึ้นและดูเด็กลง
สิ่งที่รู้สึกได้ชัดอีกอย่างคือเวลาถ่ายรูป เรารู้สึกว่าถ่ายหน้าสดได้ดีขึ้นกว่าเดิม และยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งรู้สึกว่าหน้าค่อยๆ ดูดีขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับเรา การทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ครั้งนี้ถือว่าคุ้มกับสิ่งที่ได้รับกลับมา ที่สำคัญคือความรู้สึกที่มีต่อตัวเองเปลี่ยนไปด้วย เรารักหน้าตัวเองมากขึ้น กล้าถ่ายรูปมากขึ้น และไม่ต้องพยายามหามุมหรือแอ๊บเหมือนเมื่อก่อน
อีกอย่างที่เราชอบคือ ผลลัพธ์ไม่ได้ดูเหมือนเปลี่ยนจนคนมองออกทันทีว่าไปทำอะไรมา ถ้าเราไม่บอก หลายคนก็ไม่ได้สังเกตว่าเราผ่านการศัลยกรรมมา
ทำไมถึงเลือกโรงพยาบาลเอเซีย
ก่อนตัดสินใจ เราใช้เวลาหาข้อมูลประมาณ 2 เดือน เพราะครั้งนี้ถือเป็นการศัลยกรรมใหญ่สำหรับเรา จึงอยากมั่นใจก่อนเลือกสถานที่ทำจริง
สุดท้ายเหตุผลที่เลือกโรงพยาบาลเอเซีย คือหลังจากศึกษาข้อมูลแล้วเรารู้สึกว่าที่นี่สามารถช่วยแก้ปัญหาโครงหน้าที่เรากังวลได้ และหลังทำจริงก็รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิด
จากคนที่เคยไม่รู้เลยว่าควรเริ่มแก้หน้าตรงไหน วันนี้เรากลับรู้สึกชอบใบหน้าตัวเองมากขึ้น ถ่ายรูปง่ายขึ้น และมีความมั่นใจมากกว่าเดิม สำหรับเรา นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่คุ้มค่ามากกับการตัดสินใจทำ โซยังปรับโครงหน้า ในครั้งนี้
ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง นพ.ทนงศักดิ์ ปัญญาวิรุฬห์โรจน์ (ว.22884)

ศัลยกรรมที่ให้บริการ









